เซี่ยงไฮ้บทที่ 3

pao ruji
  นิททา กาเลเรื่องการจราจร และคนที่พบเจอ !!!!!!  

หากจะพูดถึงการจราจรที่นี่มันก็เหมือนกับเมืองใหญ่อื่นๆทั่วไปที่มีรถติดบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือไฟจราจร ทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าผมได้ประสบการณ์ตอนที่เจ้านายใช้บริการนะซิ  เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้วแล้วเจ้านายกำลังจะข้ามทางม้าลาย มันก็มีรถวิ่งมาจากทางขวา มันเป็นเรื่องธรรมดาคะ คนที่นี่เวลาเขาจะข้ามถนนกันก็เห็นเขามองทั้งซ้ายและขวา  อาจเป็นเพราะว่าที่นี่เขาขับรถด้านซ้ายก็ได้ ผมละตกใจหมดเลย และคนขับรถก็น่าจะยิ่งใหญ่มากๆด้วย เขาไม่สนใจคนเดินถนนหรอกนะ เขาจะค่อยๆแล่นเข้ามาหากไปได้เขาก็จะขับไปเลย ขับไปแบบเฉี่ยวๆตัวเลยก็มี เขาไม่สนใจคนข้ามถนนเลย ผมบอกได้เลยว่าคนที่นี่ใจร้ายและไม่ค่อยมีน้ำใจเท่าไหร่  พอไฟเขียวปุ๊ปก็จะบีบแตรไล่คันหน้าเลย (แต่ว่าก็ยังน้อยกว่าที่ประเทศเวียตนาม เพราะว่าที่เมืองโฮจิมินท์นั้นบีบแตรกันให้มันส์ไปเลยครับ)  ดังนั้นเวลาเดินทางไปไหนต้องมอง(อย่างระมัดระวังที่สุด)ทั้งซ้ายและขวานะครับเดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน แต่ผมก็สังเกตุได้อย่างหนึ่งว่าถึงแม้รถที่นี่จะไม่ค่อยมีระเบียบ รถแต่ละคันเบียดกันจนแทบจะหาที่ว่างไม่ได้แต่ก็ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุให้เห็นน้อยมากมาก ซึ่งไม่เหมือนกับบ้านเราที่จะเห็นอุบัติเหตุรถชนกันบ่อยมากกว่าอีก  อาจเป็นเพราะว่าที่นี่เขาขับรถไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่นักก็เป็นได้        

ผมมีประสบการณ์ที่ได้เจอมาเมื่อโดยสารแท็กซี่กับเจ้านายที่เซี่ยงไฮ้จึ่งอยากนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ  

u    เริ่มต้นที่เจ้านายจะต้องศึกษาเพื่อให้รู้จักสถานที่ก่อนและควรจะต้องมีชื่อภาษาจีนไว้ ไม่อย่างนั้นจะสื่อสารกันลำบากมาก กว่าจะรู้ว่าไปที่ไหน เพราะคนขับรถเขาจะไม่พูดภาษาอังกฤษกันนะครับ  เรื่องนี้ก็ต้องเห็นใจเขานิดนึงเพราะว่าภาษาจีนหากออกเสียงเพี้ยนไปนิดนึงก็จะเป็นอีกความหมายเลยนะครับ

