From: [email protected]
To: [email protected]
Subject: แบ๊ตหมด
Date: Thu, 30 Aug 2007 23:53:16 +0700
เรื่องเล่าเย็นนี้ เวลาเกือบทุ่ม แหน่งน้อยคนหนึ่ง จารจาเสียงใสแจ๋วตั้งแต่พลบค่ำจนมือถือแบ๊ตหมด เป็นช่วงจรุงใจของเด็กแก่หัวใจสะออน โทษนะที่ไม่มีแบ๊ตสำรอง จะบอกตามตรงกลัวจะไม่เชื่อ โถตาเถรยายชี มันอนาจชะตาชีวิตจริงหนอ มีปราชญ์หลายท่านกล่าวว่า ชีวิตมนุษย์เปรียบกับตะวันขึ้นและก็ลาลับ รุ่งขึ้นก็กลับมาใหม่ รอเสียงเจือยแจ๋วเจรจาของหมู่ฝูงนกกาออกหากิน มนุษย์ก็มีวิถีชีวิตเฉกเช่น บรรรดาสัตว์ 2 เท้า 4 ตีน หรือไม่มีสักเท้าก็ช่างเถอะ (โทษนะ ที่หยาบคายไปหน่อย)
มนุษย์ เป็นสัตว์สังคมที่ชาญฉลาด มีภาษาทั้งภาษากาย ภาษาใจและภาษาเขียน มีการสื่อสารทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม-ประเพณีฯลฯ แต่น่าสงสารบรรสัตว์เหล่านั้นทั้งหลาย ที่ไม่มีเหมือนพวกเรา มีแต่ในนิยาย นิทานและการ์ตูนเท่านั้น แต่ถ้ามีจิตวิญญาณเฉกเช่นเราๆท่านๆ ก็แปลกพิลึกพิศดารน่าดูจริงแม๊ะน้องหนูและคุณหนูแดง
คนเราเกิดมาตาดูโลก เหมือนผ้าขาวที่พ่อแม่ถนุถนอมไม่อยากใช้ เหมือนเรามีเสื้อผ้าใหม่ๆ หรือสิ่งของใหม่ๆ เราไม่อยากใช้ หวงชะมัดใครจับใครแตะแทบไม่ได้ ตากค้อนแล้วค้อนอีก นั้นเป็นเพียงอารมย์ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น พอเบื่อเราก็ท้งอย่างไม่แยแส เด็กน้อยก็เช่นกัน เมื่อเกิดมาแล้วสีขาวบริสุทธิ์ พอเติบใหญ่ผ้าผืนนี้ก็จะถูกแต้มสีไปเรื่อย ใหม่ๆ ก็ดูสวยดี ไม่นานเท่าไร้เริ่มมีทั้งกลิ่นและสีที่สังคมไม่ยอมรับ จนวาระสุดท้ายก็กลายเป็นสีดำหลับไปชั่วชีวิต นั่นเป็นสัจจธรรมที่ค้ำจุนโลกใบเล็กๆนี้ ถ้าโลกใหญ่จริงพวกเราคงจะเหยียบมันไม่ได้จริงมั๊ย
เราเกิดมาครั้งหนึ่ง แม้ชีวิตจะไม่ยืดยาวหลายพันปี แค่ 100 ปี ก็หง่อมแล้วไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ อดีตก็คืออดีต เราอย่าไปจมปลั๊กอยู่กับมัน จงลุกขึ้นมาใช้ชีวิตของเจ้าในสังคมอย่างมั่นคง มีมานะมุ่งมั่นอย่าหยาบกระด้างทั้งกายและใจ จงอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอตนเสมอปลาย อดีตเป็นบทเรียนหนึ่งในชีวิต ถ้าเทียบกับอายุขัยแล้วแค่ 1 ในล้านส่วนของชีวิต มีใครบ้างไม่เคยหกล้ม มีใครบ้างไม่เคยหัวเราะและใครบ้างไม่เคยร้องให้ตลอดชีวิต ถ้ามีท่านจงบอกให้เรารู้ด้วย แล้วเราจะตามไปดูให้เห็นจะจะ ถ้าท่านมีองค์ความรู้อยากแลกเปลี่ยนขอเชิญสนทนาได้ทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ 0840417435 : LUCKY /2007