วันละ 10 บาท

  “จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา”   
   คำว่า  ทาน  แปลว่า  การให้  หลายคนเคยทำบุญทำทานแบบ  ทำบุญเอาหน้า   แต่บางคนทำบุญทำทานด้วยความศรัทธาและเมตตาจากใจจริง  แม้ความตระหนี่จะสกัดการให้ทานได้  แต่ถ้าจิตมีเมตตาแท้จริงสิ่งใดก็มิอาจต้านทานไว้ได้ ดังเรื่องของ  นภดล  ที่จะกล่าวต่อไปนี้

วันหนึ่ง  นพดลเห็นหญิงชราหลังค่อม  สติไม่สู้ดี  ปกติแกจะเดินวนเวียนอยู่ในละแวกนี้  มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของตน  และหยิบไม้กวาดมากวาดเศษขยะออกไปพ้นจากหน้าบ้าน  แม้จะกวาดได้ไม่ดีนักแต่ก็ทำให้นภดลเกิดความเอ็นดูจึงให้เงินแกไป  10  บาท

หญิงชราก็มากวาดขยะทุกวัน  นภดลก็ให้ทานแกวันละ  10  บาททุกวัน 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา  นภดลเริ่มรู้สึกอึดอัดและคิดว่า  เราทำทานวันละ  10  บาท  เดือนหนึ่งก็  300  บาท  รายได้ของเราก็ไม่มากนัก  เราควรเก็บไว้ใช้เองดีกว่า

นภดลตัดสินใจไม่ให้เงินแก่หญิงชราอีกต่อไป  ดังนั้นเมื่อแกมารอรับทานเช่นเคยก็ต้องพบความผิดหวัง  เพราะนภดลหลบอยู่ในบ้านไม่ออกมาให้เงินแก  แต่หญิงชราก็ยังเดินวนเวียนไปมา  และมองหานภดลผู้ซึ่งเคยให้ทานแกวันละ  10  บาท 

น่าคิดว่าหญิงแก่หลังค่อมสติไม่ดี  และมักพูดจาเลอะเลือนอยู่คนเดียว  แต่กลับจดจำผู้ที่เคยให้ทานแกได้อย่างแม่นยำ

อาจเป็นเพราะ  การให้ทานสามารถสร้างความประทับใจให้กับทุกคนได้แม้แต่กับคนเสียสติ  ทำให้รับรู้และจดจำได้โดยสัญชาตญาณ  เพราะแม้แต่สัตว์  เช่น  สุนัข  ที่มีภูมิต่ำกว่ามนุษย์  ยังสามารถจดจำผู้ที่เคยให้อาหารแก่มันเพียงครั้งเดียวได้  รู้ว่าผู้ใดมีเมตตาหรือคิดทำร้ายมัน

หญิงชราสติฟั่นเฟือนย่อมไม่เข้าใจว่า  เหตุใดนภดลจึงไม่ออกมาให้ทานแกเช่นเคย  ดังนั้นแกจึงได้รอคอยจนกว่านภดลจะออกมาให้ทาน  อย่างไม่ย่อท้อ

นภดลคิดว่าถ้าทำเฉยเสียแกก็คงจะไปเอง  แต่ผ่านไปชั่วโมงเศษแกก็ยังรอ

น่าคิดว่า  ความอดทนของคนเสียสติจะมีมากกว่าคนปกติ  ฝ่ายหนึ่งรอคอยการให้ทาน  10  บาท  อีกฝ่ายไม่ยอมให้  ก่อให้เกิดสภาพคุมเชิงที่แปลกประหลาดท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ  มีการแย่งชิงเงิน  10  บาทเกิดขึ้นอย่างดุเดือด  เร้นลับ

