วันนี้ไม่ได้มีสาระอะไรมากมาย เพียงแต่มีเรื่องเล่าอีกด้านของผู้เขียนให้อ่านกันเล่นๆสนุกๆ เป็นอีกด้านที่เรียกว่าความสามารถ ( ไม่เฉพาะตัว ) แต่ก็รู้สึกภูมิใจซะเหลือเกิน ( อิอิอิ ) ![]()
เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนสุรนารีวิทยา ค่ะ โรงเรียนสตรีล้วนประจำจังหวัดโคราช ( แม้แต่ผู้บริหารก็เป็นผู้หญิง ) แล้วก็ยังเป็นอดีตสมาชิกวงโยธวาธิตของโรงเรียนด้วยค่ะ อยู่ในวงฯมา 6 ปีเต็ม ( เล่นตั้งแต่ ม.1 - ม.6 )
สมัยที่เรียนอยู่ ม.1 เป็นการบังคับของหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันที่นักเรียนจะต้องมีชมรมคนละหนึ่งชมรม มีหลายชมรมให้เลือกมากค่ะ หนึ่งในนั้นคือชมรมดนตรีสากล
ด้วยความที่เป็นคนชอบดนตรี ทั้งดนตรีไทย และดนตรีสากล ประกอบกับมีแรงบันดาลใจ คือ เพลงยามเมื่อลมพัดหวน ( เคยฟังกันไหมค่ะ ) เป็นเพลงที่โซโลแซ็กฯได้ไพเราะมาก จึงเป็นจุดประกายทำให้เลือกชมรมดนตรีสากลเพียงเพื่อว่า "ฉันจะเล่นแซ็กโซโฟน" ประกอบกับช่วงนั้น โรงเรียนโด่งดังมากเพราะเพิ่งไปแข่งขั้นดนตรีโลกที่ต่างประเทศและได้รับชัยชนะประสบผลความสำเร็จระดับหนึ่ง ( เป็นรุ่นพี่ค่ะไปแข่งเมื่อปี พ.ศ.2536 แต่ผู้เขียนไปแข่งปี พ.ศ.2540 ) นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นสมาชิกวงโยธวาธิตด้วยความมาดมั่นและตั้งใจ
ได้เข้าไปอยู่ Section แซ็กโซโฟนอย่างที่ตั้งใจค่ะ แต่ชะตาฟ้าลิขิต ผู้เขียนได้เป่าเพียงเมาท์พีชและคอแซ็กโซโฟนเท่านั้น ( ใช่ว่าเข้ามาแล้ว จะได้เล่นเครื่องเลยนะคะ คุณต้องผ่านกระบวนการฝึกลม และการเป่าเฉพาะเมาท์พีชให้ได้เสียง Long Tone ที่ดีก่อน จึงจะได้จับเครื่อง ) ได้เข้ามาในวงฯ จึงได้รู้ว่า แซ็กโซโฟนที่เห็นมันไม่ได้มีขนาดเดียวอย่างที่เรารู้จัก มันมีทั้ง ขนาดเล็ก ( อัลโต้แซ็กฯ ) ขนาดกลาง ( เทเนอร์แซ็กฯ ) และขนาดใหญ่ ( อันนี้จำชื่อไม่ได้ แต่ใหญ่มากค่ะ เอามาห้อยคอผู้เขียนแล้วลากดินเลย )
ด้วยความที่ผู้เขียนเป็นคนตัวเล็ก ประกอบกับตอนนั้นเครื่องอัลโตแซ็กฯก็มีเจ้าของกันหมดแล้ว เหลือแต่เครื่องเทเนอร์แซ็กฯ เล่นไม่ได้ค่ะ มันใหญ่เกินไปสำหรับตัว รุ่นพี่เค้าก็เลยพยายามพูดเพื่อให้เราเสียใจน้อยที่สุด ( เพราะเค้าร้ว่าเราอยากเล่นแซ็กฯ ) เค้าให้เราไปฝึกแถวก่อน แล้วถ้าเครื่องว่างเค้าจะเรียกให้เรามาเล่น ซึ่งเป็นได้ยากค่ะ เพราะถ้าเครื่องจะว่างนั่นก็หมายถึง เจ้าของเก่าออกจาก Section หรือออกจากวงฯไปแล้ว ( โอกาสน้อยมากถึงไม่มีเลย ) ![]()
ผู้เขียนไปฝึกแถวอยู่ระยะหนึ่ง จนรู้สึกว่าถ้าฝึกแต่แถวแบบนี้คงไม่ได้เล่นเครื่องแน่ ก็อยู่วงโยธวาธิตทั้งทีก็ต้องได้เล่นเครื่องสิค่ะ ถึงจะสมกับที่ตั้งใจ แต่ฝึกแถวอย่างเดียวต่อไป ก็เท่ากับว่าเราจะได้แค่ ตีธง ( ความจริงตีธงก็ยากเหมือนกันนะ ไม่ง่ายเลย ใครไม่เคยไม่รู้หรอก มองดูเหมือนจะง่าย แต่ยากค่ะ ) ที่เข้าวงฯมาเนี๊ยะเพราะอยากเล่นเครื่องดนตรี ไม่ใช่อยากเล่นธง
ฉากต่อไปจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าไปอยู่ Section ใหม่ คือ Section Euphonium ( ยูโฟว์เนียม ) เป็น Section ซึ่งมีแต่พวกอกหักจาก Section อื่นทั้งนั้นเข้ามาเล่นรวมถึงตัวผู้เขียนด้วย แต่ก็เป็นเครื่องเล่นที่ทำให้ผู้เขียนได้ไปแข่งดนตรีที่ต่างประเทศ และเป็นเครื่องที่ใช้จนจบ ม.6 ค่ะ
ยังมีเรื่องราวอีกเยอะของการเป็นเด็กวงโยฯ ทั้งสุข ทุกข์ สนุก เศร้า ความอดทน และเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อม รวมไปถึงมิตรภาพของความเป็นเพื่อน รุ่นพี่ และรุ่นน้อง แต่จะค่อยๆเล่าในบันทึกต่อๆไปค่ะ
![]()
ยินดีค่ะ อ.ขจิต
มาเยือนบล็อกเป็นคนแรกเลย ดีใจค่ะ
พูดถึงกีฬานี่ ไม่มีทักษะเลยค่ะ ตอนเรียนก็เกือบจะไม่รอดดีที่เพื่อนช่วยไว้ แต่ชอบดนตรีค่ะ ( ไม่มีทักษะด้านกีฬา แต่ก็ชอบออกกำลังกายนะคะ อิอิ )
สวัสดีค่ะคุณ สิทธิ์ชัย
อิอิอิ เล่าความหลัง ไม่มีอะไรน่า แปลก ! ( เอ หรือว่า งง หว่า ) เอาเป็นว่าไม่มีอะไรมาก แค่เป็นความหลังที่ประทับใจ ภูมิใจกับการเป็นเด็กวงโยธวาธิตของโรงเรียนสุนารีวิทยาค่ะ
ใช่ไม่มีอะไรหรอก….แค่เคยได้ยินเขาพูดกันว่าคนเราถ้าเริ่มเล่าความหลังคือคนมี่สูงวัยแค่นั้นเอง….อิอิ
รบกวนสอนวิิธีกำหนดลมหายใจกับตัวโน๊ตแต่ละตัวว่ากดตัวไหน ปล่อยตัวไหน จะเป็นเสียงอะไร ส่งเป็นภาพมาก็ได้ครับคือปุ่มมันเยอะจัด เล่นก็ไม่เป็น เหนื่อยสุดๆ ขอบคุณล่วงหน้านะครับ