วันนี้สอนหนังสือตั้งแต่เช้า  กว่าจะได้เลิกก็เกือบบ่ายโมงแล้ว  หลังจากเลิกสอนพี่ดี (อ.ไพรัช)  ก็นำเอกสารเกี่ยวกับการจัดการความรู้ที่พี่เขาเขียนขึ้นมามามอบให้ผู้วิจัย  ผู้วิจัยรู้สึกดีใจมาก  เพราะ  เอกสารที่ได้มาคงจะเป็นประโยชน์กับการเขียนสังเคราะห์ KM แน่นอน  (แถมยังมีเนื้อหาไม่มากด้วย  อย่างนี้คงทำให้มีกำลังใจในการอ่านขึ้นเยอะ)  นอกจากจะได้รับเอกสารแล้ว  ผู้วิจัยยังได้ปรึกษากับพี่ดีเกี่ยวกับการทำ KM ในศูนย์ลำปางของเราด้วย  พี่ดีให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง  เช่น  ในการทำ KM นั้นสิ่งที่ต้องระวัง (และทำใจ)  สิ่งหนึ่งก็คือ  อาจเกิดการต่อต้านขึ้นได้  เนื่องจากแน่นอนว่าในการทำ KM นั้นอาจกระทบโครงสร้างหลายส่วน  ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ไม่ใช่โครงสร้างที่เลื่อนลอย  แต่เป็นโครงสร้างที่มีชีวิตจิตใจ  สิ่งนี้แหละที่ต้องระวังและคำนึงถึงด้วย  (ความจริงคุยกันในรายละเอียดปลีกย่อยอีกพอสมควร  แต่ขออุบไว้ก่อน  เอาไว้ถ้างานเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่จะเอามาเล่าให้ฟังนะคะ)

    ต่อเนื่องว่าด้วยการลงพื้นที่ก็แล้วกันนะคะ  เมื่อคืนวันที่ 7 มกราคม  2549  หลังจากประชุมเตรียมงานตำบลละแสนเสร็จ  ทีมงานของเราได้เดินทางไปที่กลุ่มบ้านหลุกเพื่อเยียมเยียนและตรวจดูความเรียบร้อยของบัญชีก่อนที่จะจัดงานในวันที่ 11 มกราคม  2549  (บ้านหลุกเป็นพื้นที่สุดท้ายของการสัญจรในครั้งนี้ค่ะ) 

   เมื่อไปถึงคนที่มาคอยต้อนรับเป็นคนแรก (เหมือนอย่างเคย)  ก็คือพ่อจันทร์  ส่วนคณะกรรมการคนอื่นทยอยกันตามมาทีหลังอีก 1-2 คน  จากการตรวจสอบข้อมูลขอยอมรับตามจริงเลยค่ะว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่อ่อน (มีปัญหา) มากที่สุด  คณะกรรมการเครือข่ายฯหลายคนได้แสดงความคิดเห็นออกมาที่ค่อนข้างแตกต่างหลากหลาย (เป็นการคุยกันในวงเล็กๆนะคะ)  เช่น  ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้สงสัยต้องตัดออกจากการเป็นสมาชิกเครือข่ายฯไปเลย  ในประเด็นนี้มีคณะกรรมการบางคนแสดงความคิดเห็นว่า  ต่อไปนี้เราต้องลงมาช่วยกลุ่มนี้อย่างจริงจัง  เขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามานานคงไม่ถึงกับตัดกันออกไป

   ในขณะที่กรรมการบางคนแสดงความคิดเห็นว่าที่กรรมการคนอื่นไม่มา  มีเพียงพ่อจันทร์คนเดียวนั้นคงเพราะกลัวว่าเราจะมาตรวจสอบหรือมาทวงหนี้  ในขณะที่บางคนบอกว่าสงสารพ่อจันทร์  แกแก่มากแล้ว  แต่แกก็มีใจทำงาน  คงทิ้งแกไม่ได้  คณะกรรมการบางส่วนเห็นว่าที่เป็นอย่างนี้อาจเป็นเพราะระบบบัญชีของเครือข่ายซับซ้อนมากจนเกินไป  คนแก่อย่างพ่อจันทร์คงไม่เข้าใจจึงไม่สามารถนำมาถ่ายทอดให้คณะกรรมการคนอื่นรับทราบได้

    เราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันหลายชั่วโมง  คุณสามารถถึงขนาดกับต้องลงมาแยกบิลด้วยตนเอง  แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก  เนื่องจากมีบิลบางส่วนหายไป  และบิลค่อนข้างกระจัดกระจาย  เวลาถามอะไรพ่อจันทร์ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง  ถามอย่างตอบอย่าง  จนทำให้คณะกรรมการเครือข่ายฯถึงกับส่วยหัว  บางคนหน้าบึ้ง  ผู้วิจัยในฐานะที่ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรเพราะทำบัญชีไม่เป็นก็ได้แต่เดินไปหาคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วบอกว่าให้ใจเย็นๆ  ขอให้สงสารพ่อจันทร์  เพราะ  ท่านแก่มากแล้ว

    ในระหว่างที่สาละวนกับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  ผู้วิจัยกับคุณสามารถได้ปรึกษาหารือกันถึงแนวทางที่จะช่วยกลุ่มนี้  ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าต่อไป (เริ่มเดือนกุมภาพันธ์) จะส่งทีมงานของเครือข่ายฯลงมาช่วยในการสะสางบัญชี  พร้อมกับสอนการทำบัญชีให้กับคณะกรรมการด้วย 

   นอกจากนี้แล้วก่อนกลับทีมงานของเรายังได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ข้อ  คือ  ขอให้พ่อจันทร์เก็บสมุดเงินฝากสวัสดิการของสมาชิกทั้งหมดมาเพื่อให้คณะกรรมการเครือข่ายฯได้มีข้อมูลในการช่วยชำระบัญชี  ซึ่งพ่อจันทร์รับปากว่าจะเก็บสมุดของสมาชิกทั้งหมดมาส่งให้กับเครือข่ายฯในวันที่ 22 มกราคม  2549  ซึ่งเป็นวันประชุมเครือข่ายประจำเดือน

    เรื่องของกลุ่มนี้ขอเล่าแค่นี้ก็แล้วกันนะคะ  หากมีอะไรคืบหน้าจะเล่าให้ฟังอีกค่ะ  วันนี้ในช่วงเย็นนัดกับเครือข่ายฯเอาไว้ที่บ้านคุณสามารถว่าจะไปช่วยในการทำเอกสารเพื่อต้อนรับกระทรวงการคลัง  ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ  และอปท. ที่จะมาร่วมงานวันที่ 11 มกราคม  2549  ส่วนพรุ่งนี้คงจะไปดูสถานที่จัดงาน  จัดเตรียมเอกสาร(ต่อ  ถ้าหากยังไม่เสร็จในวันนี้) รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆด้วยค่ะ  แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ  (ถ้ามีเวลาและโอกาส)  สวัสดีค่ะ