เหตุเพราะนภดลเกิดตระหนี่ขึ้นในใจ  เงินร้อยบาทหรือหนึ่งบาทจึงให้ไม่ได้

เวลาผ่านไป  นภดลกลับเป็นฝ่ายกระสับกระส่ายเอง  ท่าทีเด๋อด๋าไร้มารยา  แววตาของหญิงชราที่มองมาอย่างมุ่งหวัง  ทำให้นภดลเกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจ  ต้องทบทวนความคิดและการกระทำของตนใหม่

เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ให้เงินแก  แต่จะทำให้คนสติไม่ดีผิดหวัง  ถ้าคนสติดีคงไม่มารอรับเงินแค่  10  บาทจากเราเป็นชั่วโมง  เงิน  10  บาทที่ไม่เคยได้รับจากคนอื่นอาจมีค่าสำหรับแกมาก  บางทีตอนนี้แกอาจรอเงินจากเราเพื่อซื้ออาหารป่านนี้แกคงหิวแย่!  การไม่ให้แก่ผู้สมควรให้  ซึ่งตนให้ได้เป็นการทำบาปอย่างหนึ่ง  มิน่า  เราถึงรุ่มร้อนใจตลอดมา

เมื่อจิตเกิดเมตตา  เงิน  10  บาทหรือ  300  บาท  ก็สามารถให้เป็นทานได้โดยง่ายดาย

นภดลเดินออกมาอย่างปลอดโปร่าง  หญิงชราเดินรี่มาหาอย่างดีใจ  นภดลยื่นเงินให้แกเงินเหรียญ  10  บาทจ้องมองวาบวับ!  แม้มันจะเล็กน้อยและไม่มีชีวิตแต่เป็นที่ต้องแกของคนเสียสติและปกติ  ฉุดกระชากความตระหนี่และเมตตาให้เกิดขึ้นในจิตมนุษย์ได้  ความรู้สึกของนภดลที่มีต่อเงิน  10  บาทในขณะนี้  กลับผิดแผกไปจากหนึ่งชั่วโมงก่อน

เงิน  10  บาทให้ออกไปแล้ว  ความตระหนี่ถูกแทงสลาย  การแย่งชิงยุติบัดดล

พริบตานั้น  นภดลอาศัยเพียงเงิน  10  บาท  ก็สามารถทะยานเข้าสู่หัวใจของการให้ทานทันที  เพราะการให้ประกอบด้วยความเมตตา    เวลานั้นนั่นเอง

เมื่อความตระหนี่เกิดขึ้นย่อมเป็นทุกข์เพราะความหวงแหน  แต่เมื่อเมตตาอุบัติก็ทำลายตระหนี่ลงได้  การให้กลับเป็นความสุข  ดังพุทธพจน์  พึงกำจัดความตระหนี่ด้วยการให้  หรือ  ผู้ให้ย่อมมีความ  ท่านพุทธทาสก็เคยกล่าวว่า  จิตที่คิดจะให้สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา  มันสบายจริงๆ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ว่าด้วยชีวิต

คำสำคัญ (Tags)#คุณค่าของเงิน

หมายเลขบันทึก: 119138, เขียน: 13 Aug 2007 @ 08:35, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:53, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

sasinanda
IP: xxx.121.187.249
เขียนเมื่อ 15 Aug 2007 @ 10:38
P
sasinanda
บันทึกนี้ดีมากค่ะ
ปุถุชนธรรมดา มีความงก ความเค็ม ความตระหนี่ทุกคน ไม่ใช่ง่ายที่จะกำจัดได้
บางที พอมีศรัทธา ก็ทำบุญทำทานกันไม่คิดหน้าคิดหลัง พอศรัทธาหมด ก็คิดมากอีก
สำหรับดิฉัน ทำบุญทำทานมาตลอด ตามกำลังค่ะ แต่ไม่เว้นวรรคค่ะ
P
บุญคือสิ่งที่เราทำไปแล้วเวลาคิดถึงยามใดแล้วทำให้จิตใจเราสบายนั่นคือบุญจริงครับ