- เขาว่าคนไทยฉลาดจัง อ่านหนังสือโดยเฉลี่ยปีละ6บรรทัด
- เขาว่าเด็กไทยเสพสื่อไม่เหมาะสมโดยเฉลี่ยวันละ 3.9 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 5.51 ชั่วโมงในวันเสาร์อาทิตย์
- เขาว่าการนั่งชมโทรทัศน์เป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวทำมากที่สุดถึง 98%
- เขาว่าบวชตามประเพณีแค่ ห้าวันเจ็ดวันแล้วจะได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์
- เขาว่า................................................
ปัญหาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราเชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน และส่งผลกระทบแบบลูกโซ่? ปัญหาใหญ่ๆมีสาเหตุมาจาก เรื่องเล็กๆระดับบุคคลและครอบครัว
จากบันทึก วันอ่านหนังสือแห่งครอบครัว และ วิธีทดแทนคุณบิดามารดาที่ถูกต้อง
จึงเป็นที่มาของแนวความคิดที่ว่า ทำไมเราไม่สร้างกระบวนการ ที่จะสร้างให้ทุกวันกลายเป็นวันอ่านหนังสือแห่งครอบครัวกัน
กระบวนการดังกล่าวสามารถกระทำให้เกิดขึ้นง่ายๆและกระจายไปสู่ทุกครอบครัวคือ การเสนอให้กระทรงศึกษาธิการ จัดให้มีโครงการลูกอ่านหนังสือให้พ่อแม่ฟังขึ้น อาจจะเป็นการบ้านของวิชาศีลธรรมหรือวิชาพุทธศาสนา โดยคัดเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม อ่านเข้าใจง่าย และมอบหมายให้เป็นการบ้านของเด็กๆที่มีหน้าที่ต้องอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง จากนั้นมีกระบวนการวัดผลหรือประเมินผลการจัดกิจกรรมของโครงการเช่นการให้เด็กๆสรุปเนื้อหาใจความสำคัญๆ ประกวดบันทึกเสียงหรือภาพขณะลูกๆและพ่อแม่อ่านหนังสือด้วยกันเป็นต้น
เป็นกิจกรรม ที่ได้ทั้งการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การฝึกสมาธิ การฝึกเป็นผู้ฟังที่ดีและการส่งเสริมสายใยครอบครัว ที่นับวันจะห่างเหินออกไปทุกที
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่มีโอกาศได้อ่านบันทึกนี้ จะช่วยกันผลักดันให้สิ่งดีๆนี้เกิดขึ้นในบ้านของเรา
ในอดีตสมัยที่ยังเรียนอยู่ เคยเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ อ่านได้ทุกอย่าง และสามารถอ่านได้ทั้งวันทั้งคืน แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้อ่านเพราะ
1.ทำงานแล้วเวลาส่วนใหญ่อยู่กับการทำงาน กลับถึงบ้านก็ค่อนข้างดึกแล้ว
2.ทำงานอยู่ต่างจังหวัด และค่อนข้างห่างไกลความเจริญจึงไม่ค่อยได้อ่านหนังสืออื่นๆ นอกจากหนังสือพิมพ์ของสำนักงาน และรับรู้ข่าวสารจากอินเตอร์เน็ต
อยากจะกลับไปมีเวลาอ่านหนังสือเหมือนเดิม อ่านหนังสือมากจะรู้มาก โดยเฉพาะคอลัมภ์การดูแลสุขภาพทำให้เรามีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยมาหลายปีแล้ว
องค์การอนามัยโลกให้คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่”