CFT ก็คือ Cross Functional Team ที่ดิฉันเข้าใจว่าเป็นเสมือน CoP ลปรร. ของกลุ่มสายอาชีพของเขาค่ะ ... ใช่ ไม่ใช่ ทีมไฟฟ้ามาช่วยให้คำตอบด้วยนะคะ ทีนี้ CFT เขาคิดกันยังไง และทำกันยังไง คุณสุวิทย์ จะมาเล่าให้ฟังค่ะ
- ตัวอย่างของการ run CFT ซึ่งก็จะมีหัวปลาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ในที่นี้จะเป็นกระบวนการเรื่องแบตเตอรี่ทั้งหมด ก็จะได้ output เป็น ตำราแบตเตอรี่ของการไฟฟ้าเล่มหนึ่ง
- ที่เราทำอยู่ เผอิญว่า เรามี CFT ในภาพรวมของสายผลิต จึงเหมือนกับมีภาพรวมศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่ กทม. คือ มี CFT รวม เขาก็จะแบ่งเป็นวิชาชีพเหมือนกัน โครงสร้างจะคล้ายกัน จึงสามารถทำงานร่วมกันได้ เราจึงได้ CFT ที่ส่วนกลางเฉพาะไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และ CFT mเป็นโรงไฟฟ้าแต่ละโรงไฟฟ้า ก็คือ เขาจะดูแลทำงานอยู่ในโรงไฟฟ้ากระจายทั่วประเทศ
- ครั้งแรกจะมีการเรียกประชุมร่วมกัน ว่า จะมีจุดมุ่งหมายหลัก คือ อยากจะทำเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องเดียวกัน แล้วเรื่องนั้นก็ตอบสนองความต้องการของคนทำงาน
- และไม่พอเรายังคิดต่อไปว่า CFT ที่อยู่ในแต่ละที่นี่ ถ้าเราสามารถทำเรื่องที่เราคิดจะทำให้ตรงกับ Main CFT ใหญ่ที่เขาคิด มันจะไม่เป็นการทำงานซ้ำซ้อน คือ ทำให้เป็นเรื่องเดียวกันไปเลย และส่วนที่ไปสนับสนุนเรื่องใหญ่ ก็คือ มาจากเรื่องเล็ก จะเป็นไปได้มาก โดยอาศัยความคิด
- ครั้งแรกผมก็จัดตั้ง CFT ของไฟฟ้าที่แม่เมาะนี่ ผมก็เชิญตัวแทนหน่วยงานของเรามาคุยกันว่า เราช่วยกันนำเสนอสิ ว่าจะทำเรื่องอะไร เสนอมา 7-8 เรื่อง สุดท้ายเราก็มาโหวตว่า ควรจะเป็นเรื่องอะไรที่เหมาะสม เรื่องที่เราทำได้ก็เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ
- เราก็ไปนำเสนอที่ กทม. ว่า เราควรจะใช้วิธีนี้ในการเลือกหัวข้อที่ควรจะทำ และที่นั่นก็เห็นด้วย และเผอิญก็ตรงกับเรื่องที่เราโหวตด้วย แสดงว่า มันไม่หนีกันเท่าไร เมื่อเรามองถึงปัญหา และที่น่าจะสำเร็จได้ด้วย เราคงไม่อยากจะทำอะไรที่เกินขีดความสามารถของเรา เรามองที่ความเป็นไปได้ ขีดความสำคัญ และทุกคนมีส่วนร่วม
- เพราะฉะนั้น เราได้ทั้งความต้องการ ความสัมพันธ์ และได้ใจของคนที่อยากจะร่วม เพราะว่า เขาเสนอเอง โหวตเอง คนส่วนใหญ่ก็ต้องร่วมมือ
