ปากมนุษย์
วันนี้จะเริ่มต้นเรื่องอะไรดีเอ่ย ว่าแล้วเรามาพูดถึงเรื่องปากกันดีมั๊ย ปากที่เรียวบางมีพิษ และสามารถพ่นพิษได้จริงหรือ มนุษย์ทุกคนทุกเพศวัยย่อมมีปากเป็นอาวุธ คารม/คำคน บางครั้งก็เป็นผู้สร้างหรือเป็นผู้ทำลาย และอาจกล่าวได้ว่ามีทั้งคุณและโทษ ทำใมปากคนเรา จึงมีพิษสงเหลือเกินหนอ ปากตัวแค่นี้ "ยากรู้จัง"
เรื่องของ ปาก มีคนพูดถึงกันมาก และก็ให้ความหมายไว้มากมาย เช่นกัน แม้กระทั่งนักปราชญ์อย่างสุนทรภู่ นักปราชญ์แผ่นดินสยามได้ดี ได้ชั่วก็เพราะ ปาก จะตาย ก็เพราะปากนั่นแหละ หรือใครมีความเห็นที่ต่างไปจากนี้ ช่วยชี้แจ้งแถลงไขให้ด้วย เพราะอันตัวข้าพเจ้าฯ นี้กำลังศึกษาอยู่
สวัสดีค่ะ
หนูว่าไม่มีอะไรร้ายกว่าปากคนแล้วมั้งคะ ไม่งั้นเค้าคงไม่โอนตังค์ให้โจรจนซ้ำใจไปทั่วแบบนี้นะคะ โจรคารมดีจริงๆ
ขอบคุณม๊ากมากๆๆ ที่ให้ข้อคิดเห็นและทักทายเช้าเลยเชียว แต่ท่านให้ระวังด้วยนะ เพราะเวลาเหงาหรือท้อแท้อย่าอารมณ์ด้วยสุราที่เข้าปาก
ช่วงนี้เข้าพรรษาแล้ว เราไม่จนและไม่เครียดไม่ใช้เหล้าแก้ปัญหา ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ
ขอขอบคุณ คุณน้องสธุรา ที่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย หนูอย่าไปคิดมากเลย แม้แต่พระพุทธองค์ ยังได้เคยเอ่ยปากว่า มันเป็นไปตามกรรม แม้แต่คถาคตก็อย่าเชื่อ เพราะเราเชื่อในคารมโจรในคราบผู้ดีหรือไม่ดี ก็ต้องมานั่งเจ็บใจ ก็ขอยินดีกับคุณโจรด้วย ที่นายแน่มาก แม้แต่เดี๊ยนจะเอ่ยหากิ๊กสักคนยังไม่กล้าเลย สวัสดี
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์จริง ๆ ค่ะ เกียรติและศรีของเรา อยู่ที่ปาก ....โดยส่วนตัว ก็พยายามคิดก่อนพูดอยู่เสมอ ....แต่การทำอย่างนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากค่ะ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คิดว่าจะทำให้การพูดดีขึ้นคือ ฝึกมองโลกในแง่บวก .....positive thinking เหมือน คุณนาตาลี เกวโบวา .....สุดท้ายเราก็จะกลายเป็น ผู้หญิงคิดบวก ไงค่ะ
อาจารย์ขา อีกอย่างหนูแอบเห็น คำว่า มหาวิทยาลัยเฃียงใหม่ ที่อยู่ใต้ชื่ออาจารย์ อาจจะพิมพ์ผิด หรือ เอเป็นภาษาคำเมือง ช่วยไขข้อข้องใจหน่อยค่ะ ตอนนี้หนูรวบรวมประสบการณ์เกี่ยวกับคำเมืองของชาวเหนือ ตอนนี้ได้ 3 คำประทับใจแล้วค่ะ เชิญอาจารย์เข้าไปตรวจสอบในฐานะ...คนเมืองแต้ ๆ น่ะเจ้า ให้หนูหน่อยนะคะที่ บันทึกชื่อ "ของฝากจากเชียงใหม่" ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ปอเป้ โคราช 6
สวัสดีอีกรอบครับอาจารย์นาย ดุษฎี สารประดิฐ
