ดูอารมณ์..ความรู้สึกผิด

 

          เมื่อวานนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนท่านหนึ่ง          ท่านบอกว่าช่วงนี้มีความไม่สบายใจ  เพราะว่ากำลังรู้สึกผิด  ว่าตัวเองผิด ในสิ่งที่ได้กระทำไปบางอย่างในสิ่งที่ผ่านมา

 

และก็เล่ารายละเอียดเรื่องนั้นๆ...เมื่อได้ฟังผมก็ได้แง่มุม  และความคิดเพิ่มเติม  และได้สนทนากลับไปว่า

 

               .....ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้น  เป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งของเรา  ขอให้ดูอารมณ์นั้นๆ ดูความเป็นไป  ดูการปรุงแต่ง  ดูความรู้สึกที่เกิดตามมา

     สำหรับผม  มองว่าความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้น  เป็นก้าวย่างอันหนึ่งของผู้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเติบโตทางจิตวิญญาณ

 

          ความรู้สึกผิด...คือการมองย้อนกลับมาที่ตัวเรา  คือการประเมินตนเองอย่างเป็นกลาง  และก็ได้เห็นมุมมองอีกมุม

 

      ในมุมนี้ทำให้เราเห็นภาพที่เกิดขึ้น  และยอมรับว่าสิ่งนั้นๆ  อาจจะเกิดขึ้นจากเรา...

 

      ความรู้สึกผิดอันนี้เป็นการเติบโต  เพราะก่อนนี้ที่เราไม่รู้สึกผิด  เพราะว่าเราเต็มไปด้วยอัตตาที่หนาแน่น  อัตตาที่ว่าเรานั้นถูกทุกอย่าง  เราไม่ผิด

 

               

                    การรู้สึกผิดว่าเราทำไม่ถูกต้องหรือไม่   คือผลที่เกิดจากการที่เราละอัตตาหนึ่ง  มายังอัตตาหนึ่งคือ  การยึดติดในความดี  เพราะติดดี เมื่อมองว่าไม่ดีจึงรู้สึกผิด

 

     แต่ผมก็มองว่ามันก็ยังดีขึ้น  เพราะเป็นการก้าวขึ้นอีกขั้น  จากไม่รู้ว่าตัวเองดีไม่ดีอย่างไร  มาสู่การรับรู้ว่าดีไม่ดี

 

              ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นฐานของการพัฒนาไปอีกขึ้นคือการไม่ยึดติด  ไม่ถือให้หนักทั้งความไม่ดีและความดี ก้าวพ้นของคู่

 

                  โดยมองทุกอย่างเป็นแต่เพียงเหตุและปัจจัย...

   

      ก่อนหน้านี้ผมก็รู้สึกผิดบ่อยๆ  โดยเฉพาะเมื่อเราทำผิด  ...

      และก็ฟุ้งซ่านไม่สบายใจมากๆ  ตอนนี้ก็รู้สึกผิด      แต่ไม่นานไม่ได้ให้ป็นอารมณ์จนไม่สบายใจ    แต่พยามมองหาเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้น  ว่าเกิดจากอะไร  ตรงไหน  และเราจะปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้นบ้าง

 

                          

                       โดยเฉพาะการมองหาแง่มุมในส่วนความไม่ดี  ความพร่องภายในตัวตน  ทั้งความพร่องระดับความรู้ศาสตร์ต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ ต้องรู้เพื่อแก้ปัญหาหรือปรับปรุง   และความรู้ระดับจิตวิญญาณเพื่อขัดเกลาปรับหรุงให้ดีขึ้นตามกำลังสติปัญญาที่เราพอจะมีอยู่

 

   สรุปคือ

                ตอนนี้ถ้าพี่รู้สึกผิดก็ดีแล้วละครับ  ไม่เป็นไรแต่อย่าให้มันเศร้าหมองและรบกวนการดำเนินชีวิต  หรือการปฏิบัติของเรา  เพราะว่าเราต้องก้าวต่อไป  ทั้งทางโลกและทางธรรม    นำมันมาเป็นบทเรียนให้ได้เรียนรู้และยกระดับจิตใจของเราขึ้น

 

                        ผมยังคิดด้วยซ้ำว่า    ถ้าหากเราไม่เคยรู้สึกผิด  หากเราไม่ปวารณาตนเองบ่อยๆ  แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างไร  เพราะเราไม่เคยมองเห็นข้อเสีย  หรือข้อผิดพลาดของตนเองเลย

 

                              คนที่ไม่เคยผิด  หรือไม่เคยรู้สึกผิด  หรือคนที่คิดว่าตนเองถูกเสมอนั้น  คงจะน่าสงสารมาก  เพราะแม้กาลเวลาผ่านไป  ความรู้และทักษะทางโลกอาจจะมากขึ้นตามอายุ  แต่ระดับจิตวิญญาณยังคงเหมือนเดิม  หรืออาจจะไปไม่ทันกับบริบท  หรือสภาวะที่เขากำลังอยู่นั้นๆ  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหากับตัวเขาเองและผู้ที่อยู่ร่วม..

 kmsabai...พักเที่ยง 21  กันยายน 2550