สอนวิทย์ทดลอง

sawaddee
  อ่านก่อนเพื่อไปลองปฏิบัติ  
ทำไมจึงหลีกเลี่ยงการทดลองวิทยาศาสตร์ (แปลและเรียบเรียงจากเรื่อง Why Avoid Hands-on-Science? ของ William J.Sumrall จาก Science Scope January 1997 p.p.16-19 December 1997, p.12) โดย ประสาน สร้อยธุหร่ำครั้งนี้ขอนำเรื่องจากของผู้อื่นมานำเสนอ โดยจะขอนำเสนอด้านการจัดการเเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่น่าจะมีการทดลองด้วย
เรื่องที่ครูวิทยาศาสตร์หลีกเลี่ยงที่จะให้นักเรียนทำการทดลองในการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะครูไทยเท่านั้น แม้แต่ในประเทศที่มีการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าและทันสมัยก็ยังมีปัญหาในเรื่องนี้ ลองมาดูบทความของ William J.Sumrall ศาสตราจารย์ทางการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา เพื่อว่าคุณครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ของไทยเราจะได้ข้อคิดและลองนำไปปฏิบัติ อาจประสบความสำเร็จในการสอนนักเรียนให้ลงมือปฏิบัติการทดลองในชั่วโมงเรียน วิทยาศาสตร์บ้าง Sumrall พบว่า ครูส่วนใหญ่ยอมรับว่า การสอนวิทยาศาสตร์โดยให้นักเรียนได้ลงมือ ทดลองเป็นความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ครูจะไม่คุ้นเคยกับทฤษฎีการเรียนการสอน ต่างๆ แต่ก็มีความเข้าใจถึงความจำเป็นที่นักเรียนควรจะได้เรียนในสิ่งที่เป็นรูปธรรม หลังจากที่เขาได้สอนนักศึกษาที่จะจบออกมาเป็นครู ที่ผ่านการเรียนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติมาแล้วถึง 4 ปี คำถามหนึ่งที่เขาถามนักศึกษาและคนที่เป็นครูประจำการว่า "ทำไมครูจึงหลีกเลี่ยงที่จะสอนวิทยาศาสตร์โดยให้มีการทดลอง" คำตอบที่ได้มีต่าง ๆ มากมาย ที่คล้าย ๆ กัน จะมีอยู่ 5 ข้อ คือ ต้องทำงานมากขึ้น ยุ่งยากเกินไป ขาดความรู้ทางเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ต้องใช้เวลามากขึ้น อุปกรณ์ไม่พอ Sumrall รับว่าเหตุผลดังกล่าวเป็นความจริง แต่เขาสามารถอธิบายถึงสาเหตุดังกล่าว และคิดว่าคำอธิบายของเขาน่าจะขจัดความกังวลของครูในการที่จะสอนวิทยาศาสตร์ โดยให้ นักเรียนทำการทดลองได้
 
การสอนวิทยาศาสตร์โดยให้นักเรียนทดลองทำให้ครูต้องทำงานมากขึ้น
กุญแจที่จะไขปัญหาเรื่องนี้คือ การจัดให้มีผู้ร่วมรับผิดชอบในเรื่องการเก็บ และทำความสะอาดหลังการทำกิจกรรม ครูอาจให้นักเรียนมีส่วนช่วยกันทำแล้วให้คะแนน พิเศษ การช่วยงานของนักเรียนอาจทำนอกเวลาเรียนได้สำหรับงานบางอย่าง เช่น การจัดเก็บอุปกรณ์เข้าที่ ทำรายการสิ่งของ จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับที่ครูจะใช้สอนใน ชั่วโมงต่อไป ครูอาจมีบัตรลงเวลา และงานที่นักเรียนทำ ให้นักเรียนเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่เริ่มต้นภาคเรียน เพื่อครูและนักเรียนจะได้ตรวจสอบคะแนนพิเศษได้ทุกเมื่อ บัตรเวลาอาจเป็นดังนี้
