เขียนโครงการเพื่อให้ได้ทุนวิจัยภายนอก

  ทุนวิจัยภายนอก  

การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนวิจัยภายนอก

ทำอย่างไรบ้างช่วยบอกหน่อย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน research

คำสำคัญ (Tags)#ทุนวิจัยภายนอก

หมายเลขบันทึก: 117929, เขียน: 08 Aug 2007 @ 11:22, แก้ไข, 11 Jun 2012 @ 08:30, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

1. ศึกษาหัวข้อวิจัยที่เจ้าของทุนต้องการ

2. เขียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับให้ชัดเจนในลักษณะประโยชน์ต่อส่วนรวม

3.เขียนให้เห็นแผนการดำเนินวิจัยที่มีความเป็นไปได้

เรียน คุณมะลิช่อ

ในฐานะที่เคยของบประมาณในโครงการของสภาวิจัย นั้น สิ่งสำคัญนั้นคือ

๑.หัวข้อตามองค์ประกอบต้องครบตามโครงรางที่กำหนด

๒.โดยเฉพาะการให้เหตุและผลของปัญหาที่ต้องทำหัวข้อนี้/ประเด็นนี้มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน มีคนเขาทำไว้หรือยัง ถ้ามีทำไว้แล้วมากมาย(ซ้ำซ้อน น้ำหนักการพิจารณาก็น้อย) ยิ่งเป็นเรื่องจำเป็นและเรื่องใหม่โอกาสที่จะได้รับพิจารณาทุนมีมาก

kultidakm
IP: xxx.42.68.16
เขียนเมื่อ 31 Jan 2008 @ 16:05

เกี่ยวกับวิจัย อยากแบ่งปันความรู้นอกเหนือจากเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนนะ

การนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศเอกสารนี้ใช้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้ที่สนใจจะนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศ ในที่นี้ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปนำเสนอผลงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นรายละเอียดขั้นตอนการขอ VISA จึงเน้นไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง  ผู้ที่สนใจไปนำเสนอผลงานฯควรเตรียมตัวตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้ก.       การสมัครเผยแพร่ผลงานวิจัยในต่างประเทศ ควรสมัครล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่ต่ำกว่า 4 เดือน      ข.   การขออนุมัติจากสถาบันพระบรมราชชนก ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือนค.  การขอ VISA เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ควรดำเนินการล่วงหน้าก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนมีดังนี้  ก. การสมัครเผยแพร่ผลงานวิจัยในต่างประเทศ1.       ค้นหาแหล่งเผยแพร่ผลงานวิจัยจากการประชุมวิชาการของสถาบันต่างๆทาง internet และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ2.       พิจารณาเลือกการประชุมที่สอดคล้องกับหัวข้อวิจัยที่จะนำเสนอเพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตอบรับให้ไปนำเสนอได้มากขึ้น    3.     เมื่อได้การประชุมที่สนใจให้ อ่านที่หัวข้อ Call for abstract และดำเนินการเตรียมบทคัดย่อให้ตรงตามแบบฟอร์มที่ผู้จัดกำหนดอย่างเคร่งครัด และจัดส่งไปทาง e-mail 4.       ติดตามผลการตอบรับการนำเสนอผลงานจากผู้จัดตามข้อมูลที่ระบุไว้ในการจัดประชุม ข. การขออนุมัติจากสถาบันพระบรมราชชนก1.     ทำบันทึกข้อความออกจากวิทยาลัยพยาบาลชี้แจงรายละเอียดการไปประชุมและค่าใช้จ่ายในการนำเสนอผลงานวิจัย พร้อมแนบหลักฐานต่อไปนี้ 1) โครงการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับชาติและนานาชาติ 2) หนังสือตอบรับการนำเสนอผลงานวิจัยจากผู้จัดการประชุม  และ 3) รายละเอียดการประชุมพร้อมอัตราค่าลงทะเบียน2.     ส่งหนังสือไปที่สถาบันพระบรมราชชนก จากนั้นหนังสือจะถูกส่งไปดำเนินการขออนุมัติจากผู้อำนวยการสถาบันฯ และปลัดกระทรวงฯ ตามลำดับ จากนั้นบันทึกข้อความพร้อมทั้งหลักฐานจะนำไปดำเนินการ  2 ที่ คือ   2.1 งานวิเทศสัมพันธ์เพื่อดำเนินการส่งจดหมายถึงสถานกงสุลไทยให้ทำ           จดหมายรับรอง ไปยังสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอ             VISA เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา                              2.2 งานการเงินของ สบช. เพื่อดำเนินการแปลงเงินงบประมาณจากสำนักงบประมาณ ภายหลังที่สำนักงบฯ อนุมัติ ทางสบช. จึงจะผันเงินที่ขออนุมัติมาที่วิทยาลัยฯต้นสังกัดได้ 3.       รับหนังสืออนุมัติให้เข้าร่วมประชุมและหนังสือรับรองการเป็นข้าราชการในสังกัด       กระทรวงสาธารณสุขจากงานวิเทศสัมพันธ์ของสบช. 4.     นำหนังสือจากข้อ 3. ไปส่งที่สถานกงสุล (แจ้งวัฒนะ) ที่ช่องรับเอกสาร กรอกแบบฟอร์มพร้อมถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกที่ระบุชื่อผู้ขอ VISA ยื่นพร้อมกัน ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน 5.       ไปรับจดหมายส่งตัวที่สถานกงศุล

