ชีวิตที่พอเพียง : 332. ร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร

         วันที่ 5 ก.ค. 50 ผมเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่สวนอัมพร     เพิ่งจะได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่เริ่มเปิดฤดูกาลพระราชทานปริญญาบัตร     โดยกำหนดวันพฤหัสบดีแรกของเดือนกรกฎาคมของทุกปี     อย่างปีนี้สัปดาห์หน้า จุฬาฯ กำหนดพิธีวันที่ 12 – 13 ก.ค.   

         นี่เป็นครั้งที่ ๒ ที่ผมเข้าพิธีนี้ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล     โดยผมได้เล่าข้อสังเกตจากการเข้าร่วมพิธีของปีที่แล้วไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm/38479     ปีนี้ขอเล่าข้อสังเกตที่พบเห็นเพิ่มเติม     ส่วนที่เหมือนปีที่แล้วจะไม่เล่า   

• การตกแต่งเวทีเกือบเหมือนของปีที่แล้ว     เพราะทางมหาวิทยาลัยมีแนวทางจัดเวทีเหมือนเดิม   คือถ้าผมไปยืนถ่ายรูปกับ ศ. นพ. ศรีประสิทธิ์ ก็จะแยกไม่ออกว่าเป็นเวทีของปีไหน     ข้อแตกต่างอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของในวังขอให้เปลี่ยน     เพราะปีนี้มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น     เนื่องจากสถานการณ์ car bomb ที่อังกฤษ
• ปีนี้รถเข้าไปในบริเวณสวนอัมพรได้ไม่กี่คัน    เพราะเขาให้ไปจอดที่สนามเสือป่า     ซึ่งทำให้ผู้มาในงาน โดยเฉพาะญาติของบัณฑิต ได้รับความสะดวกขึ้นมาก
• ทางสำนักพระราชวังได้ให้บริการเปิดพระที่นั่ง เช่นพระที่นั่งวิมานเมฆ ให้บัณฑิตและญาติ เข้าไปถ่ายรูป     ถือเป็นการแสดงน้ำใจที่น่าชื่นชม
• ผมสังเกตตั้งแต่ปีที่แล้ว     แต่ไม่ได้เขียน    ว่ากองลำเลียงและถวายปริญญาบัตรแก่สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ    เพื่อให้ท่านพระราชทานแก่บัณฑิตนั้น นับว่าเป็นงานที่ต้องจัดระบบและรอบคอบ      ที่หลังฉากบนเวที มีโต๊ะยาว 5 – 6 เมตร มีปริญญาบัตรวางเรียงซ้อนกัน อย่างเป็นระเบียบ     มีทีมคณาจารย์กองลำเลียงชุดละ 10 คน     ช่วงเช้า 1 ชุด  ช่วงบ่าย 1 ชุด      กองลำเลียงชุดนั่งลำเลียง 5 คน     นั่งพับเพียบเป็นแถว แต่ละคนมีพานทองคนละพาน สำหรับวางตั้งปริญญาบัตร     คนที่นั่งใกล้องค์สมเด็จฯ ที่สุดมีหน้าที่คอยยื่นส่งปริญญาบัตรด้วยมือขวา วางบนพานข้างพระองค์     แต่จริงๆ แล้วเป็นกึ่งวางบนพานกึ่งยื่นใส่พระหัตถ์     คนถัดมาก็มีหน้าที่ยื่นปริญญาบัตรใส่มือซ้ายของคนแรก    คนที่ 3 มีหน้าที่ยกตั้งปริญญาบัตร จากพานของคนที่ 4 มาวางในพานของตน  และยกตั้งปริญญาบัตรจากพานของตน ไปวางในพานของคนที่ 3     คนที่ 4 มีหน้าที่ยกตั้งปริญญาบัตรจากพานของคนที่ 5 มาวางในพานของตน     คนที่ 5 มีหน้าที่รับตั้งปริญญาบัตร ที่กองลำเลียงแผนกขนใส่พานเดินมาจากหลังม่าน เอามานั่งพับเพียบยื่นให้     เอามาวางบนพานของตน
• กองลำเลียงแผนกขน หรืออาจเรียกว่า ชุดเดิน ทำหน้าที่ขนปริญญาบัตรใส่พานเดินจากหลังฉาก มายื่นให้ชุดนั่งคนที่ 5    ชุดเดินนี้ก็มี 5 คนเช่นเดียวกัน     กองลำเลียงทั้งหมดเป็นผู้หญิงครับ  ผู้ชายไม่มีสิทธิ์     กองลำเลียงต้องทำงานเรียงลำดับของปริญญาบัตรอย่างถูกต้อง
• ก่อนพิธี ผมเดินไปเมียงๆ มองๆ ที่กองถ่ายรูป    พบว่าส่วนหนึ่งของกล้องเป็นยี่ห้อแคนนอน    แต่ใช้เลนส์นิคคอร์ทั้งหมด  ผมจึงถามเขาว่า เลนส์นิคคอร์ใส่กล้องแคนนอนได้เลยหรือ     เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนแหวนก่อน     ได้ความรู้อีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป     ว่ามืออาชีพเขาเลือกใช้เลนส์นิคคอร์   
• ก่อนองค์ประธานเสด็จ  มีพิธีอัญเชิญตรามหาวิทยาลัย หนัก 10 กก.    โดยนายกสภาฯ  อธิการบดี  และคณาจารย์จำนวนประมาณ 20 คน  เดินแถวตามหลังผู้อัญเชิญตรา โดยเดินแบบ ก้าว-ชิด  ก้าว-ชิด  สลับขาไปเรื่อยๆ     จนเอาตราไปวางบนแท่นหน้าเวที     ดูจะถือกันว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์     ปีนี้ผู้อัญเชิญตราคือ ศ. นพ. ศรีประสิทธิ์ บุญวิสุทธิ์  รองอธิการบดี
• เมื่อเสร็จพิธีช่วงเช้า สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เสด็จกลับไปที่วังสวนจิตรฯ      แต่ก่อนเสด็จขึ้นรถ รับสั่งเรื่องการไปทัศนศึกษาของกรรมการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ     และเลยไปเรื่องผู้ป่วยต่างจังหวัดไม่ได้รับความสะดวกจากบริการ    ต้องเข้ามารักษาที่กรุงเทพ และนัดแบบไม่เห็นใจคนต่างจังหวัด    รับสั่งว่าน่าจะมีระบบ ICT ที่เป็นระบบ database สำหรับให้บริการผู้ป่วยโดยผู้ป่วยสะดวก และสถานบริการให้บริการร่วมกันเป็นเครือข่าย     ไม่ใช่ต่างโรงพยาบาลต่างทำ
• เสร็จพิธีในช่วงบ่าย  สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงฉายพระรูปร่วมกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยและคณาจารย์จำนวนหนึ่ง     ถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติทุกปี     ถ่ายรูปเสร็จทรงทักทายท่านคณบดีคณะทันตแพทย์ ผศ. ทญ. ธีรลักษณ์ ว่าสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้ไปงานของทันตแพทย์ที่ท่านเสด็จ     อ. หมอธีรลักษณ์ประทับใจว่าท่านจำแม่นมาก    อ. ธีรลักษณ์ไปร่วมงานไม่ได้เพราะไปต่างประเทศ
• ปีนี้ผมไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกับผู้รับปริญญาเลย     เพราะไม่มีใครมีกล้อง แผนกรักษาความปลอดภัยเขาเข้มงวดมากกว่าปีที่แล้ว
• วงดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มาบรรเลงและร้องเพลงประสานเสียง สร้างบรรยากาศเช่นเคย     ผมประทับใจนักร้องหญิงมาก เสียงใสกังวานไพเราะมาก     หลังถ่ายรูปหมู่ ที่องค์ประธานทรงฉายร่วมด้วย   ได้เสด็จไปประทับยืนฟังเพลง 3 เพลงรวด
• นายกสภาฯ มีบทบาท 4 อย่างคือ คอยรับเสด็จ ส่งเสด็จ, เดินแถวอัญเชิญตรามหาวิทยาลัย, อ่านคำกราบบังคมทูลซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณสั้นๆ 2 – 3 นาที,  และนั่งเป็นพยานในพิธีตลอดรายการ  อ่านคำกราบบังคมทูลของนายกสภาฯได้ที่นี่ (click)

