วันนี้ฉันเริ่มต้นการทำแผนกลยุทธ์ต่อด้วยความคาดหวังว่า งานน่าจะไปได้ด้วยดี พวกเราเดินทางกันไปถึงการทำ Road Map ซึ่งก้คือธงใหญ่ ธงเล็ก ที่เราจะปักลงไปนั่นเอง แต่ก่อนจะเดินไปข้างหน้าฉันก็พาเด็กๆ ย้อนอดีตไปก่อนว่า ปีที่ผ่านมาเขาทำอะไรไปบ้าง อย่างไร แล้วเราจะปรับให้ดีอย่างไร ขณะที่กำลังระดมความคิดกันอยู่นั้น ท่านอาจารย์ใหญ่ท่านเมื่อวาน(คนเดิม) ท่านก็มาพอดี ท่านก็ให้ข้อคิดเห็นว่า"ละเอียดไปมั้ง" แล้วท่านก็ทำเอง บรรเลงเอง ต่อ โดย ทำการบรรยาย บวกกับพูดเอง เออ เอง เด็กๆ คิดตามทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่ดูว่าแกจะเอาแต่ความคิดของตัวเองไปซะทั้งหมด ความคิดเห็นของคนอื่นมันไม่ใช่ ไม่เข้าท่า ในบรรยากาศนั้น สิบคน หลับซะ สามคน จดตามสามคน แล้วใครจะคิดตามอาจารย์ท่านนั้น ที่สำคัญท่านเป็นระดับ อาจารย์ 3 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วฉันจะกล้าไปงัดข้อท่านได้อย่างไร ฉันมันแค่อาจารย์ 1 เท่านั้นเอง ที่จริงห้องแห่งการเรียนรู้นั้นน่าจะถอดยศ ถอดหัวโขน ที่สำคัญน่าจะถอดอัตตาออก แล้วพูดคุยกันอย่างเปิดเผย จริงใจ งานที่ทำเพื่อพัฒนาของเดิมให้ดีขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์

ช่วงใกล้จะจบ คิดงานเสร็จหมดตามโจทย์แล้วล่ะ ฉันทดลองจับเวลาช่วงที่แกพูดอยู่คนเดียวหน้าเวที ....ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 20 กว่านาที น่าทึ่งมากๆ ถ้ามีเทป บันทึกไว้ คงจะตลกน่าดูเลยว่าระยะเวลาที่ระดมความคิดทั้งหมด 9 ชั่วโมง คุณอำนวยท่านนี้ใช้เวลาของตัวเอง ในการพูดคนเดียวไปถึง 6 ชั่วโมง ที่เหลือเป็นคนที่นั่งอยู่ในห้องสิบคน ที่หลับไป 3 คน จดตาม 3 คน เฉลี่ยแล้วก็ใกล้เคียงกัน...ที่น่าสลดใจกว่านั้น เวลาพูดสรุปจบ แกก็หลุดออกมาเองว่า "ที่ผมทำนั้น" ไม่ใช่ กลุ่มผมชัดเจนนะ... ฉันเรียนรู้จากกระบวนการ ภายหลังจากที่นักเรียนคนที่หลับเขาออกไปนำเสนอว่า คนเราถ้าจะท่องจำไปพูดนั้น ไม่ยาก แต่พลังของการพูดจากประสบการณ์ ในรูปแบบเรื่อเล่าเร้าพลังนั้น "เร้าใจมากกว่า" มากมายจริงๆ เพราะเด็กคนที่หลับเขาทำให้ฉันดูว่าคนหลับอยู่พอขึ้นไปพูดตามเอกสารที่เพื่อนๆ จดให้ก็พูดได้เป็นฉากๆ แต่เด็กอีกคนนึงที่เขานำเสนอ เขานำเสนอจากประสบการณ์ของเขาเอง ไม่มีในบท มันส์ แตกต่างกันจริงๆ

สงสารคุณอำนวยจอมเผด็จการท่านนั้นจัง...เฮ้อ