ผมเชื่อว่า หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับตัวประกันชาวเกาหลีที่อัฟกานิสถานนะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวนี้ ด้วยความรู้สึกผิดหวังกับประชาคมโลก ที่เราไม่สามารถผลักดันกระบวนการสันติวิธีมาใช้ในการแก้ไขปัญหา

ซึ่งแน่นอนถ้ามองย้อนกลับ ปัญหาการใช้ความรุนแรงในโลกนี้มันเกิดขึ้นจากแรงกระตุ้นของพี่เบิ้มใหญ่โตของโลกนั่นแหละครับ

เขาอาจเป็นคนหนึ่งที่พยายามเรียกร้องให้ผู้อื่นใช้วิธีการทางสันติ เนื่องจากเขาเองไม่จำเป็นต้องใช้กำลังในการบังคับขู่เข็ญใคร เพราะเพียงแค่ใช้อัตราการเก็บภาษี ประเทศเกือบทั้งโลกก็สะเทือนแล้ว

การไม่สร้างความสมดุลย์ทางอำนาจและการแบ่งปันทรัพยากรในโลกให้เหมาะสม กลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้ความรุนแรงโต้กันไปโต้กันมา

ตัวอย่างตัวประกันในอัฟกานิสถานเป็นบทเรียนได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้าเกาหลี ก็มีตัวประกันจากอีกประเทศหนึ่ง แต่นั้นการตกลงเจรจาทำได้สำเร็จ ถามว่าเพราะอะไร คำตอบง่ายๆ ครับ เพราะประเทศดังกล่าวมีอำนาจในการต่อรองกับรัฐบาลของอัฟกัน ต่างจากเกาหลีที่ไม่มีอำนาจต่อรองกับรัฐบาลอัฟกันเลย มีทางเดียวคือต้องต่อรองกับกองกำลังตาลีบัน ซึ่งตนเองไม่มีอะไรที่เป็นข้อแลกเปลี่ยนได้เลย ดังนั้นข่าวที่ออกมาจึงเป็นเพียงการขยายเวลาตายของตัวประกันเท่านั้นเอง

อีกกี่วันครับ อีกกี่เดือนครับ อีกกี่ปีครับ ที่การสื่อสารทางสันติและการเชื่อมสัมพันธ์อันดีจะเกิดขึ้น และทางแห่งความรุนแรงถูกลืมไปและไม่ถูกคิดที่จะหยิบมันขึ้นมาใช้

ผมนึกถึงคำนิยามหนึ่งทางวิชาตรรกศาสตร์อาหรับ ซึ่งเขานิยามความหมายของมนุษย์ไว้ว่า คือ "สัตว์ที่พูดได้" ผมนึกต่อไปจากคำนิยามนี้ว่า ต่อไปข้างหน้าภาษากลางสำหรับการสื่อสารในประชาคมโลก คงไม่ใช่ภาษาอังกฤษแล้วละครับ แต่น่าจะเป็นภาษาอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า ไม่พอใจใครก็ส่งกำลังเข้ายึดมันเสียเลย ง่ายดี ไม่ต้องเสียเวลาเจรจา โอ้โลกของฉัน แล้วฉันจะอยู่อย่างไร

สุดท้ายนี้ ขอไว้อาลัยให้กับความสูญเสียทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นเพราะเราเอง