u    จากนั้นก็มาถึงการโบกรถ กวักมือเอาไว้จนกว่าจะมีรถมาจอดตรงหน้า ห้ามอายเด็ดขาย (ประมาณว่าด้านได้อายอดครับ) และคุณจะเรียกที่ไหนก็ได้ เอาเป็นว่าหากคนขับรถแท็กซี่เห็นคุณเขาจะรี่มาหาทันที แม้กระทั่งอยู่ที่เลนที่สาม ภายในสิบเมตรก็สามารถมาจอดรับคุณได้  (หากคุณทำอย่างนั้นจะทำให้จราจรติดเล็กน้อย และมีเสียงแตรรถยนต์ดังเป็นระยะ แต่ว่าก็ให้เห็นเป็นประจำคะ....) ผมเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งที่เจ้านายโบกรถที่เลนสี่เขาเห็นก็เลยจอดครับ พอดีเป็นช่วงที่ไม่มีรถเพราะติดไฟแดงอยู่ เจ้านายเลยต้องวิ่งข้ามถนนไปเพื่อขึ้นรถครับ อันนี้หากเจ้านายไม่ขึ้นคงน่าจะมีการบ่น และด่าจากคนขับรถได้นะครับ แต่ว่าได้รถดีกว่าไม่ได้นะครับ... การเรียกรถที่นี่ก็จะไม่ค่อยมีมารยาทกันเท่าไหร่นะครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นตอนที่เจ้านายจะกลับบ้าน เจ้านายเองยืนอยู่อันดับแรกแท้ๆไม่นานจะมีผู้หญิงคนหนึ่งมาเรียกตัดหน้าแบบหน้าตาเฉย  อันนี้เจ้านายเองโดยแบบนี้ไปสองสามหนทำให้หนถัดไปเจ้านายขอเอาคืนครับ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นตอนเย็นหลังเลิกงาน อากาศก็เป็นเรื่องอยู่คือเริ่มเย็นและมีฝนตกด้วย เจ้านายเรียกรถอยู่ดีๆพระเจ้าท่านก็ส่งผู้หญิงนางหนึ่งจากไหนไม่รู้ มายืนหน้าตัดหน้าเจ้าผมและเข้ามาทำเป็นมิตรกับเจ้านาย พยายามพูดจาด้วย และแล้วก็มีรถมาจอดที่ทั้งเจ้านายผมและนางคนนั้นกวักมือเรียกพร้อมกัน  เมื่อรถแท็กซี่จอดสนิทเธอคนนั้นรีบเข้าบอกทางทันที่ อันนี้เจ้านายผมก็ใช่ย่อย เธอคงไม่ยอมอีกแน่ๆเลยและอาจเป็นเพราะอากาศมันเย็นและเจ้านายผมเองก็น่าจะมิสิทธิ์มากกว่าหล่อนที่มายืนตัดหน้าทีหลังด้วย จำได้ว่าเจ้านายรี่ไปพูดเป็นภาษาจีนกลางที่ชัดเจนว่า รถคันนี้ต้องเป็นของเรานะ เราเรียกและเห็นก่อนเธอนะ   ว่าแล้วเจ้านายซึ่งก็หิ้วตัวผมก้าวขึ้นรถเลย คิดว่านางคนนั้นคงงงเล็กๆเพราะว่าเห็นเธอเองก็อึ้งไปนิดนึง คงงะจังงังไปเพราะเธอคงคิดว่าเป็นคนจีนด้วยกันแน่เลย แต่ว่าเห็นพูดจีนที่สำเนียงแปลกๆ อันนี้ก็ต้องขอชมเชยเจ้านายนิดหนึ่งเพราะหากว่าเธอไม่ทำอย่างนั้นทั้งผมและเจ้านายต้องต้องรอไปอีกนานท่ามกลางลมเย็นๆที่พัดมาอย่างไม่ลดละครับ..  ที่สำคัญหากเป็นสถานที่ที่พลุกพล่าน (ตัวอย่างเช่น ยูหยวน) จะมีการแย่งรถแท็กซี่กันต่อหน้าต่อตา ทั้งเจ้านายและผมเห็นชัดเสียยิ่งกว่าดูหนังด้วยจอพลาสม่าเสียอีก โดยเฉพาะตอนเวลาเร่งด่วน (ประมาณสี่ห้าโมงเย็นที่ทุกคนต่างช็อปปิ้งกันเสร็จและพร้อมใจกันจะกลับบ้านกัน พอดีเจ้านายเองก็เคยอยู่ณ.เวลานั้นเช่นกันครับ คนเขาจะไม่ต่อคิวกัน โดยที่หากมีรถแท็กซี่เข้ามาจอดพวกเขาจะตรงไปหาและทำท่าหมือนเป็นเจ้าของรถยังไงยังงั้น หากเกาะได้ก็เกาะรถเลย ให้คนอื่นที่ยืนอยู่ข้างๆได้รู้ว่า ฉันจองแล้วนะ  โดยที่คนโดยสารบนรถยังไม่ได้จ่ายเงิน และยังไม่ทันลงรถเลยด้วยซ้ำ พฤติกรรมนี้เป็นทั้งคนเซี่ยงไฮ้เองและคนต่างชาติด้วยครับ คงเป็นเพราะเห็นทำกันก็ต้องทำบ้างหากไม่ทำคงไม่ต้องกลับบ้านเป็นแน่ หรือได้กลับแต่คงเป็นเที่ยงคืนครับ อันนี้ก็เลือกเอานะครับ  อ้อไม่อยากบอกว่า พฤติกรรมที่ผมเพิ่งเล่าไปนั้นเจ้านายผมเองก็ทำกับเขาเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าเข้าเมืองตาหลิวต้องหลิวตาตามเจ้านายเลยต้องนำมาใช้เสียหน่อย  แต่สถานที่เจ้านายทำน่ะเป็นที่อื่นนะครับ ไม่ใช่ที่ยูหยวนเพราะว่าเจ้านายเองไม่ทันคนอื่นเขา คนอื่นเขามาเป็นพวก น่าสงสารเจ้านายที่ตัวคนเดียวเลยเสียเปรียบเสียเปรียบไปนิดครับ...