ก่อนอื่นขอขอบคุณน้องปอเป้ ที่ไม่ลืม...ฒ...คนนี้ โดยส่วนตัว ก็พยายามคิดก่อนพูดและทำเสมอ ...แต่การกระทำอย่างนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากม๊ากมากค่ะ คุณน้องขา? อย่างไรก็ดี สิ่งที่คิดว่าจะทำให้การพูดดีขึ้นก็คือ การฝึกคิดและมองโลกในแง่บวก ..positive thinking อย่างน้องคิด(อ้าย..ก็คิดเหมือนน้อง@รู้หน่าว่าคิดอะไร)การมองโลกสดใสเหมือนวัยแรกรุ่น เพราะทุกคนเกิดมาย่อมเหมือนกันเกือบทุกอย่างอาจจะแตกต่างกันบ้างในเรื่องของเพศ ผิวพรรณและสถานที่เกิด แต่นั่นคือภาพลวงตาทางกายภาพ แต่ความบริสุทธิ์มีมาทัดเทียมตั้งแต่เกิด ประดุจผ้าขาวแม่นบ่ แต่สถาพ แวดล้อมต่างหากที่ทำให้กลายเป็นสีขาวแก่สลับลายจนถึงกระดำกระด่าง ในที่สุดจุดจบก็คือดำมืดตลอดกาล(ดับสูญ) แต่อยากให้มีมุมมอง Nagative บ้างก็ดีแต่ถ้าไม่มีด้านนี้เลย(ลบ) เราก็จะอยู่ในโลกที่บูดเบี้ยวลำบาก เหมือน นางงามระดับโลก (นาตาลี เกวโบวา) แต่สุดท้ายเขาก็กลายเป็นแม่หญิงงาม (งามแต้ๆ หรืองามมาก = งามหลายอีหลี) แต่ถ้าขี้หลี..ก็อย่างนึ่ง.... เป็นหญิงไทยต่อไป เพราะคารมของหนุ่มไทย(ปาก)และการคิดในเชิงบวกเป็นองค์ประกอบนั่นแหละ ดีที่ว่าเราไม่เสียดุลการค้า แต่กาลเวลาจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต......(บทพิสูจน์)
ตอนท้ายๆ ก็ขอขอบคุณทุกถ้อยคำและความคิดเห็นที่มีคุณค่าของ K:น้องปอเป้ ได้บอกกล่าวมา และไม่ลืมสัญญาใจจากอ้าย (พี่ชาย) ที่ไม่ใช่อุ๊ย(ลุง) เหมือนเพลง... เรียกพี่ได้มั้ย (นายปีเตอร์ดักเกอร์....กล่าวว่า ไม่มีใครแก่เกินเรียน ตราบใดยังมีลมหายใจอยู่ K:doosadee/26:08:2007
ค่ะ อุ๊ย ...อ้อ.... อ้ายดุษฎี หนูเห็นว่า การคิดที่ Negative เนี่ย มันจะเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่ออยู่ในสภาวะกดดันเสมอ โดยสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ สภาวะที่ว่าเนี่ย มักเป็นสภาวะที่เกิดความกลัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ถ้าจะให้ดี ความคิดทั้งแง่บวกและแง่ลบต้องมีควบคู่กันไปตามสถานการณ์ คงจะทำให้การดำเนินชีวิต ความคิด การพูดจา การเข้าสังคม เป็นไปได้อย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ที่สุด จริงไหมค่ะอ้าย
Negative - เนี่ย? มันจะเกิดขึ้นกับทุกคนอยู่เสมอในทุกสภาวะการณ์ ไม่ต้องกดไม่ต้องดันอะไรให้เมื่อย หร๊อกนะคุณหนู โดยสัญชาตญาณของมนุษย์ แล้ว เมื่อพบเห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆ ก็เกิดความกล้าๆ กลัวๆ เป็นธรรมดาของสัญชาตญาณมนุษย์ปุถุชนคนเดินดินกินข้าวแกงชาวบ้านอย่างเรา รวมความถึงความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สภาพแวดล้อมของสังคมยุค IT โดยบริบททั่วไปแล้ว ก็ยังตื่นตระหนกตกใจเหมือนกระต่ายตื่นตูมอยู่ ความคิดทั้งแง่บวกและลบ มันต้องมีควบคู่กันในตัวตน และตามสถาน การณ์ อย่างคุณน้องคิดถูกต้องที่สุด (100%+100) คงได้กะมั้ง ทำอย่างไรให้การดำเนินชีวิต การคิดการ วิเคราะห์ การพูดจาประสาคน และการอยู่ในสังคมของมนุษย์ชาติจะ เป็นไปได้อย่างปกติสุขและเป็นประโยชน์ที่สุดของคนทุกฝ่าย ประเทศแย่และเฉาไปเรื่อยๆ แค่ฟังข่าว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังกระหนกตกกะใจ๋ (ตกใจ) ขี้รดตดหาย (ขออภัยหยาบหน่อย) แต่มันจริงไม่ใช่รึ ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนให้เหมาะสมกับสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าเป็นอ้าย ละก็แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนไปนาน และแก้ง่ายนิดเดียว ยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ก็แค่เอา คมช ไปอยู่ นราฯ คตส ไปตั้งยะลา ที่เหลือก็รัฐบาลเป็นเจ้าภาพปัตตานีไปเป็นกาวใจ และกล่าวยกยอขอโทษทุกวัน (365วัน) วันละ 2 เวลาก็พอแล้ว พร้อมทั้งจัดงบประมาณให้ผู้..... คิดว่าท่านคงใจอ่อนสักวันในระยะเวลาที่เหลือ 4 ปี คงดี แล้วคนดีๆ จะไม่ต้องล้มหายตายจาก และจะได้อยู่ปกติสุขเสียที รัฐก็ไม่ต้องเอาเงินชดเชยและอุดหนุน จริงมั๊ยค่ะ น้องปอเป้ ขา
ทุกปัญหาเราแก้ได้ ถ้าจะแก้ แต่ทุกวันนี้เราไม่ยอมแก้เพราะผลประโยชน์มันไม่ลงตัวต่างหาก เขียนไปเขียนมาก็เอาเหามาใส่เสียนี่ มัน - หรือ + ช่วยบอกทีนะกร๊าบ (เราไม่ใช่ปี้จ้าย ชั่วคราว = พี่ชาย
k : doosadee/31:08:2007
From: [email protected]
To: [email protected]
Subject: แบ๊ตหมด
Date: Thu, 30 Aug 2007 23:53:16 +0700
เรื่องเล่าเย็นนี้ เวลาเกือบทุ่ม แหน่งน้อยคนหนึ่ง จารจาเสียงใสแจ๋วตั้งแต่พลบค่ำจนมือถือแบ๊ตหมด เป็นช่วงจรุงใจของเด็กแก่หัวใจสะออน โทษนะที่ไม่มีแบ๊ตสำรอง จะบอกตามตรงกลัวจะไม่เชื่อ โถตาเถรยายชี มันอนาจชะตาชีวิตจริงหนอ มีปราชญ์หลายท่านกล่าวว่า ชีวิตมนุษย์เปรียบกับตะวันขึ้นและก็ลาลับ รุ่งขึ้นก็กลับมาใหม่ รอเสียงเจือยแจ๋วเจรจาของหมู่ฝูงนกกาออกหากิน มนุษย์ก็มีวิถีชีวิตเฉกเช่น บรรรดาสัตว์ 2 เท้า 4 ตีน หรือไม่มีสักเท้าก็ช่างเถอะ (โทษนะ ที่หยาบคายไปหน่อย)
มนุษย์ เป็นสัตว์สังคมที่ชาญฉลาด มีภาษาทั้งภาษากาย ภาษาใจและภาษาเขียน มีการสื่อสารทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม-ประเพณีฯลฯ แต่น่าสงสารบรรสัตว์เหล่านั้นทั้งหลาย ที่ไม่มีเหมือนพวกเรา มีแต่ในนิยาย นิทานและการ์ตูนเท่านั้น แต่ถ้ามีจิตวิญญาณเฉกเช่นเราๆท่านๆ ก็แปลกพิลึกพิศดารน่าดูจริงแม๊ะน้องหนูและคุณหนูแดง
คนเราเกิดมาตาดูโลก เหมือนผ้าขาวที่พ่อแม่ถนุถนอมไม่อยากใช้ เหมือนเรามีเสื้อผ้าใหม่ๆ หรือสิ่งของใหม่ๆ เราไม่อยากใช้ หวงชะมัดใครจับใครแตะแทบไม่ได้ ตากค้อนแล้วค้อนอีก นั้นเป็นเพียงอารมย์ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น พอเบื่อเราก็ท้งอย่างไม่แยแส เด็กน้อยก็เช่นกัน เมื่อเกิดมาแล้วสีขาวบริสุทธิ์ พอเติบใหญ่ผ้าผืนนี้ก็จะถูกแต้มสีไปเรื่อย ใหม่ๆ ก็ดูสวยดี ไม่นานเท่าไร้เริ่มมีทั้งกลิ่นและสีที่สังคมไม่ยอมรับ จนวาระสุดท้ายก็กลายเป็นสีดำหลับไปชั่วชีวิต นั่นเป็นสัจจธรรมที่ค้ำจุนโลกใบเล็กๆนี้ ถ้าโลกใหญ่จริงพวกเราคงจะเหยียบมันไม่ได้จริงมั๊ย