 

เมื่อวันที่ 3-4 พย.51 มะลิชอ ได้ไปประชุมวิชาการ เรื่อง เทคนิคการนำเสนอผลงานวิชาการในระดับชาติและนานา ชาติ สรุปประเด็นจากที่นั่งฟังและอ่านจากเอกสาร สรุปประเด็นสำคัญ จากอาจารย์วิทยากรที่เก่งและน่ารักมาให้ สมาชิกที่สนใจอ่านและลองไปใช้ดูนะคะ

1.ความสำคัญของการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

(อ.ดร.เลอสรร  ธนสุกาญจน์)

                ความสำคัญของการเผยแพร่ผลงาน

                                1.ประเมินผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด นำไปสู่การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เครื่องราชฯ

                                2.สรุปงานและเอาไปต่อยอดองค์ความรู้

                                3.แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ

                                4.เป็นวิทยาทาน

                ผลจากการสร้างผลงาน

1.ประโยชน์ต่อตนเอง

2.ทำลายตนเอง ซึ่งเกิดจาก การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผลงานผิด จงใจสร้างข้อมูลเท็จ ลอกเลียนผลงานผู้อื่นหรือละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงการโกหกผู้อ่านว่า ตนเป็นผู้เขียนหรือการระบุชื่อผู้อื่นที่เป็นคนใหญ่ คนโตเขียนร่วม

                คุณสมบัติของผู้เขียน (ผู้ที่มีชื่อในผลงาน)

                                1.มีส่วนร่วมในสาระสำคัญของงาน

                                2.มีส่วนร่วมในการเขียน อ่าน ตรวจด้วยความเข้าใจในเนื้อหา

                                3.ผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน ควรเขียนในกิตติกรรมประกาศ

                ลิขสิทธิ์ ใช้สำหรับงานวรรณกรรม ผู้ทรงลิขสิทธิ์สามารถห้ามผู้อื่นกระทำการ ดังนี้ เช่น ทำซ้ำ ดัดแปลง นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ การละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ

                จริยธรรม การประทำบางอย่าง ถึงแม้ไม่ผิดกฎหมายแต่อาจผิดจริยธรรม หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ เช่น ลอกเลียนงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์ แต่ไม่บอกที่มาของงาน ทำให้ผู้อื่นไม่ทราบ คิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียนทั้งหมด

