แก้ที่ผิด
อีกวิธีหนึ่งที่สามารถลดจำนวนนักเรียนที่ติด “0” ได้ดี คือให้สอบแก้ตัวเฉพาะข้อที่ทำผิด โดยใช้คะแนนที่ได้ครั้งแรกเป็นฐาน เช่น สอบครั้งแรกได้ 38 ในการสอบแก้ตัวก็ให้ทำเฉพาะ 62 ข้อที่ผิด ถ้านักเรียนทำได้ 15 ก็เอาไปรวมกับคะแนนที่สอบครั้งแรก 38 + 15 รวมเป็น 53 คะแนน ถือว่านักเรียนสอบผ่าน วิธีนี้นักเรียนส่วนมากสอบแก้ตัวครั้งเดียวก็สามารถผ่านเกณฑ์ได้ สำหรับนักเรียนที่อ่อนมาก ๆ ก็ให้โอกาสครั้งที่ 3 ,4,5…. แล้วนำคะแนนที่ได้บวกเพิ่มเข้าไปทุกครั้ง และอย่าลืมว่าแก้เฉพาะที่ผิดเท่านั้น
จะนำไปใช้ ครับ
เห็นด้วยนะคะเพราะเด็กจะได้สอบผ่านทุกคน ไม่เครียดทั้งครูและเด็ก
เห็นค้วยกับครูน้อย แต่สำหรับนักเรียนที่เรียนอ่อนมากๆ เมื่อให้โอกาสสอบ 1-2 ครั้งแล้วยังไม่ผ่าน ควรสอนซ่อมเสริมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องก่อน จึงให้นักเรียนสอบครั้งต่อไป
ขอบคุณพี่แจ๊วนะคะ ที่ให้คำแนะนำเพิ่มเติม จากนี้ไปจำนวนนักเรียนที่ติด "0" คงน้อยลง
ให้คะแนนครูน้อยเต็มร้อยเลยคะ
ถ้ามองแค่จำนวน 0 , ร จะน้อยลงอย่างเดียว วิธีการเช่นนี้ก็ใช้ได้เลย แต่ถ้าตระหนักว่าการศึกษา คือ การพัฒนา วิธีการเช่นนี้น่าจะยืนยันได้ยากว่า มีพัฒนาการแล้ว...
แต่เข้าใจและจริงอย่างที่พูดกัน " เขาต้องการเพียงปริมาณ มิใช่คุณภาพ " การศึกษาไทยมักเป็นเช่นนี้ สนใจแต่เปลือกแต่กระพี้ เนื้อแท้หรือแก่นไม่เคยใส่ใจ
ใช่สิ!ไม่ใช่แต่การศึกษาดอก..ดูจะเป็นไปแทบทุกระบบ พิธีเปิด-ปิดใหญ่โต แต่สาระในนั้นแทบไม่มี หรือไม่เคยคิดว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์จริงหรือไม่ แค่ว่าได้ทำแล้ว ได้หน้าแล้ว... เอาแต่ถนนหนทาง ระบบไฟฟ้า อาคารใหญ่โตหรูหรา แอร์เย็นเฉียบ แต่เด็กและครูขาดแคลนไปหมด..
แล้วจะไปอย่างไรต่อ หมายถึง บ้านเมืองเรา
เข้าใจว่าสามารถพัฒนานักเรียนได้ในระดับหนึ่ง คือ พัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน จะถือว่าเป็นพัฒนาการของนักเรียนด้วยได้หรือไม่คะ
ครูสุนันท์ตกแต่งบันทึกสวยสุดๆ เลยค่ะ
ทำเองยังไม่เป็นหรอกค่ะ พอดีเจ้าของเขาอณุญาตให้ใช้ได้ จึงลองนำมาแต่งบล็อกของตัวเองดู กำลังศึกษาวิธีการ จะได้ทำเองได้ในโอกาสต่อไป