งานที่นักเรียนช่วยทำได้นอกเวลาเรียน นอกจากที่กล่าวมาอาจมีอย่างอื่น เช่น ติดหมายเลขลิ้นชักและตู้เก็บอุปกรณ์ จัดและดูแลทำความสะอาดตู้ปลา ให้อาหารสัตว์ที่เลี้ยง ไว้ศึกษาทดลอง ทำความสะอาดกรงสัตว์ ในการให้คะแนนพิเศษ ครูควรให้มีความสอดคล้อง กับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่มาช่วยงานด้วย เช่น ถ้านักเรียนจะต้องเรียน เกี่ยวกับสัตว์และที่อยู่อาศัย นักเรียนก็อาจจะช่วยงานในเรื่องของการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ นักเรียนเกิดความรับผิดชอบในงาน ทั้งยังเพิ่มความรู้ความเข้าใจจากงานที่ทำ และยังได้ คะแนนเพิ่มขึ้นอีกด้วย แทนที่จะให้พวกเด็ก จัดป้ายนิทรรศการ หรืองานอื่นบางอย่าง ครูอาจให้นักเรียน ช่วยกันเลือกหัวข้อเรื่อง ที่จะจัดตกแต่งห้องเรียน โดยครูตั้งเป้าหมายไว้ต่ำสุด เพื่อจะได้ ไม่ทอนกำลังใจนักเรียนและไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ของเด็ก แต่จะต้องคำนึงถึงการใช้ภาษาที่ถูกต้องทั้ง ตัวสะกดและหลักภาษา ข้อมูลที่แสดงต้องถูกต้องตามหลัก วิชาการ เรื่องที่นักเรียนช่วยกันจัดแสดงไว้บนผนังและ เพดานห้องเรียน อาจเป็นแบบจำลองดาวเคราะห์ในสุริยจักรวาล แมลงต่าง นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ข้อมูลเกี่ยวกับอากาศเสียและน้ำเสีย เป็น การรวบรวมรายงานและคะแนนของนักเรียนที่ช่วยงาน ครูเพียงให้นักเรียนส่งบัตร เวลาในช่วงกลางและปลายภาคเรียน นักเรียนสามารถทำคะแนนพิเศษได้ถึง 8 คะแนนต่อการ ปฏิบัติงานรวม 2 ชั่วโมง(15 นาที = 1 คะแนน) คะแนนพิเศษนี้ครูอาจตั้งไว้สูงสุด 30 คะแนน ต่อภาคเรียนก็ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนเต็มของภาคปฏิบัติในชั่วโมงเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งภาคเรียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคะแนนที่ครูตั้งไว้ สมมติว่าคะแนนเต็มเป็น 500 คะแนน นักเรียนที่ช่วยงาน ที่ได้ 30 คะแนน ก็สามารถหาคะแนนพิเศษเพิ่มได้ถึงเกือบ 5 เปอร์เซนต์ของคะแนนภาคปฏิบัติ ทั้งหมด กิจกรรมแบบนี้ยังทำให้นักเรียนที่ช่วยงานได้เรียนรู้ถึงทักษะการจัดการ และทำให้ รู้สึกว่ามีส่วนสำคัญในความสำเร็จของชั้นเรียนและช่วยลดงานของครู นอกจากนี้ยังมีโอกาส ทำคะแนนให้ดีขึ้นโดยอาศัยคะแนนพิเศษช่วยอีกด้วย สอนวิทยาศาสตร์โดยให้นักเรียนทดลองยุ่ง ยากเกินไป ถ้าครูเกรงว่าการสอนวิทยาศาสตร์โดยใช้การทดลอง จะทำให้เกิดเสียงดังหนวกหู จนอาจถูกตำหนิจากผู้บริหาร ให้เตรียมตัวนักเรียนไว้ก่อนโดยอธิบายถึงวิธีการสอนแบบนี้ว่า เป็นอย่างไร วิธีการที่จะให้ผู้บริหารเข้าใจอาจทำได้โดยจัดให้มีการวิจัยสรุปอย่างสั้น ๆ ถึงคุณค่าการสอนโดยให้นักเรียนได้ทดลองเองหรือโดยกระตุ้นให้ผู้บริหารเข้าร่วมรับรู้ การประชุมปฏิบัติการอบรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้รู้เห็นถึงเสียงที่เกิดจากการเรียนการสอน