- พอเราได้หัวข้อเรื่อง เราก็เริ่มมีการประชุม นำเสนอ ทำไปสักพักเหมือนกับยังไม่เข้าเนื้อในจริงๆ เพราะการประชุมที่ กทม. จะมีขีดจำกัดหลายเรื่อง เช่น เรื่องมาสาย กลับก่อน โทรศัพท์ตาม อะไรทำนองนี้ มาได้จริงๆ ก็ตรงเราเชิญมาที่แม่เมาะเลย มาไกล ใช้เวลา 3 วัน
- ตอนที่ทำ บอกว่า ถ้าเราทำมันต้องครอบคลุมปัญหา เพราะเรื่องที่เราทำค่อนข้างจะเป็นพื้นฐาน แต่เราต้องการทำให้ครอบคลุมปัญหาที่เกิด
- อย่างเช่นเรื่องแบตเตอรี่ ก็เป็นอุปกรณ์อันหนึ่ง แต่เราจะตั้งโจทย์ไว้ก่อนว่า อุปกรณ์ที่เรานำมาใช้นี้ เราคิดยังไง ออกแบบยังไง จะหาอะไรขึ้นมาสักตัวที่เราต้องการ ก็ต้องรู้ว่า มีความสามารถขนาดไหน ต้นสายปลายเหตุมันผลิตด้วยอะไร ก็คือ การออกแบบ เมื่อออกแบบเสร็จ จัดหามาได้ มีการติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษา คือ คิดให้ครบวงจรไปเลย ใน 1 เรื่อง
- พอเรามองตรงนี้เสร็จ เราประชุมช่วยกัน ขบคิด และนำเสนอแต่ละเรื่องที่คนมีความรู้ เพราะอุปกรณ์นี้มันกระจายอยู่ทั่วไปทุกแห่งในการไฟฟ้า ก็เลยมีคนบำรุงรักษาเขา ใช้งานเขา มีคนออกแบบเขาขึ้นมา
- ตอนที่เราทำไป เรามีแนวความคิดอย่างนี้ปุ๊บ เราก็จะไปหาคนที่ แต่เดิมเราอยู่ที่นี่ก็จะมีแต่ผู้ใช้ กับผู้บำรุงรักษา เราไม่เคยออกแบบเขา เราไม่เคยติดตั้งเขา เราก็จะเชิญคนที่มีความรู้ ในที่นี้เราเชิญคนจากฝ่ายวิศวกรรม เขาก็จะมาบอกว่า ตอนที่เขาออกแบบเขาคิดยังไง อะไรคือขีดจำกัด อะไรคือสิ่งที่ควรคิดคำนึงถึง
- พอถึงตอนติดตั้ง ออกแบบเสร็จแล้ว ก็จะมาขั้นตอนการติดตั้ง เราก็จะเชิญหน่วงานที่เคยติดตั้ง ก็เชิญมา คนนี้เขาจะอยู่ฝ่ายบำรุงรักษา และติดตั้งด้วย เขาก็มาพูดให้เราฟัง ในขณะเดียวกัน คนของเราก็เหมือนกับคุยกัน อันไหนไม่เข้าใจก็ยกมือถาม อันไหนไม่ถูกก็แย้ง บรรยากาศมันอยู่ที่ว่า ความเป็นมิตรซึ่งกันและกัน เขาก็อยากจะให้ เราก็อยากจะให้เขาเหมือนกัน
- เพราะฉะนั้นคนอื่น อาจมองเหมือนกับการแย่งพูด แต่ OK ในช่วงบรรยายก็ไม่ถามเขาเขามากนัก ก็ปล่อยๆ เขาไปในช่วงนั้น
- ต่อมาจะมีเรื่องของการบำรุงรักษา ซึ่งค่อนข้างใหญ่มาก เพราะว่าเป็นเวทีของเราจริงๆ ซึ่งจะอยู่ฝ่ายบำรุงรักษา ก็จะมีการพูดคุย ทุกคนจะบอกว่า ของผมเป็นแบบนี้ ของผมชำรุดอย่างนี้ บำรุงรักษาอย่างนี้ ทำได้อย่างนี้ คนอื่นเขาก็บอกว่า ของผมก็ทำอย่างนี้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แล้วลงในรายละเอียดว่า แล้วคุณทำยังไง ถึงไม่เป็น ... คุณเดินเขานานมั๊ย คุณ refresh เขาบ่อยมั๊ย คือ มันมีหลายเรื่องในเรื่องเดียว แต่ตรงนั้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหาย หรือมันดีขึ้น มันอยู่ได้นานขึ้น
