เมื่อ 14 มกราคม วันเด็กที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมเป็นเกียรติในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรวิทยาลัยชุมชนตาก โดยกำหนดเริ่มประมาณ 10 โมงเช้าเป้นต้นไป พอร่วมกิจกรรมวันเด็กได้สักพักหนึ่ง ผมก็รีบไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วขับรถไปร่วมงานที่อำเภอเมืองตาก มีนักศึกษาเข้ารับ 238 คน เป็นรุ่นที่ 2 ของวิทยาลัยชุมชนตาก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

          ก่อนประสาทอนุปริญญาบัตร จะมีพิธีมอบหอประชุมตันติสุนทร ซึ่งคุณอุดร ตันติสุนทรและครอบครัว ได้สร้างมอบให้ในวงเงิน 3,200,000 บาท

           ผมคิดว่าคงไปถึงสายกว่ากำหนดงานเพราะออกช้า น่าจะทันตอนประสาทอนุปริญญา ปรากฎว่าไปถึง 10 โมงครึ่ง ยังไม่ได้เริ่มทำพิธีเนื่องจากทราบว่าท่านองคมนตรีเดินทางมาไม่ถึงเพราะมีปัญหาเครื่องบินไม่สามารถขึ้นลงได้ที่สนามบินดอนเมือง ทำให้งานต้องล่าช้าไปด้วย คนที่เครียดที่สุดน่าจะเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย แต่หลายคนก็ได้ปลอบใจว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย ท่านผู้ว่าและคุณรักษ์ อดีต สส.ตาก ทานก็เป็นผู้ใหญ่ใจดี คอยให้กำลังใจ ทำให้ลดกังวลไปได้

            ช่วงเวลาที่รอ ก็เป็นโอกาสของการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันของผู้เข้าร่วมและได้เจอกรรมการสภาวิชาการมากกว่าตอนประชุมอีก ได้คุยกับอ.โกญจนา คุณชาติชาย อ.วรรณพร พี่เพียงใจ(เป็นกรรมการสภาวิทยาลัยที่มาจากตัวแทนประชาคมจังหวัด เป็นผู้หญิงเก่ง) ก็ได้นั่งทานอาหารกลางวันไป คุยกันไป ได้หลายเรื่อง คุณชาติชายได้คุยให้ฟังเรื่องการคุยกับปลัด อบจ.เพื่อตั้งกรรมการชุดหนึ่งเข้ามาทำเรื่องยุทธศาสตร์ของจังหวัดตาก ที่จะขับเคลื่อนโดย อบจ. โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งตากมีทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล แต่คนไม่ค่อยรู้ เรียกว่าขายไม่เป็น และก็ได้ชวนผมเข้าไปร่วมเป็นกรรมการชุดนี้ด้วย

              เรื่องท่องเที่ยวจังหวัดตากนี่ ผม คุณชาติชาย คุณอัมพล อัยการราเชนทร์ อาจารย์ไพบูลย์ ได้ทำงานวิจัยศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดตาก ตอนเรียนปริญญาโทที่นิด้า ที่เลือกเรื่องนี้เพื่อจะนำเอาผลการวิจัยมาใช้ได้ประโยชน์ในอนาคต

              มีการพูดคุยกันถึงเรื่องทิศทางการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนที่น่าจะมีสาขาทางด้านสุขภาพ ซึ่งผมก็คิดไว้คร่าวๆแล้ว รวมทั้งเรื่องการส่งเสริมอาชีพชุมชน เศรษฐกิจวิถีชุมชน ซึ่งน่าจะมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นในอนาคตนี้

               ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ท่านองคมนตรีมาถึงบริเวณงาน ก็ได้เริ่มพิธีจนประมาณบ่ายสองโมงก็เสร็จพิธี หลังจากนั้นท่านองคมนตรีได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนทุกแห่ง ส่วนผมก็ได้เข้าไปแสดงความยินดีกับคุณสุรินทร์ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ของโรงพยาบาลที่รับในสาขาการปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแล้วอนาคตน่าจะไปทางอบต.และอีกคนเป็นตำรวจสามีของพี่พยาบาลที่โรงพยาบาลก็จบในสาขาเดียวกัน หลังจากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน

                ตั้งใจว่า จะได้สวัสดีแสดงความเคารพและพูดคุยกับท่านอาจารย์เกษม แต่ดูแล้วตารางเวลาท่านแน่นมาก จึงไม่มีโอกาส สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ทุกปีในช่วงสงกรานต์จะได้ไปกราบขอพรท่านอาจารย์เสมอในนามของชมรมอาสาพัฒนาที่ชื่อโครงการพัฒนาอนามัยและชนบทหรือ พอช. ซึ่งตั้งครั้งแรกโดยอาจารย์หมอเกษมขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4

                 คำสอนหนึ่งซึ่งยังคงติดตรึงอยู่ในใจผมที่อาจารย์ได้สอนไว้ก็คือ คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้จะต้องมี 3 เก่ง คือเก่งงาน เก่งคนและเก่งชีวิต