ความเป็นมา
ปี 2550 อำเภอบ่อทองมีแรงงานต่างด้าวที่มาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบ่อทอง จำนวน 668 คน (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2550) พบมากที่สุดที่ตำบลบ่อทอง จำนวน 265 คน โดยเป็นชาวกัมพูชาถึง 182 คน พม่า 58 คน และลาว 25 คน ตามตารางที่ 1
| ตำบล | พม่า | ลาว | กัมพูชา | รวม |
| บ่อทอง | 58 | 25 | 182 | 265 |
| บ่อกวางทอง | 160 | 3 | 7 | 170 |
| ธาตุทอง | 108 | 4 | 28 | 140 |
| วัดสุวรรณ | 28 | 0 | 6 | 34 |
| เกษตรสุวรรณ | 20 | 8 | 18 | 46 |
| พลวงทอง | 4 | 1 | 8 | 13 |
| รวม | 378 | 41 | 249 | 668 |
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนแรงงานต่างด้าวตรวจสุขภาพ แยกรายตำบล แยกรายสัญชาติ ปี 2550(ถึงมิถุนายน 2550) ปี 2550 อำเภอบ่อทองมีการสำรวจแรงงานต่างด้าวที่มารับบริการที่หน่วยงานสาธารณสุข และไม่มีบัตรประกันสุขภาพ พบมีจำนวนถึง 658 คน (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2550) พบมากที่สุดที่ตำบลบ่อทอง จำนวน 282 คน โดยเป็นชาวกัมพูชาถึง 186 คน พม่า 64 คน และลาว 32 คน ตามตารางที่ 2 <div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="358" class="MsoNormalTable" style="width: 268.65pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table></div><p>ตารางที่ 2 แสดงจำนวนแรงงานต่างด้าวมารับบริการที่หน่วยงานสาธารณสุข และไม่มีบัตรประกันสุขภาพ แยกรายตำบล แยกรายสัญชาติ ปี 2550(ถึงมิถุนายน 2550) ดังนั้น จากตารางที่ 1 และ 2 สรุปได้ว่าพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดอยู่ที่ตำบลบ่อทอง ซึ่งอำเภอบ่อทองมีระบบการปฏิบัติงานแบบกลุ่มพื้นที่สุขภาพ มี 4 กลุ่มพื้นที่ และกลุ่มพื้นที่ที่รับผิดชอบตำบลบ่อทอง ได้แก่กลุ่มพื้นที่ 3 สำหรับแรงงานต่างด้าวในตำบลบ่อทองอาศัยอยู่มากที่สุดในพื้นที่ หมู่ที่ 8 บ้านคลองใหญ่ ตำบลบ่อทอง จำนวน 326 คน เป็นสัญชาติกัมพูชา 285 คน ลาว 21 คน และพม่า 20 คน แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่หมู่ 8 บ้านคลองใหญ่ ตำบลบ่อทอง จะมีนายหน้าเป็นคนรับมาส่งให้นายจ้างในพื้นที่ และในกลุ่มแรงงานข้ามชาติกันเองก็มีการชักชวนกันมาอยู่ ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติกัมพูชา คิดเป็นร้อยละ 87.42 ของแรงงานข้ามชาติทั้งหมด ที่เหลือเป็นพม่าและลาว มีนายจ้างรวมกันประมาณ 17 ราย ส่วนใหญ่มีอาชีพ รับจ้างผ่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในโรงงาน และรับจ้างทางด้านการเกษตรกรรมทั่วไป เช่น ปลูกยาง ปลูกมัน ดูแลสวนปาล์ม ถางหญ้ารายวัน เก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาและลาว เนื่องจากเป็นงานหนัก , และมีเลี้ยงหมูประมาณ 20 คน เป็นชาวพม่า ซึ่งชอบทำอาชีพนี้เนื่องจากเป็นงานที่เบากว่างานในสวนในไร่ มีรายได้วันละ 120 บาท ถ้าเป็นประเทศตนเองมีรายได้ 50 บาท/วัน การทำงานของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยกับแรงงานข้ามชาติ ในด้านการรักษาพยาบาลจะมีปัญหาด้านการสื่อสารโดยเฉพาะภาษาเขมร