                Plagiarism บัญญัติศัพท์โดย Martial ใน คริสต์ศตวรรษ ที่ 1 แปลว่า ขโมย หรือลักพา ไทยใช้คำว่า การลอกเลียนอย่างไร้เกียรติ (แมวขโมย) หมายถึงการกระทำที่ทำให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง เข้าใจว่าผู้เขียน หรือผู้พูด เก่งหรือฉลาดกว่าความที่เป็นจริง เป็นสุดยอดแห่งความชั่วในวงวิชาการ ในอารยประเทศ ลงโทษด้วยการไล่ออกสถานเดียว

                ดังนั้น การกระทำที่ไม่เป็นการลอกเลียน ควรปฏิบัติ ดังนี้

                1.อ้างอิงแหล่งที่มา รับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานของผู้อื่น

                2.แยกข้อความให้เห็นชัด ด้วยอัญประกาศ และการลดกั้นหน้าแล้วพิมพ์ด้วยตัวเอน

                3.ต่อยอดข้อมูล ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม

                4.อย่าแสดงให้ผู้อ่านเข้าใจผิดไปว่า เราเก่ง หรือฉลาดหรือทำงานมากกว่าความเป็นจริง

2.แหล่งเผยแพร่วิชาการ (การเลือกวารสาร Impact factor)

 (ผศ.ดร.รัตน์ศิริ  ทาโต)

                การเผยแพร่วิชาการ ต้องมีการทำวิจัยมาก่อนการเขียนรายงานวิจัย ดังนั้น จะให้ผลงานได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ งานวิจัยต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานในการวางแผนออกแบบงานวิจัยตั้งแต่แรก ต้องวางแผนออกแบบงานวิจัยที่ดี ควรขอรับการสนับสนุนจากแหล่งทุน เพราะจะมีการให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน หากได้รับการสนับสนุน ก็วางใจได้ระดับหนึ่งว่างานเราน่าจะได้รับการตีพิมพ์ได้

                แหล่งของการตีพิมพ์

                1.วารสารระดับนานาชาติ

                2.วารสารระดับชาติ

                การเลือกวารสารในการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ ได้แก่ วารสารที่มี Impact factor กับ วารสารที่ไม่มี Impact factor 

                “Impact factor” คือ ค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิง หมายถึง ความถี่ที่บทความในวารสารนั้น ได้รับการอ้างถึงโดยวารสารทั้งหมดที่มีอยู่ในฐานข้อมูล ค่าดัชนีผลกระทบอ้างอิงจึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่ช่วยในการประเมินคุณภาพเปรียบเทียบ และจัดอันดับวารสาร ช่วยประกอบในการพิจารณาตัดสินใจในการจัดหาและบอกรับวารสารของห้องสมุด และสามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของบทความวิจัย ที่ตีพิมพ์โดยบรรดานักวิจัยในสถาบันนั้นๆได้เป็นอย่างดี

                การหาค่า Impact factor  สำหรับวารสารระดับนานาชาติ คือweb site  http://apps.isiknowledge.com/

                การคัดเลือกวารสารระดับนานาชาติ

                1.www.nurseauthor.com/library.asp

                2.www.nursingcenter.com/library/index.asp#journals

                การคัดเลือกวารสารระดับชาติ สามารถตรวจสอบ “Impact factor” ของวารสารไทยได้ที่ http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/index.html  แต่ ค่า “Impact factor”ของวารสารระดับชาติ อาจยังไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพของงานวิจัยอย่าแท้จริง

3.เขียนอย่างไรให้ได้รับการตีพิมพ์

 (รศ.ดร.บุญใจ  ศรีสถิตนรากูร และอ.ดร.รังสิมันต์  สุนทรไชยา)

