เดียวนี้เด็กกำพร้าก็เยอะขึ้น

ท่านที่รักสัตว์คงยังจำได้ มีหนังออกมาเรื่องหนึ่ง มะหมา 4 ขา จากการฟังเพื่อนที่ไปดูมาเล่าสู่ฟังก็สนุกสนานเฮฮา ล้อคนด้วยป่าวก็ไม่รู้ การเล่าบอกกล่าวหรือสื่ออะไรบางประการ จะไม่เกิดโทษก็คือการเปลี่ยนตัวละครจากคน เป็นสัตว์ซะ นิทานจึงเป็นการสอนที่ดีในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนิทานนั้นมีอยู่มากหลากหลายระดับรูปแบบสามารถปรับประยุกต์ให้เหมาะได้กับทุกวัย

นึกถึงหนังเรื่องมะหมาแล้วทำให้ต้องพูดถึงหมาในมอที่มีเยอะ และอยู่กันเป็นโซนๆ ยึดพื้นที่ครอบครองกันเป็นจุดๆ และที่หอพักนักศึกษาชายก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง มีตัวแม่อยู่ตัวปีที่แล้วให้ลูกดีตกมา ๙ ตัว เพศเดียวกับแม่หมด นี่ถ้าเป็นวัวละก็สุดปลื้ม แต่เป็นหมาที่หาสังกัดเฉพาะบุคคลไม่ได้ ยังดีที่มีผู้สงสารช่วยเลี้ยงจนโตรอดมาทุกตัว และถึงวัยเจริญพันธุ์ก็ได้รับยาฉีดป้องกันการแพร่ขยายพันธุ์ต่ออีก แต่ตัวแม่ใหญ่ไม่รู้รอดมาได้อย่างไร ตั้งท้องและตกลูกมาอีก งวดนี้มาน้อย เพียง ๒ ตัว และเป็นตัวผู้หมด อ้วนท้วนสมบูญ เด็กๆที่หอก็ชอบหยอกเล่น รวมถึงข้าพเจ้าด้วย มันชอบวิ่งมาหาแล้วกัดขากางเกงดึงเวลาเดินเข้าออกหอ ก็ช่วยให้คลายบางสิ่งบางประการดี ตัวโตก็ชอบมาล้อมเหมือนกับว่าจะได้อาหารกิน แต่เป็นที่น่าแปลกใจอยู่ก็คือข้าพเจ้าเกือบจะไม่เคยเลี้ยงเลย แต่มันก็วิ่งมารุมล้อมแทบทุกครั้งที่เดินเข้าหอ บางวันรำคาญก็กระทืบเท้าใส่ มันก็ถอยออกห่างไปทุกตัว หมามันรู้เวลาเราอารมณดี ไม่ดี รู้เวลาที่จะเข้าใกล้ รู้เวลาที่จะอยู่ห่างๆ หมาไม่ได้เรียนหนังสือ แต่มันก็เรียนรู้โดยสัญชาตญาณของมัน อาจดีกว่าคนเราบางคนหรือบางขณะซะอีกนะ

พูดถึงลูกหมา ๒ ตัวที่กำลังน่ารักและซน บวกกำลังมันเขี้ยวที่ชอบกัดของต่างๆ มาวันนี้เดินเข้าหอ ไม่เห็นซะแล้วนักศึกษาถามว่าอาจารย์ให้หมาน้อยเขาไปเหรอ  เอ๊า มีคนเอาไปแล้วเหรอ มิน่าไม่เห็นมันมางับขากางเกง ได้แต่คิดว่านี่แหละน๊า น่ารักๆ ก็เอาไป พอไม่น่ารักก็เอามาปล่อยทิ้ง เลี้ยงดูไม่ไหวก็ปล่อยทิ้ง เห้อ ชีวิตหมา เดียวนี้เด็กกำพร้าก็เยอะขึ้น กรรม กรรม ฯ