และพม่า แต่ส่วนใหญ่ 8 ใน 10 ครั้งของการมารับบริการ จะมีล่าม หรือคนที่อยู่นานเป็นคนพามาและช่วยสื่อสารให้ผู้ป่วย อีกประมาณ 2 ครั้ง ไม่แน่ใจว่าสื่อสารกันรู้เรื่อง ถ้าเป็นแรงงานถูกกฎหมายจะเบิกค่ายาจากโรงพยาบาลได้ ถ้าเป็นแรงงานผิดกฎหมายจะเบิกไม่ได้ แต่สถานีอนามัยยังสามารถเก็บเงินค่ารักษาได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในด้านการส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลในรายที่มีอาการหนัก เช่น ปวดท้องมาก , ปวดท้องคล้ายเป็นไส้ติ่ง นายจ้างจะไม่กล้าพาไปโรงพยาบาลเนื่องจากกลัวความผิดเรื่องการให้ที่พักพิงกับแรงงานข้ามชาติ และตัวแรงงานข้ามชาติก็กลัวถูกจับ ในด้านการส่งเสริมสุขภาพ จะมีมารับบริการฝากครรภ์ วางแผนครอบครัว และฉีดวัคซีนเด็ก งานฝากครรภ์รายใหม่เดือนละ 1-2 ราย มีปัญหาในการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ไปโรงพยาบาล ในกรณี เช่น เด็กไม่ดิ้น หรือครรภ์แรกส่งให้ไปเจาะเลือดแต่ไม่ยอมไป เพราะไม่มีบัตร กลัวจะถูกจับส่งกลับบ้าน , ตั้งแต่ปี 2542 เคยมีแรงงานข้ามชาติมาคลอดที่สถานีอนามัยปีละ 3-4 คน แต่ในปี2545 เป็นต้นมาไม่มีมาคลอดที่สถานีอนามัย , ในเรื่องการฉีดวัคซีนเด็กมีปัญหาไม่มาตามนัด โดยครั้งที่ 2 มีมาประมาณ ร้อยละ 70 ของครั้งแรก สถานีอนามัยก็แจ้งหัวหน้าคนงานให้ตามเด็กมาฉีดวัคซีน ก็มาเพิ่มเล็กน้อย คิดเป็นร้อยละ 80 ของครั้งแรก , สำหรับการคุมกำเนิดจะมารับบริการกันน้อยประมาณร้อยละ 40 ของทั้งหมด โดยจะใช้วิธีกินยาคุมมากกว่า คิดเป็นร้อยละ 80 ส่วนฉีดยาคุมร้อยละ 20 ในด้านการป้องกันและควบคุมโรค ยังไม่มีโรคติดต่อใหม่ๆที่เป็นปัญหาในพื้นที่ มีแต่โรคที่พบทั่วไป เช่น อุจจาระร่วง สาเหตุเกิดจากการกินอาหารที่ไม่สะอาด การกินอาหารสุกๆดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย กุ้งเต้น การไม่มีส้วมใช้ คิดเป็นร้อยละ 30 ของครัวเรือนแรงงานข้ามชาติ สำหรับการออกควบคุมโรคส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะออกคนเดียว ถ้ามีโรคระบาดจะออกเป็นทีมโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่นำหน้า และประสานติดต่อกับเถ้าแก่ จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารบ้าง แต่เถ้าแก่จะให้ล่าม หรือคนที่อยู่นานพอพูดไทยได้มาช่วย , สำหรับแรงงานข้ามชาติที่เป็นโรควัณโรคส่วนใหญ่ไม่มีบัตร เถ้าแก่ก็จะส่งกลับบ้าน ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยกับนายจ้างของแรงงานข้ามชาติจะมีความไว้วางใจกันอยู่ เจ้าหน้าที่สามารถทำงานกับแรงงานข้ามชาติได้ และในส่วนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกับแรงงานข้ามชาติจะมีความคุ้นเคยกันมาก ไม่เป็นปัญหาในการทำงาน จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปปัญหาในการดำเนินงานได้ดังนี้ </p><p>1. ไม่สามารถสื่อสารให้ความรู้กับแรงงานข้ามชาติได้</p><p>2. ไม่มีสถานที่ที่สะดวกในการนัดหมายทำกิจกรรมด้านสาธารณสุขกับแรงงานข้ามชาติ</p><p>3. ไม่มีการดูแลสุขภาพกันเองในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ</p><p>4. ไม่มีเครือข่ายในระบบการส่งเสริมสุขภาพ และการควบคุมป้องกันโรคติดต่อ </p><p style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: left" class="MsoTitle" align="left"> สำหรับกลุ่มพื้นที่สุขภาพ 3 ซึ่งประกอบไปด้วยสถานีอนามัย 3 แห่ง ได้แก่ สถานีอนามัยบ้านคลองตาเพชร สถานีอนามัยบ้านทับเจริญ และสถานีอนามัยบ้านคลองใหญ่ ได้ปรึกษาหารือกันที่จะจัดระบบการบริการสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ตำบลบ่อทอง ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2550 โดยได้ข้อสรุปที่จะจัดให้มีศูนย์สุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ หมู่ที่ 8 บ้านคลองใหญ่ ตำบลบ่อทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่มากที่สุด จึงได้ไปปรึกษากับผู้เกี่ยวข้องในชุมชน ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน สมาชิก อบต. อสม. และนายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าว และได้ข้อสรุปที่จะตั้งศูนย์สุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติที่บริเวณห้องแถวขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ของ นายธวัช ลีลาสุขสันต์ ที่บริจาคให้ใช้พื้นที่ชั่วคราว ซึ่งนายธวัช ลีลาสุขสันต์ เป็นอดีตกำนันตำบลบ่อทอง และเป็นนายจ้างของแรงงานต่างด้าวด้วย</p><p>4.วัตถุประสงค์</p><p>1. เพื่อให้มีศูนย์ประสานการดำเนินงานสาธารณสุขในแรงานต่างด้าวระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแรงงานต่างด้าว</p><p>2. เพื่อให้อาสาสมัครแรงงานต่างด้าวมีสถานที่นัดหมายและดูแลสุขภาพแรงงานต่างด้าว</p><p>3. เพื่อลดงบประมาณค่ารักษาพยาบาลในแรงงานต่างด้าว</p><p> 5.วิธีการดำเนินงาน</p><p>1. ประชุมเจ้าหน้าที่ในกลุ่มพื้นที่สุขภาพ กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย สถานีอนามัยบ้านคลองตาเพชร สถานีอนามัยบ้านทับเจริญ และสถานีอนามัยบ้านคลองใหญ่</p><p>2. ประชุมผู้เกี่ยวข้องในชุมชน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน สมาชิก อบต. อสม. และนายจ้างแรงงานต่างด้าว</p><p>3. จัดทำโครงการเสนอสาธารณสุขอำเภอบ่อทอง</p><p>4. จัดสถานที่บริเวณห้องแถวที่นายจ้างบริจาคให้ใช้ชั่วคราว</p><p>5. จัดซื้อวัสดุ-อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในศูนย์สุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ</p><p>6. จัดอบรมอาสาสมัครแรงงานต่างด้าวที่จะปฏิบัติงานในศูนย์สุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ</p><p>7. ดำเนินการเปิดศูนย์และให้บริการแรงงานต่างด้าว</p><p>8. ประเมินผลการดำเนินงาน </p><p>6.ผลการดำเนินงาน</p><p>6.1. ประชุมปรึกษากับผู้นำชุมชน นายจ้าง ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ เพื่อหาข้อสรุปในการจัดตั้งศูนย์สุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ</p><p>6.2. มีคณะกรรมการดำเนินงาน 5 คน เป็นอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ สัญชาติกัมพูชาทั้งหมด และมีการ</p>