วิจัยในชั้นเรียน

 

การวิจัยในชั้นเรียน

ธันย์ชนก   แดนโพธิ์

             ข้าพเจ้าเป็นครูผู้สอนชั้ป.1มาเป็นระยะเวลา 15 ปี ตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าสอนนักเรียนทุกปี ข้าพเจ้ามักจะเจอปัญหาการเรียนรู้ของเด็กอยู่เสมอ ทั้งที่เป็นปัญหาจากปัจจัยภายใน เช่น กระบวนการเรียนการสอน, เด็กอ่านหนังสือไม่คล่อง, พฤติกรรมของเด็ก, เด็กเรียนรู้ได้ช้า ฯลฯ จากปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหามาจากครอบครัว, เด็กมีฐานะยากจน ฯลฯ จากปัญหาที่พบทำให้ข้าพเจ้า พยายามคิดหาแนวทาง ที่จะแก้ปัญหาให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี เรียนรู้ได้ตามปกติ และเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาจากหนังสือทางวิชาการ เข้ารับการอบรม จากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสละทรัพย์ส่วนตัวเข้ารับการอบรม จากคณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ โดย รศ.ดร.ระพินทร์  โพธิ์ศรี เป็นผู้ให้ความรู้ จำนวน 2 หลักสูตร ในช่วงปิดภาคเรียน และวันอาทิตย์ โดยข้าพเจ้าเดินทางไปอบรมที่สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ หลักสูตรแรกคือ การวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 60 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2549-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 และหลักสูตรวิจัยพัฒนาคุณภาพ การเรียนรู้ จำนวน 60 ชั่งโมง ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2550-30 มิถุนายน พ.ศ.2550 จากการศึกษาด้วยตนเอง และจากการเข้ารับการอบรมดังกล่าว ทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา เด็กในห้องเรียน โดยการวิจัยในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี และมีความมั่นใจในการนำไปใช้ในการสอน จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และเกิดผลดีแก่นักเรียน

             การวิจัย เป็นกิจกรรมที่เป็นระบบเชื่อมโยงกันทุกขั้นตอน ผู้วิจัยต้องดำเนินตามขั้นตอน ไปทีละขั้น ตั้งแต่ขั้นแรกไปจนถึงขั้นสุดท้าย จึงจะได้ผลการวิจัย ที่มีความแม่นตรงและเชื่อถือได้สูง การวิจัยเป็นกระบวนการค้นหาความรู้ใหม่ โดยเริ่มจากการกำหนดปัญหาการวิจัยที่เหมาะสม และดำเนินการวิจัยด้วยระเบียบวิธีที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้เพื่อค้นหาคำตอบที่ตรงกับประเด็น ปัญหาการวิจัย จากความหมายของการวิจัย ข้างต้นมีคำที่ถือว่าเป็นคำสำคัญอยู่ 3 คำคือ ปัญหาการวิจัย, ระเบียบวิธีวิจัยและคำตอบ   ปัญหาการวิจัย คือ ข้อปัญหาหรือข้อสงสัยที่ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่าคืออะไร จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร ปัญหาการวิจัยที่ดีจะต้องเป็นปัญหาใหม่ เป็นปัญหาซับซ้อนและเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ระเบียบวิธีการวิจัยที่เชื่อถือได้ คือ วิธีดำเนินการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในสังคมนักวิชาการที่ทำให้ได้ผลการวิจัยที่เชื่อถือได้สูง   คำตอบที่ได้จาการวิจัย คือ ข้อสรุปในลักษณะคำบรรยายสภาพปัญหา คำอธิบายสาเหตุ หรือ ความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หรือ นวัตกรรม สำหรับแก้ปัญหา

               การวิจัยทางการศึกษา คือ การวิจัยที่มุ่งตอบปัญหาการพัฒนาการศึกษาทุกๆด้านตั้งแต่ด้าน การบริหารไปจนถึง ด้านการจัดการเรียนรู้ การวิจัยทางการศึกษาเป็นการวิจัยที่ครอบคลุม การวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาทางการศึกษาทุกระดับตั้งแต่ การวิจัยในชั้นเรียน การวิจัยระดับโรงเรียน และการวิจัยระดับมหาวิทยาลัย

