ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิด ลักษณะการคิดและกระบวนการคิดในกิจกรรมการเรียนรู้เนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นแนวทางที่สะดวกที่สุด
ในช่วงเวลาของการปฏิรูปการศึกษา ได้มีนักคิดและนักการศึกษาให้ความสนใจในเรื่องการพัฒนาการคิด
มีทั้งการนำหลักธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการสอนและการวิจัย
ควบคู่กันไปกับการนำทฤษฎีและหลักการของต่างประเทศมาประยุกต์ใช้
ทำให้ได้รูปแบบการสอน
กระบวนการสอน และเทคนิคการสอนต่างๆ
เพิ่มขึ้น เช่น การสอนให้ “คิดเป็น
ทำเป็น
และแก้ปัญหาเป็น” โดย โกวิท
วรพิพัฒน์
“การสอนโดยสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ”
โดย สุมน
อมรวิวัฒน์
“การสอนความคิด” โดย
โกวิท ประวาลพฤกษ์
“การสอนทักษะกระบวนการ” โดย กรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ “กระบวนการคิดเป็น
เพื่อการดำรงชีวิตในสังคมไทย” โดย หน่วยศึกษานิเทศก์
กรมสามัญศึกษา เป็นต้น
กรอบความคิดในการพัฒนาความสามารถทางการคิด
จากการค้นคว้าองค์ความรู้เกี่ยวกับการคิด ทิศนา แขมมณี
และคณะ ได้จัดมิติของการคิดไว้ 6 ด้าน
เพื่อใช้เป็นกรอบความคิดในการพัฒนาความสามารถทางการคิดของเด็ก
ดังนี้
1. มิติด้านข้อมูลหรือเนื้อหาที่ใช้ในการคิด
การคิดเป็นกระบวนการ
ซึ่งจะต้องมีข้อมูลหรือเนื้อหาของเรื่องที่จะคิดหรือแก้ปัญหาพร้อมทั้งวิธีการที่จะคิด
ซึ่งข้อมูลแบ่งได้เป็น 3 ด้าน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
และข้อมูลวิชาการ ซึ่งในการแก้ปัญหาบุคคล
จะต้องพิจารณาข้อมูลทั้งสาม
ส่วนนี้ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนจนกระทั่งพบทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม
2. มิติด้านคุณสมบัติที่เอื้ออำนวยต่อการคิด
การคิดพิจารณาเรื่องใดๆ
คุณสมบัติส่วนตัวของผู้คิดมีผลต่อการคิดและคุณภาพของการคิดอย่างมาก
ซึ่งคุณสมบัติต่างๆ
ได้แก่
ความเป็นผู้มีใจกว้าง
เป็นธรรม
ใฝ่รู้
กระตือรือร้น ช่างวิเคราะห์
ผสมผสาน ขยัน ต่อสู้ กล้าเสี่ยง
อดทน
มีความมั่นใจตนเอง
3. มิติด้านทักษะการคิด
การที่บุคคลจะคิดสิ่งใด จำเป็นจะต้องมีทักษะพื้นฐานในการคิด
เพื่อสร้างมโนทัศน์ในสิ่งที่จะคิดนั้น
และจะต้องมีทักษะกระบวนการที่ซับซ้อนที่เรียกว่า
ทักษะการคิดชั้นสูง
เพื่อให้เกิดผลของการคิดและการพัฒนาทักษะการคิดด้วยทักษะต่างๆ
มีดังนี้
3.1 ทักษะการคิดพื้นฐาน
ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการจำ ทักษะการอ่าน
ทักษะการเก็บความรู้ ทักษะการใช้ความรู้ ทักษะการพูด ทักษะการเขียน
ทักษะการแสดงออก ฯลฯ
3.2 ทักษะที่เป็นแกนสำคัญ
ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการสำรวจ
ทักษะการตั้งคำถาม
ทักษะการเก็บรวบรวมข้อมูล
ทักษะการตีความ
ทักษะการเปรียบเทียบ
ทักษะการสรุปความ
ฯลฯ
3.3 ทักษะการคิดชั้นสูง
ทักษะการนิยาม
ทักษะการผสมผสาน
ทักษะการสร้าง
ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการจัดระบบ
ทักษะการตั้งสมมติฐาน
ทักษะการทำนาย
ทักษะการประยุกต์
ฯลฯ
4. มิติด้านลักษณะการคิด
เป็นประเภทการคิดที่แสดงลักษณะเฉพาะที่ชัดเจนที่เด็ก
ควรจะมีในการคิด มี 9 ประการ
ได้แก่ การคิดคล่อง
การคิดหลากหลาย การคิดละเอียด การคิดชัดเจน
การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดกว้าง
การคิดไกล
การคิดลึกซึงและการคิดแหวกแนว
5. มิติด้านกระบวนการคิด
เป็นการคิดอย่างมีลำดับขั้นตอน
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การคิดนั้นๆ
ซึ่งในแต่ละขั้นตอน
ต้องใช้ทักษะการคิดและลักษณะการคิดเป็นจำนวนมาก
ได้แก่
กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
กระบวนการคิดแก้ปัญหา
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการศึกษาวิจัย
กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการตัดสินใจ
กระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ฯลฯ
6.
มิติด้านการควบคุมและประเมินการคิดของตนเอง
เป็นการคิดอย่างมียุทธศาสตร์
ซึ่งประกอบด้วยการวางแผน
การควบคุมกำกับการกระทำของตนเอง
การตรวจสอบความก้าวหน้าและประเมินผล
ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการคิดให้ดีขึ้นเรื่อย
ๆ
การสอนเพื่อพัฒนาการคิด
แนวการสอนเพื่อพัฒนาการคิดสามารถสรุปได้เป็น
3 แนว คือ
1.
การสอนเพื่อพัฒนาการคิดโดยตรง
โดยใช้โปรแกรมสื่อสำเร็จรูปหรือบทเรียน /
กิจกรรมสำเร็จรูปที่มีผู้พัฒนาไว้แล้วมาจัดสอนเป็นพิเศษให้แก่ผู้เรียน
2. การสอนเนื้อหาสาระต่างๆ
โดยใช้รูปแบบหรือกระบวนการสอนที่เน้นกระบวนการคิด
เป็นการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านเนื้อหาสาระตามรายวิชาและการคิดไปพร้อมๆ
กัน รูปแบบการสอนต่างๆ ได้แก่
การสอนแบบสืบสวนของจอยส์และเวลล์
การสอนแบบการคิดแก้ปัญหาอนาคตของทอเรนซ์
การสอนแบบการสอนตามขั้นทั้ง
4 ของอริยสัจ โดย สาโรช
บัวศรี
ทักษะกระบวนการ
โดยกรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ กระบวนการวิทยาศาสตร์ โดย สสวท.
กระบวนการคิดเป็น โดย โกวิท วรพิพัฒน์ ฯลฯ
3. การสอนเนื้อหาสาระต่างๆ
โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิด
ลักษณะการคิดและกระบวนการคิดในกิจกรรมการเรียนรู้เนื้อหาวิชาต่างๆ
เป็นแนวทางที่สะดวกที่สุด
เมื่อผู้สอนเข้าใจกรอบแนวคิดการสอนให้คิดก็นำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีลักษณะที่ให้โอกาสผู้เรียนได้พัฒนาการคิด