ผู้ชนะ แสวงหาสิ่งดีในคนที่เลว ผู้แพ้ มองหาแต่ความเลวในคนที่ดี
ตั้งแต่ได้รับคำสั่งให้มากำกับดูแลงานการเงิน พัสดุและทรัพย์สิน ทำให้มีงานยุ่งพอสมควรเพราะต้องศึกษาข้อกฏหมายใหม่ที่ศึกษาไว้เดิมมันไม่ทันเหตุการณ์ปัจจุบันเสียแล้ว เช่น เรื่องการเบิกจ่ายเงินก็เปลี่ยนมาเบิกในระบบ GFMIS เป็นต้น ประกอบกับงบประมาณทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยภายในวันที่ 28 กันยายน 2550 ที่เป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณนี้ ถ้าเบิกไม่ทันก็ให้ทำสัญญายืมไปแล้วส่งหลักฐานล้างหนี้ภายใน 30 วัน ถ้าไม่ยืมก็ต้องขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี มีทั้งกันเงินมีหนี้ผูกพันคือมีการสั่งซื้อ สั่งจ้างแล้ว และกันเงินที่ไม่มีหนี้ผูกพัน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงงบเหลือจ่ายด้วยที่สำคัญคือวันที่ 21 กันยายน 2550 สพฐ.ยังจัดสรรเงินมาให้อยู่เลยจึงต้องระวังตัวแจกลัวงบจะถูกตกไป แต่ถึงอย่างไรก็ยังอ่านหนังสืออื่น ๆ อยู่ด้วย ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือตอนกลางคืนแทนการดูละครช่วงนี้ก็อ่านหนังสือเรื่องขุนช้าง ขุนแผน อ่านเล่มที่หนึ่งจบแล้วกำลังอ่านบทแรกของเล่มที่สองแต่เป็นตอนที่ยี่สิบหกของเรื่อง เป็นตอนที่พระเจ้าแผ่นดินเมืองลาวส่งพระธิดาชื่อสร้อยทองมาถวายเป็นมเหสีแด่สมเด็จพระพันวษาแห่งกรุงศรีอยุธยา นอกจากนั้นก็อ่านหนังสืออื่น ๆ ด้วย เช่นหนังสือชื่อผู้แพ้ ผู้ชนะ หนทางแห่งการแสวงหาความสุข ความสำเร็จ แปลและเรียบเรียงโดย นิดดา หงษ์วิวัฒน์ แปลจากหนังสือชื่อ The Winner and The Loser มีตอนหนึ่งที่บอกลักษณะของผู้ชนะ กับผู้แพ้ไว้ดังนี้
ผู้ชนะ แสวงหาสิ่งดีในคนที่เลวและทำงานกับข้อดีตรงนั้น
ผู้แพ้ มองหาแต่ความเลวในคนที่ดีดังนั้นจึงทำงานกับใครไม่ได้เลย
ถ้าเชื่อในข้อความข้างต้นท่านผู้อ่านลองสำรวจตนเองดูซิว่าท่านเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้
รับงานใหม่ก็จำเป็นต้องศึกษางาน แต่ถ้าคิดในทางบวก ก็คือการพอกพูนประสบการณ์ คนเราถ้ามีประสบการณ์หลายๆด้านก็จะมีข้อมูลในการตัดสินใจทำงานได้แยบยลมากขึ้น
ยอมรับว่าท่านรองฯเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนตัวจริง ขยันอ่าน ค้นคว้า เรื่องต่างๆตลอดเวลา นับเป็นแบบอย่างของผู้บริหารยุคใหม่