ดูจิตกับ EQ Camp Module 2 The Last Part........ :D

อีกวันหนึ่งของ camp เป็นวันที่เราจะมา ฟัง ฟัง ฟัง และ พูด พูด พูด กัน คราวนี้เราใช้เทคนิคที่ได้มาจากตอนไปที่วัดป่าธรรมอุทยานมา โดย อ.วรภัทร์ ค่ะ ......... " DEEP LISTENING "

ช่วงแรกเราใช้ Indian Stick กันค่ะ เป็นไม้วิเศษ ผู้ที่ถือไม้นี้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์พูดนะคะ ใครที่ไม่มีไม้นี้ในมือ ห้ามพูด! ห้ามถาม! พูดจบวางไม้ ให้คนอื่นหยิบไปถือพูดต่อได้ ถ้าพูดไปแล้วอยากพูดอีกต้องรอให้คนอื่นพูดครบ 2 คนขึ้นไป ถึงจะพูดได้อีก

เราแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มเราค่อนข้างจะเฮฮา แต่อีกกลุ่มดูจะเงียบๆ มารู้ทีหลังเขาบอกว่า ไม่รู้ว่าเค้าให้หัวเราะได้ด้วยเหรอ ( เป็นงั้นไป 555 :D) วิธีนี้เห็นได้ชัดเลย ว่าจิตเกิดอยากพูด อิอิ พอคนนึงพูดอย่างนี้ เราก็คันปากอยากพูดขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่ต้องอดทนนะ ยังไม่ถึงคิว พอถึงรอบที่จะพูดได้ คนพูดวางไม้ปุ๊บ คว้าปั๊บ เกิดอาการแย่งไม้กันพูด เป็นที่สนุกสนานในการแย่งไม้ ใครมือไว คว้าได้ก่อน พูดก่อน 555 :D และเห็นได้เลยว่าความคิดในใจแทรกอยู่เป็นระยะๆ เลย แต่ก็ฟังรู้เรื่องนะคะ ระหว่างนี้เราก็เบรค share กันเป็นระยะๆ แต่ต่อเนื่องกันกับเรื่องที่พูดด้วยนะคะ ว่าตอนที่พูดรู้สึกอย่างไร ตอนฟังรู้สึกอย่างไร สิ่งที่เราคุยกันเป็นเรื่องหนังสือ กับเรื่องสุขภาพค่ะ

พี่ไก่ : พี่เป็นคนชอบอ่านหนังสือนิยายทุกประเภทนะ สามารถอ่านได้วันละ 4-5 เล่ม แล้วถ้าชอบหนังสือเล่มไหนก็จะซื้อเก็บไว้ แต่โดยส่วนมากจะไม่ซื้อ จะไปยืนอ่านที่ร้านเลย เพราะคิดว่าเราสามารถที่จะมีสิทธิ์เลือกหนังสือเล่มที่เราจะซื้อได้ ก็ต้องอ่านก่อน แล้วถ้ายืมคนอื่นก็จะยืมลืม ประมาณว่านานมาก กว่าจะคืนน่ะ

โบว์ : ที่ห้องโบว์ก็มีหนังสือเยอะ เป็นคนชอบอ่านเหมือนกัน แต่ชอบซื้อเก็บมากกว่า ประมาณว่าซื้อมาแล้ว อ่านไม่ทันน่ะค่ะ แต่ถ้าพี่ไก่จะยืมได้ค่ะ แต่โบว์มีสมุดยืมคืนจดบันทึกด้วยนะ 555  :D เพราะที่ห้องโบว์มีหนังกะหนังสือเยอะ คนมายืมจำไม่ได้ว่าเป็นใครบ้าง เลยต้องมีสมุดเนี่ยแหละ จะได้ตามถูกว่าอยู่กะใคร

พี่นุ้ย : นุ้ยก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จะเป็นแนววรรณกรรม เช่น แฮรี่ พอตเตอร์ เซพทีมัส ฮีพ จะซื้อเก็บไว้เป็นชุด ไว้ให้ลูกได้อ่านในอนาคตด้วย แต่เมื่อกี้ตอนพี่ไก่พูด นุ้ยก็คิดว่า " อย่ามายืมของชั้นนะ! " เพราะค่อนข้างจะหวงหนังสือ

พี่ไก่ : พี่เข้าใจว่าบางคนรักหนังสือ แต่พี่เป็นประเภทอ่านแล้วก็คว่ำหน้าไว้ก่อน ก็รักนะ ถ้าใครจะยืมก็ได้ไม่หวง แต่อย่าทำขาดแค่นั้นแหละ ส่วนโบว์... พี่ยอมรับได้ ถ้าต้องลงสมุดยืมคืน 55

นี่เป็นตัวอย่างเรื่องที่คุยกันค่ะ ตอนนั้นบรรยากาศแบบเฮฮานะคะ ไม่ได้คุยกันแบบซีเรียส ขำ ขำ มากกว่า เทคนิคนี้ เหมือนให้เราได้คิดก่อนที่จะโต้ตอบออกไป ถ้ายังไม่ถึงคิวพูดน่ะค่ะ ประมาณว่าได้เว้นวรรคไปก่อน ตอนที่คนอื่นพูดเราก็ ติ๊ง! เกิดขึ้นในใจว่าเดี๋ยวชั้นจะต้องพูดอย่างนี้ แต่พอพูดจริงๆ บางเรื่องที่คิดว่าจะพูดเมื่อกี้นี้มันหายไปแล้วน่ะค่ะ บรรยากาศในการพูดก็สำคัญนะ Deep listening จริงๆ ที่ต้องฟังแบบไม่มีเจ้าตัว inner voice ออกมาเนี่ย คงต้องฝึกบ่อยๆ โดยเฉพาะในห้องประชุม เห็นได้ชัดเลยค่ะ ว่าแต่ละคนก็อยากพูดเรื่องของตัวเอง อาจจะไม่ทันได้คิดก่อนพูดด้วย

อีกช่วงนึง เราก็จับคู่กัน คนที่มีเรื่องขัดแย้งกัน เรื่องอะไรก็ได้ ให้คนนึงพูดก่อน แล้วอีกคนพูดทวนในสิ่งที่คนแรกอยากจะสื่อ โดยต้องแสดง feeling ของคนแรกออกมาด้วย ทีแรกยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ทำไปทำมารู้สึกว่าจะยังมาไม่ถูกทาง เลยเอาไว้จะทำกันใหม่

camp นี้ เรียกได้ว่าดูจิตกันจริงๆ นะคะ ตามทันมั่ง ไม่ทันมั่ง มันปรู๊ดปร๊าดไปเรื่อย เร็วจะตาย ฝึกๆๆๆๆ เท่านั้น ได้ไปเดินจงกรมที่องค์พระ หลวงปู่ป่าสักชลสิทธิ์ฯ ด้วย รู้สึกดีจัง :D

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Over the RainBOW

คำสำคัญ (Tags)#deep listening#inner voice

หมายเลขบันทึก: 125392, เขียน: 05 Sep 2007 @ 21:31 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:15 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

กิจกรรมน่าสนใจมากครับ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์มากมายทั้งงานนอกและงานในนะครับ...คนคิดกิจกรรมก็เก่ง คนทำก็เก่งครับ

 

camp ธรรมอุทยาน เป็นkmที่ดีมาก โดย อ. วรภัทร์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ โบกี้ เคยฟัง cd ของ อ.วรภัทร์ไหม ที่ขึ้นต้นว่า สุดยอดของการเรียนคือไม่ต้องเรียน คบบัณฑิต
P
  • ยินดีเช่นกันค่ะ
  • ไม่เคยฟัง CD ของ อ. แต่ดู VCD แล้วก็ อ. สอนให้ฟังน่ะค่ะ

ชอบการ Reflection ของวันนี้ที่สุดเลย เป็นการสะท้อนความคิดที่มันมาก เฮฮา และได้ความรู้

ยิ่งคุยกันมาก ก็ยิ่งรู้มาก(อย่างน้อยก็รู้(จัก)กันมากขึ้นไง) :D