- เพราะฉะนั้น ข้อมูลต่างๆ พวกนี้มันจะพรั่งพรูออกมา ในขณะที่เราสนทนากัน
- มาถึงตอนสุดท้าย จริงๆ แล้ว หลังจากที่เราคุยกันเรื่องบำรุงรักษาเสร็จ
- เราก็มองว่าในอนาคตนี่ เป็นการจัดหาอุปกรณ์แบตเตอรี่ตัวนี้ใหม่ขึ้นมา เพราะว่ามีบางที่ชำรุด และก็มีการจัดหาใหม่ ซึ่งกระบวนการจัดหาในปัจจุบันลำบากมาก เนื่องจากเราไม่สามารถกำหนดชี้ชัดตรงไปเลยว่า เอายี่ห้อนี้ ซึ่งทำไม่ได้เลย เราต้องทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยังไงก็ต้องเลือกในราคาที่ต่ำสุด อะไรประมาณนี้ ...
- พอใช้ไปแล้ว เราพบว่า หลายๆ ครั้ง แบตเตอรี่บางอย่าง เราใช้มาประมาณ 2-3 ปี ก็ชำรุด ซึ่งของฝรั่งเราใช้กันเป็น 10 ปี บางแห่งใช้มา 25 ปี ก็ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่การบำรุงรักษาเหมือนกัน ซึ่งมันก็ไม่น่าต่างจากมาตรฐานนี้
- สุดท้ายเรามาจบที่ว่า ถ้าอุปกรณ์นี้ ถ้าเราจะจัดหาใหม่ เราจะจัดหาโดยวิธีการใดที่จะทำให้ได้อุปกรณ์ซึ่งมีคุณภาพดี ราคาพอสมควร ก็เป็นหัวข้อประเด็นหนึ่งที่เราช่วยกันถก และทุกคนจะมีประสบการณ์ วิธีการจัดหาซึ่งหลายหลาก เยอะแยะมาก ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ spect กลางขึ้นมา
- ซึ่งคิดว่า ถ้ามีโรงไฟฟ้าใดที่จะคิดซื้อ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ชนิดนี้ใหม่ก็ควรจะเอาของเราไปเป็นต้นแบบในการจัดหา
- เพราะว่าบางครั้งในโรงไฟฟ้าเล็กๆ ก็จะมีคนที่มีความรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่นี้ ประมาณ 2-3 คน ที่เขาดูแลอุปกรณ์ที่มากกว่านี้ 10-20 เท่า การที่เขาจะมา compensate อุปกรณ์ชิ้นนี้เขาทำไม่ได้ และเขาไม่มีแหล่งข้อมูล ถ้าเราทำตรงนี้ขึ้นมาก็เหมือนกับช่วยเขาได้เลย ว่า หลังจากคุณมาสัมมนา คุยกัน ทำ workshop กัน เราได้ทั้งวิธีการออกแบบ วิธีการทดสอบ วิธีการบำรงรักษา เราได้ทั้ง spect ใหม่ วิธีการจัดหา เงื่อนเวลา ราคา ได้หมด
- สุดท้ายจริงๆ ก็คือ เราได้ความสัมพันธ์กันในหมู่เพื่อนฝูง เราได้ Connection เยอะแยะ
- แต่เดิมหน่วยวิศวกรรมเขาบอกว่า ผมไม่ทราบเลยว่า ที่ออกแบบให้ไปนี่ ใช้งานแล้วมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะไม่มีการส่งข้อมูลกลับไปให้เขา เขาไม่มีเวทีที่จะมาคุยกัน เวลาผู้ใหญ่คุยกันเขาก็บอกว่าดี คนใช้งานก็บอกว่ามันเสีย