    

วิจารณ์ พานิช
5 ก.ค. 50

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#มหาวิทยาลัยมหิดล#พิธีพระราชทานปริญญา#พิธีรับปริญญา

หมายเลขบันทึก: 116260, เขียน: 02 Aug 2007 @ 09:22, แก้ไข, 11 Jun 2012 @ 23:24, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 05 Aug 2007 @ 00:29

ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินนะคะ อ่านบันทึกนี้ของอาจารย์แล้วก็ลงมือคลิกและเขียนข้อความที่ เกือบจะเหมือนกับที่เขียนปีที่แล้ว แต่นึกได้ว่าเอ๊ะ นี่คือสิ่งที่เราคิดและเขียนไปแล้วนี่นา ก็เลยตามลิงค์อาจารย์กลับไปที่เก่า พบสิ่งที่เคยเขียนไว้แล้ว เป็นความคิดเดียวกับที่คิดเมื่ออ่านบันทึกนี้เลยค่ะ ยังคงรู้สึกภูมิใจและยังจำความรู้สึกดีๆสูงสุดที่มีในวันที่รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของในหลวง จนคิดตั้งใจไว้เลยว่าจะไม่เข้าพิธีรับปริญญาไหนๆจากใครอีกแล้ว รู้สึกว่านั่นคือมงคลที่สูงที่สุดในชีวิตแล้วและยังคงยึดมั่นในแนวทางที่พระองค์ท่านพระราชทานให้ในวันนั้นได้มาจนถึงวันนี้ค่ะ

ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งที่นำสิ่งที่มักจะรู้สึกอยากรู้ว่า ท่านผู้ใหญ่ในพิธีท่านมองสิ่งรอบๆตัวอย่างไรมาบอกเล่าให้ฟังค่ะ