 

             การวิจัยในชั้นเรียน คือ การดำเนินการวิจัยของครูผู้สอนประจำชั้น หรือ รายวิชาที่สอน เพื่อมุ่งแก้ปัญหาด้านการจัดการเรียนรู้ ที่มีผลโดยตรงต่อความสามารถ ในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะต่างๆ ของผู้เรียน เป็นการดำเนินการวิจัยควบคู่ ไปกับการเรียนและการสอน โดยมีจุดหมายสำคัญ เพื่อรักษาระดับคุณภาพให้อยู่ ในระดับที่เหมาะสม และปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของชั้นเรียน และของโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น  การวิจัยในชั้นเรียนที่ดำเนินการในลักษณะการวิจัย และพัฒนาประกอบไปด้วย      การดำเนินการวิจัยและพัฒนารวม  3   ระยะ   ดังนี้  ระยะที่ 1 คือ การวิจัยสภาพ

ชั้นเรียน เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ หรือ วิชาใดวิชาหนึ่ง ของชั้นเรียนใดชั้นเรียนหนึ่ง ว่า มีสภาพเป็นอย่างไร มีปัญหาวิกฤติอะไร ระยะที่ 2 คือ การวิจัยสาเหตุ เป็นการวิจัยเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ของปัญหาวิกฤติที่พบในการวิจัยระยะที่ 1 เพื่อหาแนวทาง แก้ปัญหาดังกล่าวด้วย ระยะที่ 3 คือ การวิจัยนวัตกรรม คือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาวิกฤติที่พบ ในการวิจัย ระยะที่ 1       กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายในการบวนการวิจัยในชั้นเรียนคือ การเผยแพร่ผลการวิจัยด้วยการจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงาน หรือสาธิตการใช้นวัตกรรมทางการศึกษาที่ค้นพบจากการวิจัย เพื่อให้โรงเรียนอื่นๆนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป จุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียนคือ การวิจัยที่มุ่งแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่มีขอบเขตกว้างใหญ่ เป็นระดับภาค หรือ ระดับประเทศ เหมือนการวิจัยทางการศึกษาที่ทำในระดับมหาวิทยาลัย การกำหนดปัญหาการวิจัยในกรณีเป็นการวิจัยในชั้นเรียน ต้องกำหนด จากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการเรียนสาระ/วิชาต่างในชั้นเรียนแต่ละชั้น  ปัญหาการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนประกอบไปด้วย ปัญหาธรรมดา ซึ่งครูสามารถแก้ไขได้ทันทีในระหว่างการสอนในแต่ละครั้ง และปัญหาวิกฤติซึ่งเป็น ปัญหารุนแรงมากกว่าปัญหาธรรมดา ครูไม่สามารถจะแก้ไขได้ทันที ในระหว่างการสอนแต่ละครั้ง ปัญหาลักษณะดังกล่าวนี้ คือ ปัญหาการวิจัยในชั้นเรียน

             จากความรู้ ที่ได้รับจาการศึกษาด้วยตนเอง จากการเข้ารับการอบรม เกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนทำให้ข้าพเจ้า สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหานักเรียน ในชั้นเรียน ทั้งที่เป็นปัญหาที่เกิดจากการเรียน จากพฤติกรรม, จากครอบครัว โดยการแก้ปัญหาจากสาเหตุ ทำให้การเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา ที่ตรงจุดที่เกิดจากการศึกษาหาสาเหตุ และวิธีแก้ โดยระเบียบวิธีที่น่าเชื่อถือมีผลต่อการแก้ปัญหาของนักเรียนได้ประสบความสำเร็จทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนดีขึ้นและที่สำคัญนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ อย่างปกติ ครูเกิดความภูมิใจในตนเองให้มีความก้าวหน้าทางวิชาชีพ