ถ้าครูเกรงว่าจะควบคุมชั้นเรียนไม่ได้เพราะนักเรียนมีจำนวนมาก ครูอาจจัดบทบาท ให้นักเรียนช่วยดูแลกันเองโดยให้ทำงานเป็นคู่กันในกลุ่มอีกชั้นหนึ่ง ครูต้องจัดทำคำอธิบาย หรือขั้นตอนการทดลองไว้สำหรับให้ นักเรียนอ่านและทำตามขั้นตอน ครูเตรียมคำถามก่อนเริ่ม กิจกรรม ให้แต่ละกลุ่มจัดผู้ออกไปรับอุปกรณ์ที่จะใช้ทำ กิจกรรม วิธีการเหล่านี้ทำให้นักเรียนไม่มีเวลาว่างที่จะก่อความ วุ่ยวายในชั้น ส่วนที่ครูวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมต้นรู้สึกลำบากที่สุดไม่ใช่เนื้อหาความรู้ แต่เป็นเรื่องการจัดการภายในชั้นเรียนมากกว่า ครูมักจะกังวลกับนักเรียนที่ชอบเอะอะ และลุกจากที่ตลอดเวลา ครูต้องเรียนรู้ถึงวิธีการจัดการกับชั้นเรียน ในที่สุดการทดลอง วิทยาศาสตร์จะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนมากขึ้นจนลดความเบื่อในการเรียน วิชานี้ลง และปัญหาต่าง ๆ ทางวินัยก็จะลดลงด้วย และถ้าจะมีเสียงดังเกิดขึ้นส่วนใหญ่ ก็เป็นเสียง
ครูขาดความรู้เนื้อหาวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบหนึ่งของทฤษฎี Constructivist คือ นักเรียนเป็น ผู้สร้าง หรือกำหนดฐานความรู้ด้วยตัวของนักเรียนเอง องค์ประกอบนี้ เน้นถึงความสำคัญที่นักเรียนจะต้องเป็นผู้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆ และ แสดงออกหรือสื่อสารให้รู้ถึงกระบวนการเรียนรู้นั้น ครูที่ไม่มีความรู้ ทางวิทยาศาสตร์สามารถเรียนรู้ได้จากการทดลองไปพร้อมกับนักเรียน นักการศึกษา ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ครูที่มีพื้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดีมักชอบสอนโดยใช้วิธี บรรยายมากกว่า ส่วนครูที่มีพื้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์น้อยกว่ามักชอบสอนโดย ให้ เป็นไปไม่ได้ที่จะให้สอนตามที่เสนอแนะในหลักสูตร การปรับปรุงทักษะการจัดการ สามารถช่วยให้ครูใช้วิธีสอนโดยให้นักเรียนได้ทดลอง และทำให้ครอบคลุมเนื้อหาวิทยาศาสตร์ที่นักเรียนจะต้องเรียนด้วย ถ้าเชื่อตามปรัชญาที่ว่า การ "ครอบคลุมหนังสือเรียน" มีความสำคัญต่อการเรียนในอดีต ของนักเรียน ดังนั้นการที่นักเรียนได้รับข้อมูลและเนื้อหาวิชามาก เท่าไร ก็จะยิ่งดีต่อการศึกษาต่อในอนาคตของพวกเขามากเท่านั้น แต่มีความเข้าใจผิดหลายประการเกี่ยวกับปรัชญานี้ ประการแรกคือความรู้ที่เพิ่มเติมเข้ามาสู่นักเรียนตลอดเวลา ไม่ได้ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ในทุกสิ่งทุกอย่างประการที่สองแทนที่จะเรียนรู้ ความจริงเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้มา นักเรียนกลับเรียนแบบท่องจำแล้วก็ลืม ประการที่สามขณะที่เรียนรู้เนื้อหาบางอย่างทางวิทยาศาสตร์ว่ามีความสำคัญ การค้นคว้าทดลองและการใช้ทักษะกระบวนการก็มีความสำคัญเท่าเทียมกันที่จะทำให้เกิด ความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์โรงเรียนและรัฐอาจกดดันให้ครูต้องสอนเนื้อหา ความรู้ให้ครบตามหลักสูตร แต่วิทยาศาสตร์ศึกษาชุมชนในปัจจุบันมีความเชื่อว่า ควรสอนเนื้อหาความรู้วิทยาศาสตร์ให้รู้ลึกมากกว่ารู้กว้าง นอกจากนี้ครูควรจะทำทุกทาง ที่จะให้ผู้บริหารเข้าใจถึงวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียน อุปกรณ์ไม่เพียงพอที่จะสอนวิทยาศาสตร์โดยให้นักเรียนทดลอง ในการสอนวิทยาศาสตร์ ถ้ามีอุปกรณ์ครบ มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยก็จะดีมาก แต่งบประมาณที่จำกัด ทำให้ครูต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนจากร้านขายของชำ หรือซื้ออุปกรณ์ ที่ลดราคา นอกจากนี้ต้องศึกษาว่าจะใช้สิ่งใดแทนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์บางชิ้นได้ ครูศึกษา ได้จากวารสารการศึกษาที่แนะนำการจัดกิจกรรมที่ใช้อุปกรณ์ราคาถูก หรือจากวัสดุที่ทิ้งแล้ว นำมาใช้แทนเพื่อส่งเสริมการจัดหาอุปกรณ์ราคาถูกหรือที่ทิ้งแล้ว ครูอาจให้นักเรียนช่วยกันนำของ บางอย่างมาจากบ้าน โดยให้คะแนนพิเศษกับนักเรียน คะแนนที่จะให้ขึ้นอยู่กับว่าของนั้นจะ เป็นอะไร สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้เพียงไร วิธีการสะสมคะแนนทำได้เช่นเดียว กับบัตรลงเวลาช่วยงานของนักเรียน โดยครูต้องตั้งเกณฑ์ไว้อย่างรอบคอบ สิ่งของต่าง ๆ อาจเป็นดังตัวอย่างในตาราง สรุป ในปัจจุบันมีครูจำนวนมากที่เล็งเห็นความสำคัญของการสอนวิทยาศาสตร์โดยให้ นักเรียนได้ทดลอง แม้แต่นักศึกษาที่กำลังจะสำเร็จมาเป็นครูก็คิดเช่นนั้น ในการอบรมครู จึงต้องผนวกการทดลองวิทยาศาสตร์เข้าไปกับการให้เนื้อหาและทฤษฎีต่าง ด้วย มิฉะนั้น การเปลี่ยนพฤติกรรมของครูในการสอนวิทยาศาสตร์ โดยให้นักเรียนได้ทดลอง จะไม่เป็น ผลสำเร็จ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  sawaddee

คำสำคัญ (Tags)#วิทย์

หมายเลขบันทึก: 117680, เขียน: 07 Aug 2007 @ 14:56, แก้ไข, 29 May 2012 @ 14:05, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

กานต์สินี
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 18:34

หนูข้อข้อมูลเกี่ยวกับการเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่ใช้ในทางทดลองวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ที่มีทั้งรูป ชื่อภาษาไทยและอังกฤษนะค่ะ