u    การเรียกรถแท็กซี่ที่นี่ หากเป็นไปได้ผมขอแนะนำให้เรียกรถให้ถูกทิศถูกทางด้วย คือว่าจะต้องเรียกรถฟากนี้หรือว่าต้องข้ามถนนไปอีกฟาก คุณต้องรู้ก่อนว่าจุดหมายปลายทางที่จะไปอยู่ทิศไหน เพราะว่าคุณจะถูกคนขับรถบ่น บางคันก็ดีไม่ว่าอะไรบ่นนิดหน่อยแต่ก็ไปกลับรถให้ แต่ว่าบางคันก็ดื้อไม่ยอมไปเสียด้วย จอดรถเสียอย่างนั้นและก็บ่นๆๆๆๆ และก็ให้ลงจากรถด้วย จากคำบ่นส่วนใหญ่นั้นจะจำใจความได้ว่า (อันนี้ก็ปรับความหมายเป็นภาษาไทยเรียบร้อย เพราะคนขับรถบางคนจะพูดภาษาจีนกลาง บางคนหัวเสียมากหน่อย ก็บ่นเป็นภาษาจีนเซี่ยงไฮ้)  ทำไมเรียกฟากนี้ เธอต้องไปเรียกฟากนั้นนะ เรียกฟากนี้ฉันกลับรถไม่ได้ ทำไม่ไม่ยอมไปเรียกที่ฟากนั้น !!!!!”  อ้อ มีอยู่ครั้งหนึ่งเจ้านายเรียกรถและขึ้นไปนั่ง พอบอกทางเท่านั้นคนขับหยุดรถเลย เสร็จแล้วก็บ่นบ่น และก็ให้เจ้านายลงรถ เข้าไม่ยอมไป และคันหลังก็บีบแตรไล่ด้วยครับ เจ้านายเลยต้องยอมลงไปเรียกคันใหม่ อันนี้ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ก็คนเขาต้องการความสะดวกถึงได้ใช้บริการรถแท็กซี่และเขาก็จ่ายเงินตามมิเตอร์ด้วย  แต่ว่าที่เจ้านายเจอเองนั้นส่วนใหญ่ก็นิสัยและมีอัธยาศรัยดีมากๆครับแต่ ก็มีบ้างที่ไม่ค่อยอารมณ์ดีเท่าไหร  แต่จะว่าไปก็ค่อนข้างปลอดภัยนะ รถแท็กซี่ที่นี่ทุกคันจะมีแผ่นพลาสติกกั้นระหว่างคนขับกับคนนั่งคงเพื่อกันไม่ให้เกิดการทำมิดีมิร้ายทั้งจากคนขับรถและจากคนโดยสารซึ่งก็ผิดกับบ้านเราเนอะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องเที่ยว

คำสำคัญ (Tags)#เซี่ยงไฮ้#เปา#สินค้าทำเอง

หมายเลขบันทึก: 119782, เขียน: 15 Aug 2007 @ 13:40 () , แก้ไข, 01 Apr 2012 @ 21:18 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

มันเหมือนกันทุกเมืองใหญ่ครับ