ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 สำหรับผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครูผู้ช่วย ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู บรรลุตามความมุ่งหมายในการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และบุคลิกลักษณะในการปฏิบัติวิชาชีพ ทั้งการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับวิชาชีพครู ก.ค.ศ. จึงมีมติกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ดังนี้หลักเกณฑ์1. ให้ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่ง ครูผู้ช่วยเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มระหว่างปฏิบัติราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด2. ก่อนการมอบหมายหน้าที่ให้ปฏิบัติ ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาแจ้งให้ครูผู้ช่วยทราบถึงภาระงาน มาตรฐานคุณภาพ มาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ เกณฑ์การประเมินผลงาน ระเบียบแบบแผน หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติราชการ บทบาทหน้าที่ของข้าราชการในฐานะเป็นพลเมืองที่ดี และหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 3. การประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ให้คณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ดำเนินการดังนี้3.1 ประเมินเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ครูผู้ช่วยเป็นระยะ ๆ ทุก 3 เดือน ตามแบบประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด ในการประเมินแต่ละครั้งให้ประธานกรรมการ แจ้งผลการประเมินให้ครูผู้ช่วย และรายงานผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ทราบ3.2 เมื่อครบเวลา 2 ปี ให้สรุปผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม เสนอต่อผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เพื่อพิจารณาต่อไป4. การนับระยะเวลาการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี นับวันเข้าปฏิบัติราชการวันแรกเป็นวันเริ่มต้น และนับระยะเวลาสิ้นสุดตามปีปฏิทิน กรณีครูผู้ช่วย ผู้ใดได้ลาคลอดบุตร ลาป่วย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล เป็นระยะเวลาเกินกว่า 90 วัน ไม่ให้นับระยะเวลาการลาที่เกิน 90 วันดังกล่าวรวมเป็นเวลาการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มวิธีการ1. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มจำนวน 3 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นประธาน กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 1 คน เป็นกรรมการ และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งดำรงตำแหน่งครูที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม เป็นกรรมการและเลขานุการ2. ให้คณะกรรมการมีหน้าที่เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ให้คำปรึกษา แนะนำ รวมทั้งประเมินผลการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมและการประเมินเพื่อปรับปรุงและพัฒนาให้บรรลุผลตามความมุ่งหมาย3. เมื่อผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ได้รับรายงานแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้3.1 กรณีที่เห็นว่าครูผู้ช่วยมีผลการประเมินการเตรียมความพร้อม และพัฒนาอย่างเข้มต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผลการพัฒนา ที่ ก.ค.ศ. กำหนด หากผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นว่าควรทบทวนการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ก็อาจให้คณกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง และหากผลการประเมิน ยังต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผลการพัฒนาที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้มีผู้มีอำนาจมาตรา 53 สั่งให้ครูผู้ช่วยผู้นั้นออกจากราชการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงาน แล้วแจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว3.2 กรณีที่ครูผู้ช่วยมีผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผลการพัฒนาที่ ก.ค.ศ. กำหนด และผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นเช่นเดียวกับคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ก็สั่งให้ครูผู้ช่วยนั้นออกจากราชการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงาน แล้วแจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว3.3 กรณีที่เห็นว่าครูผู้ช่วยมีผลการประเมินการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาอย่างเข้ม เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินผลการพัฒนา ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้มีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ต่อไป และเมื่อผ่านการประเมินทุกครั้งจนครบสอง ปี และเห็นว่าควรให้ครูผู้ช่วยผู้นั้นรับราชการต่อไป ก็เสนอให้อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติ และผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งแต่งตั้งครูผู้ช่วยผู้นั้น ให้ดำรงตำแหน่งครูต่อไป แล้วให้แจ้งให้ผู้นั้นทราบ
การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ครูผู้ช่วย
การจัดการความรู้
ชัดเจนดีครับ
น่าจะมีรูปด้วยก็จะดี
มาเยี่ยมเป็นกำลังใจครับ
ลงรูปแล้วชัดเจนเหมือนตัวจริงเลยค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยม
อย่าลืมของเยี่ยมด้วยนะคะ
ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหน ก็ต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดนึ
มาเป็นกำลังใจค่ะ สู้ต่อไปนะคะ
ทุกตำแหน่งก็ต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม..ขอเป็นกำลังให้นะค๊ะ
ทำไมรูปหนูไม่มาด้วยหล่ะ
ทำสวยมากเลยค่ะพี่ ขอชื่นชม
ดิฉันบรรจุเมื่อ 5 มิ.ย.51
เดือน พ.ค.52 ได้ไปสอบใหม่และทำหนังสือขออนุญาตสอบอย่างถูกต้อง
อยากทราบว่าถ้าสอบได้
จะสามารถนับเวลาราชการต่อเลยได้หรือไม่
ข้องใจมากบางคนบอกได้
บางคนบอกไม่ได้
กรุณาตอบให้หายข้องใจด้วยนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
อาจารย์อารีวัลย์ คะ
ถ้าสอบได้ก็สามารถนับเวลาราชการต่อได้เลย โดยไปรายงานตัวตามที่เขตที่สอบบรรจุได้ เรียกรายงานตัวและแจ้งทางเขตให้ทำเรื่องให้ แต่ทั้งนี้หากประกาศรับสมัคร ที่อาจารย์ไปสมัครระบุว่าไม่นับเวลาต่อ ก็นับต่อไม่ได้ แต่ส่วนมากจะไม่ประกาศ ใจร้ายอย่างนั้น
อยากให้อธิบายวิธีคิดคะแนน ที่จะต้องใส่ในช่อง คะแนนรวมหมวดที่ 1 - 2 ว่าจะให้เอาคะแนนดิบมารวม หรือเอาคะแนนที่สรุปผลคะแนนร้อยละมารวมคะ ขอความกรุณาตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ...
รบกวนหน่อยนะครับ พอน้องที่โรงเรียนตอนนี้อยู่ในตำแหน่งครูผู้ช่วย แล้วกำลังจะลาคลอด ไม่ทราบว่าจะต้องยืดเวลาการประเมินออกไปตามที่ลาคลอดหรือเปล่าครับ
นับต่อเนื่องได้เลยค่ะ ข้าราชการมีสิทธิลาคลอดได้ค่ะ
ในช่วงเกือบ2ปีในการพัฒนาอย่างเข้ม ดิฉันได้ลาคลอดมาแล้ว 90 วัน และมีลาป่วยและลากิจส่วนตัวบ้างเล็กน้อย ไม่ทราบว่าการคิดวันลาจะนับรวมกันเลยใหม(ที่ว่าครูผู้ช่วยลาได้ไม่เกิน 90วันน่ะค่ะ) งงๆค่ะ ว่าจะนับวันลา 90 วันนั้นนับรวมกันไหมในระหว่างลาคลอดบุตร ลาป่วยและลากิจ ถ้านับรวมแสดงว่าดิฉันได้ลาเกิน และต้องทดลองงานต่อใช่ใหมคะ.....อยากทราบมากค่ะ เครียดมาก อยากรู้ความจริง เพราะบางคนบอกว่า นับวันลารวมทั้งหมดในแต่ละครั้ง บางคนบอกว่าไม่นับรวม
การลาอยู่ในปีงบประมาณเดียวกันหรือเปล่าค่ะ ถ้าคนละปีงบประมาณก็ไม่นับรวม
ตอนนี้หนูเป็นครูผู้ช่วยกำลังจะคลอดในเดือนเมษายนนี้ซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอมพอดี หนูอยากรู้ว่าจะลาคลอดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ
ลาคลอดสามารถลาก่อนได้ แต่จะนับวันลารวมกับวันลาคลอดบุตร
ตอนนี้สอนอยู่ มหาสารคามค่ะ ต้องการย้ายสับเปลี่ยนไปที่ปทุมธานี หรือกรุงเทพมหานคร ค่ะ ถ้าหากมีครัยต้องการย้ายติดต่อมาที่ 0847864519 ค่ะ
จะเป็นไปได้ไหมคะ มี่ กรณี ครูผู้ช่วยลาคลอด 90 วัน
แล้ว ทางโรงเรียน ยีดเวลาประเมินการพัฒนาฯ ( คือ + เพิ่ม อีก 3 เดือน)
พอดีว่าจำเป็นต้องลาคลอดค่ะ...แต่ อยากให้ผ่านครูผู้ช่วย ภายใน 2 ปี ไม่อยาก ให้ + เพิ่ม
ขอบคุณค่ะ
อยากจะถามว่าในกรณีที่ดิฉัน มาบรรจุ วันที่ 9 พ.ย. 52 และการประเมินอย่างเข็มในครั้งที่ 1 คือ 9 พ.ย. 52 - 8 ก.พ. 53 แต่ว่า วันที่ 30 พ.ย. 52 ดิฉันลาคลอด ถึงประมาณปลายเดือน ก.พ 53 รวมระยะเวลาการลาคลอด 88 วัน ครูพี่เลี้ยงที่ประเมินให้ บอกว่าครั้งที่1 ไม่สามารถประเมินได้เพราะลาคลอด ทั้งที่ดิฉันก็ทำงานจากวันที่ 9 - 29 พ.ย. 52 ประมาณ 20 วัน คืออ่านระเบียบแล้วไม้เข้าใจคะ ที่ว่าถ้าลาเกิน 90 วัน ไม่นับรวมกับการพัฒนาอย่างเข็ม ซึ่งดิฉัน ลาในครั้งที่1 ค่อมไปในครั้งที่ 2 นิดๆๆ และไม่เกิน 90 วันด้วย อยากจะทราบว่าครูพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ประเมินเค้าคิดถูกหรือผิดคะ เพราะว่าดิฉันต้องเพิ่มระยะการประเมินอย่างเข็มอีก 1 ครั้ง และเลื่อนเวลาไปอีก 3 เดือนค่ะ ขอความกรุณาช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
การลาคลอดหากไม่เกิน90 วัน นับรวมในการพัฒนาอย่างเข้ม เลยไม่ต้องเพ่ิมเวิลาการประเมินอีก 3 เด่ือน