                ประเภทของผลงานวิชาการ

                1.ตำรา

                2.หนังสือ

                3.เอกสารประกอบการสอน

                4.งานแปล

                5.เอกสารคำสอน

                6.รายงานวิชาการ

                7.รายงานวิจัย

                8.บทความ เช่น บทความวิชาการ  บทความปริทัศน์  บทความวิจัย

                การเขียนรายงานวิจัย   มีจุดเน้นที่สำคัญ ได้แก่

                ชื่อเรื่องวิจัย ที่ดี ควรมีลักษณะ  ดังนี้  เขียนเป็นประโยคบอกเล่า  ระบุตัวแปรที่ศึกษา(ต้องมีตัวแปรตาม)  ระบุประชากร (รวบรวมกับใคร)  สะท้อนประเภทการวิจัย   กระชับ

                ประกาศคุณูปการ  ประกอบด้วย  บุคคลที่ให้คำปรึกษา  แหล่งที่อนุญาตให้เก็บข้อมูล  แหล่งสนับสนุนงบประมาณ  และบุคคลที่ให้กำลังใจ  

                ปัญหาการวิจัยที่ดี

                1.ค้นหาองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมที่ทันสมัย

                2.ศึกษาทฤษฎีใหม่ๆที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา  พัฒนาประเทศ

                3.ศึกษากระบวนการ  วิธีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณค่า

                4.พัฒนาเครื่องมือวิจัยที่นำมาใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

                5.พัฒนารูปแบบและกลวิธีที่นำมาใช้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน  แก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาสังคม

                6.พัฒนารูปแบบและกลวิธีที่นำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์  เศรษฐกิจ  สังคม

                ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                1.เขียนให้เห็นว่า ผลการวิจัยที่ค้นพบนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

                2.ผลการวิจัยที่ค้นพบจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มใด หรือ ผลการวิจัยที่ค้นพบจะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานใด

               

เอกสารวิชาการที่ดี

                1.ภาษา  ต้อง เป็นภาษาทางราชการ  กระชับเข้าใจง่าย  ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์  สะกดถูกต้อง  ใช้คำคงเส้นคงวา

                2.คำที่ไม่ควรใช้เขียนเอกสารทางวิชาการ ได้แก่ คำที่ใช้โฆษณา/ใช้ในหนังสือพิมพ์  คำท้องถิ่น  คำแสลง  คำย่อที่ไม่แพร่หลาย  คำที่เป็นภาษาพูด  คำที่มีความหมายซ้ำซ้อน  คำปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ

                3.รูปแบบและการพิมพ์  ต้องถูกต้องตามข้อกำหนด  ดึงดูดใจผู้อ่าน  ขนาดตัวอักษรเหมาะสม  กราฟ  แผนภูมิ  ตาราง  กระดาษถนอมสายตา และเว้นวรรคเหมาะสม

                4.จรรยาบรรณ ไม่คัดลอกของผู้อื่น ควรอ้างอิงแหล่งที่มา

                บรรณานุกรม

                1.มีทุกเล่มที่อ้างอิง

                2.ถูกต้องตามข้อกำหนดแหล่งพิมพ์

                3.เรียงจากภาษาไทย-ต่างประเทศ

                4.เรียนตามลำดับอักษร

                การเขียนบทคัดย่อ

                1.เขียนประโยคสั้น  กะทัดรัด

                2.เขียนครอบคลุมเนื้อหารายงานวิจัยทั้งฉบับ

                3.เป็นความจริงและตรงประเด็นสำคัญ

                4.ใช้คำที่เข้าใจง่ายในการอธิบายข้อค้นพบ

                5.อย่าใช้คำซ้ำกันสองครั้ง

                6.ตรวจสอบภาษาให้ถูกต้อง

                7.แลกเปลี่ยนกับเพื่อนเพื่อขอข้อเสนอแนะ  ข้อคิดเห็น

                กระบวนการเขียนเพื่อตีพิมพ์

                1.ส่งไปยังวารสารที่ศึกษาขั้นตอนการส่งมาแล้ว

                2.ส่งบทความเพียงหนึ่งเรื่อต่อหนึ่งวารสาร

                3.รอผลการตอบรับ ประมาณ 1-3 เดือน ถ้าเกินให้ติดต่อกับบรรณาธิการวารสาร

                4.ถ้าตอบรับโดยมีการแก้ไขให้แก้ไขทันทีตามคำแนะนำ

                5.ถ้าสงสัยให้ติดต่อบรรณาธิการ

                สุดท้ายถ้าถูกปฏิเสธ ให้ปรับแก้แล้วเลือกวารสารใหม่เพื่อส่งไปตีพิมพ์อีก โดยมีความหวังเสมอ

