จำได้ว่าช่วงไปคราดนาเพื่อที่จะดำนา...ผมจะชอบไปพร้อมๆ กับ "น้าทิดหล่อ" น้าของผม แกรักผมมากจึงไม่ค่อยให้ผมทำงานอะไรมากนัก อีกอย่างน้าทิดแก..ตุ้งติ้ง เหมือนผู้หญิง แต่ก็ขยันและทำงานเก่ง ทั้งทำนา ทั้งทำสวน และก็ทำงานบ้าน ชนิดที่เรียกว่าผู้หญิงแท้ๆ บางคนสู้แกไม่ได้ก็แล้วกันครับ ผมชอบล้อเลียนแกว่า..."น้าทิดกวนอิม" เพราะใบหน้าแกจะทาครีมกวนอิมหนาเตอะ...(เรียกกระเทยบ้านนอกก็ได้ครับ...ชัดเจนดี) แต่ถึงอย่างไรน้าทิดแกก็มีนิทานมาเล่าให้ผมฟังอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน...นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งจากปากคำบอกเล่าของแก...ลองฟัง ลองอ่านกันดูนะครับ...
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายสองคนเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองเป็นคนยากจน ต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ อาหารการกินก็อดมื้อกินมื้อ
ถึงทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่นิสัยใจคอของคนทั้งสองคนไม่เหมือนกันเลย
"นายกว้าง" เป็นคนใจบุญสมชื่อ มีนิสัยใจคอโอบอ้อมอารีเมตตากรุณาต่อคนทั่วไป งานการอะไรที่พอจะช่วยเหลือได้ นายกว้างก็ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
ส่วน "นายผึ้ง" นั้นมีนิสัยตรงกันข้าม ไม่ยอมช่วยเหลือใครง่ายๆ เป็นคนเห็นแก่ตัว
วันหนึ่ง นายกว้างเข้าป่าเพื่อขุดเผือกมัน ระหว่างทางพบชายชราคนหนึ่งเป็นลมนอนฟุบอยู่ข้างทาง นายกว้างจึงวางเสียมแล้วไปดูใกล้ๆ
เมื่อเห็นชายชรายังม่ตาย เขาก็อุ้มชายชราไปที่บ้านของเขา วางร่างของชายชราไว้บนที่นอน แล้วหาหยูกยาให้กินตามมีตามเกิดจนชายชราค่อยยังชั่วขึ้น
พอตกดึก ชายชราผู้นั้นก็เกิดปวดท้องขึ้นมา
นายกว้างไม่มีหม้อสำหรับถ่ายอุจจาระใช้ จะอุ้มชายชราไปส้วมก็คงจะไม่ทันการ
ในที่สุดก็ตัดสินใจยกโอ่งเปล่าขนาดย่อมใบหนึ่งไปให้ชายชรานั่งถ่ายอุจจาระ
นายกว้างออกจะตกใจเหมือนกันที่เห็นชายชราถ่ายออกมาจนเต็มโอ่ง เขาเอากระดานปิดไว้ คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะเอาไปเททิ้ง
ครั้นรุ่งเช้า นายกว้างก็เข้าไปในห้องของชายชราเพื่อจะเอาโอ่งอุจจาระไปเททิ้ง แต่เขาไม่สามารถจะยกโอ่งใบนั้นขึ้นได้ มันหนักผิดปรกติ มันหนักยิ่งกว่ามีน้ำเสียอีก
เขารู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นทองเต็มโอ่ง เขาแทบจะไม่เชื่อตาตนเอง เพราะเมื่อคืนนี้ ชายชราได้ถ่ายอุจจาระลงไปจนเต็มแล้วทำไมตอนเช้าจึงกลายเป็นทองไปได้
เขาค่อยๆเอื้อมมือออกไปคลำดูอย่างไม่ไว้ใจ ปรากฏว่าสิ่งที่แลเห็นเหลืองอร่ามอยู่นั้นเป็นทองจริงๆ ไม่ใช่อุจจาระ
เขาหันไปทางชายชราที่นอนอยู่เพื่อจะถามถึงเรื่องแปลกประหลาดนี้แต่ไม่พบชายชราเสียแล้ว
เขานึกรู้ได้ทันทีว่าชายชรานั้นจะต้องเป็นผู้วิเศษอย่างแน่นอน
นายกว้างกลายเป็นคนร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะความเมตตาอารีของเขานั้นเอง
ส่วนนายผึ้งผู้เป็นเพื่อน เมื่อทราบว่านายกว้างร่ำรวยเป็นเศรษฐีขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนั้นก็สงสัย จึงมาถามว่า
"กว้าง... ก็ไม่กี่วันมานี้มึงยังขุดมันอยู่กับกู แล้วทำไมมึงถึงร่ำรวย มีบ้านช่องใหญ่โตเช่นนี้ ใครช่วยเหลือให้เงินทองมึงมารึ"
"กูช่วยชายชราคนหนึ่งที่ชายป่า เอามารักษาที่บ้านกูนี่ แกขี้ลงไปในโอ่ง พอรุ่งขึ้น มันก็กลายเป็นทอง" กว้างเล่าให้เพื่อนฟัง
นายผึ้งอยากจะรวยเหมือนนายกว้างบ้าง เขาเข้าไปในป่าและในที่สุดก็พบชายชราคนหนึ่งนอนฟุบอยู่ เขาจัดแจงลากถูลู่ถูกังมาไว้ที่บ้าน
พอตกดึก ชายชราก็ปวดท้อง นายผึ้งนึกดีใจที่จะร่ำรวยเหมือนนายกว้างบ้าง เขาจัดแจงเอาโอ่งขนาดใหญ่สองใบไปตั้งให้ชายชรานั่งถ่าย เสร็จแล้วก็กลับเข้าไปนอนยิ้มกับตัวเองและคิดแผนการจะต้องปลูกบ้านให้ใหญ่กว่านายกว้าง จะไปขอลูกสาวเศรษฐีมาเป็นเมียให้ได้
พอไก่เริ่มขัน นายผึ้งก็กระวีกระวาดลุกขึ้นจากที่นอน เดินไปที่โอ่งทั้งสอง
เขาเชื่อมั่นว่า อย่างไรเสียก็จะต้องมีทองเต็มโอ่งทั้งสองใบ
เขาเอามือทั้งสองจุ่มลงไปในโอ่งข้างละใบ
อนิจจา...พี่น้องเอ๋ย... มือทั้งสองข้างของเขาไม่ได้สัมผัสกับทองเลยสักก้อน กับเลอะเทอะไปด้วยสิ่งสกปรกที่ชายชราถ่ายเอาไว้...หรือบ้านผมเขาเรียกกันว่า...ขี้..นี่แหละ...ฮ่า ๆ ๆ ๆ....สวัสดีครับ
อย่ามีความโลภ...เลือกเอา..ว่า..................
จะกำตด หรือ จะกำขี้...
ฮิ ๆ ๆ