เลี้ยงลูกแต่กายแต่ไม่เลี้ยงสมอง” งานบ้านการเรือนไม่เคยให้ลูกทำ คำสอนที่ดีไม่เคยบอก

 

ปัจจุบันเยาวชนไทยทำอะไรไม่ค่อยคำนึงถึงกรอปประเพณี ไม่รักนวลสงวนตัวและใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างไม่รู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริง เราเรียกอาการแบบนี้ว่าโรคสำลักอิสรภาพ   คือการใช้ความอิสระเหนือขอบเขตที่ควรเป็น ทำอะไรตามใจ ถือว่าทำอะไรก็ได้มันเป็นสิทธิ์ของฉัน คนอื่นไม่เกี่ยว

           การที่เยาวชนเป็นเช่นนี้สาเหตุหนึ่งเกิดจากบิดามารดาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เลี้ยงลูกแต่กายแต่ไม่เลี้ยงสมองงานบ้านการเรือนไม่เคยให้ลูกทำ คำสอนที่ดีไม่เคยบอก แต่ตามใจทุกอย่างที่ลูกต้องการ ลูกอยากกินอะไรหรืออยากได้อะไรก็จัดหาให้ทุกอย่าง โดยไม่บอกเหตุผลให้ลูกรู้ว่าว่าสิ่งใดจำเป็นแท้แก่ชีวิตหรือสิ่งใดจำเป็นเทียมคือแค่เป็นสิ่งที่โก้หรูไม่มีก็ได้  เครื่องใช้ที่ลูกอยากได้ขอเพียงลูกเอ่ยปากบิดามารดาก็หามาประทานให้ เยาวชนจึงกลายเป็นนักบริโภคนิยม แต่ผลิตอะไรไม่เป็น....  

        เมื่อผู้ปกครองขาดการชี้แนะถึงคุณประโยชน์ที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ เด็กก็ไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ขอเพียงให้มีเหมือนเพื่อนก็เป็นอันใช้ได้ วัยรุ่นที่ตกอยู่ในสภาพเชื่อเพื่อนมากกว่าผู้ปกครอง... เด็กหลายคนเมื่อได้คอมพิวเตอร์มาก็มาเล่นเกมส์ทั้งวันเล่นขลุกอยู่ในห้องไม่ไปเรียนหนังสือ เล่นเกมส์เหนื่อยออกมาจากห้อง หน้าตาเคร่งขรึม ไม่ไปเรียนหนังสือ หรือไปเรียนก็นอนหลับเพราะกลางคืนไม่นอน บางคนก็ขาดเรียนที่สุดก็ติด มส.หรือสอบตกจนถึงกับต้องออกโรงเรียนก็มีมากมายให้เห็นเป็นตัวอย่าง..... 

         ความจริงบิดามารดาทุกคนย่อมหวังให้ลูกนั้นมีการศึกษาเผื่อโตมาจะได้สามารถเลี้ยงตนเองได้ เมื่อลูกชายหรือลูกสาวจบมัธยมต้นที่บ้าน จึงส่งลูกเข้ามาศึกษาต่อในเมืองใหญ่  ซึ่งเป็นความหวังอันบรรเจิดของบิดามารดาที่จะเห็นลูกมีความก้าวหน้าในอนาคต.. 

         การมาอยู่หอพักซึ่งปราศจากสายตาของบิดามารดาซึ่งเดิมทีแม้อยู่กับบิดามารดาหรือพ่อแม่ๆก็ไม่ได้เลี้ยงสมองลูกเลย  ไม่เคยแนะนำ ไม่เคยชี้ถูกผิด มีอย่างเดียวคืออยากได้อะไรพ่อแม่จัดให้ เพราะบิดามารดาคิดเข้าใจผิดว่าลูกจะฉลาดนั้นต้องเข้าเรียนศึกษาในโรงเรียน ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่เลย   โดยเข้าใจว่าการเลี้ยงกายให้เจริญเติบโตเป็นหน้าที่ของบิดามารดาส่วนการพัฒนาสมองเป็นเรื่องของโรงเรียน ความคิดแบบนี้ถือว่าเป็นภัยอันร้ายยิ่งกว่ายาเสพติดหลายเท่า 

           ดังนั้นการให้ลูกได้เข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่บิดามารดาเลือกให้กับลูก จะเสียเงินค่าที่พักค่าอะไรบิดามารดาก็ยอมเท่าไหร่เท่ากัน เยาวชนเมื่อออกจากบ้านมาอยู่หอพักไร้บิดามารดาเป็นที่ปรึกษา ผู้เป็นที่ปรึกษาคือเพื่อนนักเรียนด้วยกัน จึงเกิดอาการคล้ายตาบอดจูงตาบอด...อยากมีอะไรตามที่เพื่อนทำ เพื่อนมีอะไรก็อยากมีตาม เดือนแรกที่เข้ามาอยู่หอพักลูกก็ยังปกติ พอเดือนที่สองสามสี่ลูกๆผู้เป็นที่หวังของพ่อแม่ก็เริ่มมีสิ่งต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อยากมีรถจักรยานยนต์ขี่ เพื่อจะไปโรงเรียนทันเวลา อยากมีทีวีดูข่าวเพื่อจะได้ทำรายงานหรือคลายเหงา  อยากมีโนตบุ๊คทำรายงานแต่แท้จริงเอามาเล่นเกมส์และดูสื่อลามก  และทางเดียวที่ทำได้หรือที่จะได้สิ่งเหล่านี้มาก็คือขอเงินบิดามารดามาซื้อ และเพื่ออนาคตบิดามารดาก็อดไม่ได้ที่จะพยายามตะเกียกตะกายหาทั้งๆที่ฐานะยากจน เพื่อลูกเราจะได้เก่ง จบมาจะได้มีงานและพึ่งตนเองได้.... 

           เยาวชนเมื่อมาอยู่หอพักมีเพื่อนเป็นที่ปรึกษา ลูกยาสุดที่รักก็เริ่มใจเอนเอียงตามค่านิยม เห็นเพื่อนมีแฟนก็อยากมีบ้าง เห็นเพื่อนโดดเรียนก็อยากทำบ้าง และทำตามกันเป็นแฟชั่น โดยบิดามารดาไม่อาจรู้ได้เลยว่าลูกขอเงินมาซื้อสิ่งต่าง ๆ เพื่อการศึกษาที่แท้จริงหรือเพื่ออะไร ... 

         เสียงเล่าจากคนข้างหอพักเล่าให้ฟังว่าที่หอพักแห่งหนึ่ง แยกห้องพักหญิงชายไว้เป็นสัดส่วนมีรั้วกั้น แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบหลายครั้งที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกมาจากคนที่พักที่หอพัก ฉันยอมทุกอย่างแล้วขออะไรฉันก็ให้ ทำไมต้องทิ้งฉันด้วยเธอจะทำแบบไหนฉันก็ยอม....ซึ่งเป็นเสียงหญิงสาวที่ดังออกมาจากห้องพักชายในเวลาราวตีสี่..... 

           อีกครั้งยามเลิกเรียนหญิงสาวขับรถกลับหอพักพบความฝูงหนึ่งเธอกลัวร้องขอให้เพื่อนบนหอพักลงมาช่วยและเสียงที่ตอบกลับมาจากบนหอคือ ควายสองสามตัวหละกลัว ทีควยคนสองสามคนหละไม่กลัว....ซึ่งเมื่อฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทนบิดามารดาที่ส่งลูกมาเรียน ท่านคงคิดว่าขายนาส่งลูกเรียน..แต่กลายเป็นขายนาส่งคนมาขายนาเพื่อให้มีแฟนกับเขาทั้งที่ตนเองยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรหากมี ดังที่เราเห็นคนเอาเด็กไปทิ้งตามถังขยะล้วนแต่เกิดจากเหตุนี้ทั้งนั้น รักสนุกแต่ไม่พร้อมที่จะดูแล  

             เมื่อไม่นานมานี้มีวัยรุ่นบางคนก็ได้จักรยานยนต์แล้วก็ขับเที่ยวซ้อนสามคนขับไปคุยกันไปกับแฟนมองหลังดูแฟนโดยไม่มองด้านหน้าว่ามีอะไร รถใหญ่ตีไฟเลี้ยวเพื่อจะจอดแต่พวกเธอไม่สนใจไยดีกับไฟรถ ขับรถไปตามอารมณ์ฉันมันส์ใช้ได้  เมื่อสองวันก่อนเห็นอุบัติเหตุรถชนสามสาวนักเรียน ผู้เขียนจึงสอบถามตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยคำตอบที่ได้คือเด็กขับรถประมาทไม่มองหน้าก่อนข้ามถนนแต่มองหลังคือมองแฟน ขับมาโดยไม่ดูอะไรจนโดนรถใหญ่ชนดับสยองทั้งสามคน  

          เยาวชนที่รัก ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะทำดีเพื่อตอบแทนค่าน้ำนม ค่าข้าวที่บุพพการีเคยป้อนและดูแลเรามา สิ่งที่พ่อแม่ดีใจสออย่างเท่าที่จำได้คือการมีลูกและการที่ลูกประพฤติดี บิดามารดาย่อมดีใจ ได้เวาลาสร้างความสุขให้บุพพการีแล้วหรือยัง จะทำอะไรคิดถึงบิดามารดา วงศ์สกุลบ้างอย่าเอาแต่ความสนุกหรือความเท่เป็นบรรทัดฐานในการกระทำเลย ...

             บิดามารดาเมื่อท่านส่งลูกมาเรียนแล้ว  หมั่นมาเยี่ยมเยียนลูกที่หอพักบ้าง หากลูกเราทำผิดจะได้สอนทัน ถ้าเขาดีก็จะได้อุ่นใจ เพราะถ้าบิดามารดาเป็นห่วงเด็กย่อมมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า อย่าคิดว่าโรงเรียนอย่างเดียวจะสอนให้ลูกเราเป็นคนดีได้เพราะโรงเรียนมุ่งให้ความรู้แต่ความดีความมีสามัญสำนึกผู้ที่จะปลูกได้ดีคือบิดามารดา....  

       อย่าให้เมืองพุทธต้องทรุมโทรมไปกว่านี้เลย เรามาทำหน้าที่บิดามารดาที่ดีคือ ห้ามลูกจากชั่ว ส่งเสริมให้ลูกทำดี รักศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูล...รักนวลสงวนตัว....เพื่ออนาคตลุกที่เรารักเลี้ยงเขาทั้งกายและสมอง ให้มี IQ และ EQ ที่สมดุลในการดำรงชีวิต.