 

 

4.เครือข่ายสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิชาการ (แหล่งทุน แหล่งตรวจสอบภาษา)

 (ศ.ดร.วีณา  จีระแพทย์)

                การสืบค้นข้อมูลแหล่งทุนวิจัยจาก  web  site

                1.เลือกเว็บไซต์มา 1 เว็บไซต์ที่มีแหล่งให้สืบค้น

                2.กำหนดคำสำคัญที่จะสืบค้น  เช่น  ทุนวิจัย / แหล่งทุน วิจัย  ประชุม

                3.เลือก  web-link  ที่สนใจเพื่อเข้าไปศึกษารายละเอียด

                                1) รายละเอียดที่ต้องศึกษาก่อนตัดสินใจสมัครทุน

                                2) วัตถุประสงค์ ขอบข่ายการให้ทุน รวมถึงกลุ่มเป้าหมายผู้รับทุน

                                3) เงื่อนไขการรับทุน  วงเงินทุน

                                4) กำหนด เปิด-ปิด การรับสมัคร

                                5) เอกสารที่ต้องเตรียม  แบบฟอร์มต่างๆ ตามเจ้าของทุนกำหนด

                                6) ที่อยู่ที่ต้องจัดส่งใบสมัคร

                ตัวอย่างแหล่งทุน

                - สภาการพยาบาล http://www.tnc.or.th

                - ทุนสสส  www.thaihealth.or.th

                - ทุนสกว www.trf.or.th

                - ทุนสำนักงานประกันสังคม ติดต่อ ทุนงบบริหารกองทุนแระกันสังคม  โทรศัพท์ 02-585-7040

                - ทุนสกว ติดต่อ ฝ่ายทุนอุดหนุนการวิจัย 1   โทรศัพท์  02-579-2888, 02-579-1370 ต่อ 455

                การสืบค้น

                1.ทุนในประเทศไทย   key word   ทุนวิจัย*พยาบาล

                2.ทุนภายนอกประเทศ  key word “research fund”  หรือ “research scholar  ship”

                คำแนะนำในการเลือกแหล่งทุน

                1.เริ่มจากทุนภายในขององค์กร หรือทุนวิจัยขนาดเล็ก

                2.หลังจากมีประสงบการณ์ทำต่อยอด เป็นสมัครทุนวิจัยขนาดกลาง/ระดับประเทศ

                3.ท้าทายความสามารถกับทุนวิจัยขนาดใหญ่/โดยหาทุนระดับนานาชาติ เช่น WHO

                การตรวจสอบภาษา

                1.ตรวจด้วยโปรแกรม word

                2.ตรวจโดยนักภาษาศาสตร์

                3.ตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและในประเด็นที่ทำวิจัย

                4.การจ้างแปล ควรตั้งงบประมาณ  200-400 บาท/หน้า โดยเลือกหาผู้รับแปลจาก web  site พิจารณาที่ประสบการณ์และรายละเอียดการรับแปลที่ตรวจไวยากรณ์

5.แนวทางการส่งผลงานวิชาการเพื่อการตีพิมพ์ระดับชาติและนานาชาติ

 (ผศ.ดร.สุนิดา  ปรีชาวงษ์)

เล่าด้วยอักษรต่อนะคะ

5.แนวทางการส่งผลงานวิชาการเพื่อการตีพิมพ์ระดับชาติและนานาชาติ

(ผศ.ดร.สุนิดา ปรีชาวงษ์)

แนวทางการส่งผลงานวิชาการเพื่อการตีพิมพ์ระดับชาติและนานาชาติ

1.เตรียมผลงานทางวิชาการที่ถูกต้องตามคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับของวารสารที่เลือก