- หลังจากการทำเรื่องนี้แล้ว 3 วัน เราก็ได้ DVD ขึ้นมา 2 แผ่น ประมาณ 7-8 ชม. เราก็เอาไปถอดข้อความก็ได้เอกสารขึ้นมา 1 ชุด คือ มีผลพวงตามมาเยอะ
- ขณะนี้ก็มี Process ต่อไปว่า จะมี KM Forum เรื่องนี้เราก็ได้คัดเลือกขึ้น KM Forum ด้วย เราก็เอาตัวนี้กลับมาอีก เพื่อนำเสนอ
- ส่วนใหญ่คนที่เขารู้ เข้าใจ และรับผิดชอบตรงนั้นโดยตรง คนที่ไม่เกี่ยว เราไม่เอาเข้ามาเลย ยกเว้นตากล้องครับ (ตอนนี้ตากล้องหัวเราะชอบใจ)
- คนที่เข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ ตอนทำมันจะเหนื่อย แต่พอทำเสร็จแล้ว มันมีความสุขมากกว่าเหนื่อย เพราะว่ามันคุ้มเกินคุ้มครับ
- หมายเหตุ ... แบตเตอรี่ที่ใช้ 108 ตัวต่อ 1 ชุด 40-50 กก. ชุดหนึ่ง 108 เซลล์นี่ราคาประมาณ 5 ล้านบาท (ไม่ใช่แบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปนะครับ)
ที่เราวางเอาไว้ว่า เราจะทำต่อจากเรื่อง Breaker เพราะว่ามีเยอะมาก ตัวก็จะใหญ่มาก ที่จะทำมี 2 ขนาด ขนาด 6,000 กว่าโวลต์ อีกอันคือระดับประมาณ 12-18 KV ใช้กับโรงน้ำ เพราะว่าพวกเขื่อนเขาจะเดินๆ หยุดๆ จะจ่ายในช่วงเวลาที่จำเป็น วันหนึ่งประมาณ 4-5 ครั้ง ตัวตัดไปจะทำงานบ่อย ราคาตัวนี้หลายร้อยล้าน ของโรงไฟฟ้าประมาณ 3-4 ล้าน มันจะมีหลายหลากยี่ห้อมาก เราก็เลยมองว่า จะทำยังไง ผมคิดว่าจะใช้สไตล์เดิม คือ ด้านการออกแบบ การบำรุงรักษา การติดตั้ง และการจัดซื้อจัดหาเราจะออก spect อย่างไร
โอ้ โห ไม่นึกเลยนะคะว่า เรื่องของโรงไฟฟ้า นี่ยิ่งใหญ่จริงๆ ก็น่าจะหรอกนะคะ เพราะว่า support การใช้งานให้กับทั้งประเทศไทยนี่คะ ... คุณ เจ๋ง มาก
ชาวกรมอนามัย มา ลปรร. กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (14) อยากรู้มั๊ย เกี่ยวกับ CFT
บรรยากาศมันอยู่ที่ว่า ความเป็นมิตรซึ่งกันและกัน เขาก็อยากจะให้ เราก็อยากจะให้เขาเหมือนกัน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 22 ก.ย. 2550
ว่านคอม · 22 ก.ย. 2550
KM มหาวิทยาลัยแม่โจ้ · 22 ก.ย. 2550
มณฑล พร้อมสันเทียะ · 22 ก.ย. 2550
pr_kpru · 22 ก.ย. 2550
สุนันท์ พลับเที่ยง · 22 ก.ย. 2550
สุนันท์ พลับเที่ยง · 22 ก.ย. 2550
...ทึ่ง คุณ หมอ จริงๆ ครับ...
สามารถบันทึกพร้อมกับจับประเด็น และถ่ายทอดออกมาเป็น ตัวหนังสือ ได้อย่างน่าทึ่ง มากเลยครับ .....
ขออนุญาติ แจ้ง คำผิด ครับ ตรง"ระดับประมาณ 12-18 คิว " ต้องแก้เป็น "ระดับประมาณ 12-18 KV " ครับ.....