เราเกิดมาครั้งหนึ่ง แม้ชีวิตจะไม่ยืดยาวหลายพันปี แค่ 100 ปี ก็หง่อมแล้วไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ อดีตก็คืออดีต เราอย่าไปจมปลั๊กอยู่กับมัน จงลุกขึ้นมาใช้ชีวิตของเจ้าในสังคมอย่างมั่นคง มีมานะมุ่งมั่นอย่าหยาบกระด้างทั้งกายและใจ จงอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอตนเสมอปลาย อดีตเป็นบทเรียนหนึ่งในชีวิต ถ้าเทียบกับอายุขัยแล้วแค่ 1 ในล้านส่วนของชีวิต มีใครบ้างไม่เคยหกล้ม มีใครบ้างไม่เคยหัวเราะและใครบ้างไม่เคยร้องให้ตลอดชีวิต ถ้ามีท่านจงบอกให้เรารู้ด้วย แล้วเราจะตามไปดูให้เห็นจะจะ ถ้าท่านมีองค์ความรู้อยากแลกเปลี่ยนขอเชิญสนทนาได้ทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ 0840417435 : LUCKY /2007
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สังคมและสัตว์สามัญทั่วไปก็ต้องอาศัยปากเพื่อใช้ในการดำรงชีพ ทั้งเรื่องการกิน การขบเคี้ยว การพูดคุย และการส่งสัญญาณสื่อสารด้วยวิธีใดๆ จิปาถะ ทั้งนี้เพื่อให้ได้มา ซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนาและต้องการ...ปาก เขียนไม่ยุ่งยาก ใช้พยัญชนะ แค่ 2 ตัวและสระ 1 ตัว แต่ทำใมต้องพูดถึงและต้องศึกษา ก็เพราะว่า มีความสำคัญ มีความหลากหลาย และได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นแหละ
เลยต้องพูดกันสักนิดหน่อยดีมั๊ย
แต่ในมุมอีกมุมหนึ่ง ของความเป็นจริง ยังมีคนที่ยึดติดกับอดีต ยังจมปลักอยู่กับ ปัญหาชีวิตต่างๆ นานาร้อยพัน บางคนอาจเจ็บปวดกับความรัก บางคนอาจวิตกกังวลเรื่องงาน บางคน. . . อาจมีปัญหาการเงิน
หลากคนก็หลายปัญหา?? ที่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข
<p style="text-align: center" align="center">แต่เชื่อเหลือเกินว่า. . . คนทุกคนต่างมีความมุ่งหวัง
มีความฝัน. . ที่อยากมีอนาคตที่ดี/สูงขึ้น การที่เราตื่นลืมตาขึ้นมา เพื่อออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งนี้....
ก็เพื่อก้าวเดินไปสู่จุดที่มุ่งหวังไว้ และต้องทำให้สำเร็จตามเป้าหมายของชีวิต ใครบ้างล่ะที่ไม่เคยวาดฝัน??.ชีวิตของตนเองเลยตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บแล้วก็ .....000.</p> K:doosadee /13/09:2007
ริมฝีปาก จากภาพซะป๊ะเรื่องเล่านะจ๊ะ
คุณผู้ชายเจ้าค่ะ/ขา กรุณาอย่าทำให้อวัยวะสยิวส่วนนี้ ของเดี๊ยน??? ต้องเสียเปล่าด้วยการประกบปากดูดติดหนึบราวกับปลิงหรือทากเกาะ ไม่พอแถมยังล้วงลิ้นควานจนน้ำลายฟองฟูมปาก แทนที่จะทำอย่างนั้นจนเสียอรรถรส ลองให้เวลากับการขบเบาๆๆ จูบแบบนิ่มๆ อ่อนละมัย และริมเลียริมๆ รอบฝีปากบนกับล่าง โดยใช้ฟันขบริมฝีปากบนไว้ แล้วใช้ลิ้นไซ้ไปมาเบาๆ พร้อมทั้งดูดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่าลืมโลมเลียด้านในของริมฝีปากด้วย จากนั้นก็จงพรมจูบให้ทั่วปากโดยพลัน ตบท้ายด้วยการจุมพิตอย่างดูดดื่มชื่นหัวใจ จนอดใจไม่ได้แล้วโว้ย (หยาบคาย) แม้เล่าจนเห็นภาพเลยนะเธอ โอกาสหน้าพบกันแฮม
จากท่านชาย K:doosadee : 15/09/2007