2.เตรียมจดหมายนำโดยระบุที่อยู่ของผู้นิพนธ์ที่ติดต่อสะดวก

3.เตรียมแบบฟอร์มมอบลิขสิทธิ์ สามารถ ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของวารสาร

4.ส่งผลงานทางวิชาการ โดยส่งทางไปรษณีย์ แบบมีการลงทะเบียน หรือ ทางออนไลน์ สำหรับวารสารนานาชาติ ต้องมีการลงทะเบียนผู้ใช้ เพื่อกำหนด user name และ password และ email address จะได้รับการยืนยันการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเพื่อส่งผลงานวิชาการพร้อมจดหมายนำ

5.การปรับแก้ไข ผลการกลั่นกรอง แบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ ได้รับการตอบรับโดยไม่มีการแก้ไข ตอบรับ แต่ปรับแก้เล็กน้อย ตอบรับแต่มีการปรับแก้อย่างมาก และ ไม่ได้รับการตอบรับ

เรื่องยาว ดิฉันตั้งใจฟังมากเพราะอยากทำได้อย่างที่อาจารย์/นักวิชาการก่งๆทำ ขอเล่าด้วยอักษรต่อนะคะ แต่ห้วข้อที่ 6 อาจารย์วิทยากรท่านเล่าด้วยรูปภาพและมีวีดิโอ ตอนนำเสนอบนเวทีระดับนานาชาติ แต่สรุปสั้นๆ ดังนี้ นะคะ

6.การนำเสนอผลงานวิชาการสู่เวทีการประชุมระดับชาติและนานาชาติ (แบบ Oral Presentation)

(ผศ.ดร.อารีย์วรรณ อ่วมตานี)

1.เตรียมสื่อการนำเสนอให้พร้อม

2.เตรียม เตรียมก่อนการนำเสนอ เช่น การฝึกพูดภาษาอังกฤษ

3.ดูสถานที่ก่อนการนำเสนอ เพื่อปรับจุดที่ยืนนำเสนอให้เหมาะสม เนื่องจาก ของต่างประเทศ จะมีแท่นพูดที่สูง อาจต้องให้เขาเสริมฐานที่ยืนพูด

4.หากถูกถาม ให้ตอบอย่างกระชับ และสั้นๆ

5.ให้ทำใจไม่ต้องกังวลเนื่องจาก ชาวต่างชาติ (ฝรั่งจะมีความเข้าใจชาวต่างชาติที่พูดภาษาของเขา)

7.การนำเสนอผลงานวิชาการสู่เวทีการประชุมระดับชาติและนานาชาติ (แบบ Poster presentation)

( ผศ.ร.อ.หญิง ดร. ศิริพันธุ์ สาสัยต์)

การเตรียมโปสเตอร์ที่มีคุณภาพ คือ

1.Fogused คือ มุ่งไปที่ข้อความเดียว

2.Graphic ใช้แผนภูมิบอกเล่าเรื่องราว ส่วนข้อความควรใช้อย่าระมัดระวัง

3.Ordered ควรจัดลำดับการนำเสนอให้ดีและมองเห็นชัดเจน

การจัดทำโปสเตอร์ ประกอบด้วย 9 ขั้นตอน ดังนี้

1.วางแผน พิจารณาขนาดและแบบ

2.จุดสนใจ พยายามทำให้ดูง่าย ตัดรายละเอียดออก

3.วางเนื้อหา ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ

4.หัวเรื่อง ใช้หัวเรื่องที่ช่วยให้เข้าใจง่าย

5.มีแผนภูมิ/แผนภาพที่ชัดเจน

6.เนื้อหา ไม่ควรมีมาก เน้นที่แผนภูมิ

7.สีสัน ดึงดูดความสนใจ ไม่ควรมีสีสันฉูดฉาดเกินไป

8.เรียบเรียง มุ่งจุดเน้นไปที่ผลของการศึกษา

9.มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป