เกิดเป็นชุมชนแห่งการแบ่งปันและเรียนรู้ "เมื่อคนหนึ่งรู้ หลายคนรู้"

โดย หมอก้อง



    หลังจากกลับมาจากรพ. ทุ่งหัวช้าง ผมและทีมงานก็มาทบทวนกันอย่างเร่งรีบเพราะมีหลายอย่างที่ผิดคาดไปเยอะ และเมื่อเราสื่อสารไปกับกลุ่มสมาชิก ก็เริ่มมีสมาชิกสนใจและอาสาเป็นโรงพยาบาลทดลองผู้ดูแลระบบอาสาของแต่ละโรงพยาบาล ติดต่อเข้ามา ปัญหาของเราก็คือ เราจะทำอย่างไรดี เพราะ 21 วันเพื่อขึ้นระบบที่รพ. ทุ่งหัวช้าง เป็นจำนวนวันที่เราไม่สามารถดำเนินงานได้หากต้องการให้เมื่อสิ้นสุดโครงการ เพราะเรามีเวลาเหลือเพียง 6-7 เดือน และงบประมาณที่จำกัด เราต้องใช้งบประมาณที่สวก. ให้มาให้คุ้มค่าที่สุด

    ในช่วงเดือนธันวาคม เราได้ไปนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ ประจำปีของชมรมเวชสารสนเทศ หรือ TMI ตอนนั้นก็คิดกันว่า หากเราสามารถแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก และสามารถนำไปทำเองได้ก็จะช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น เราเลยจัด work shop เล็กๆขึ้นเพื่อแนะนำสมาชิกให้รู้จักโปรแกรมและเรียนรู้การติดคั้ง Linux ก่อนวันประชุม ปรากฏว่ามีผู้สนใจมากกว่า 20 ราย บางท่านก็นำเครื่อง นำ Notebook มาติดตั้งกันสดๆเลย นับว่าเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของทีมงาน

ผมได้มีโอกาสบรรยายใน ห้องประชุมถึงตัวโปรแกรม และการติดตั้งที่รพ. ทุ่งหัวช้าง มีผู้สนใจมากพอดูครับ และก็ได้ทั้งความเห็น กำลังใจ และข้อเสนอแนะต่างๆที่เป็นประโยชน์กับเรามาก

ในการประชุมครั้งนั้นก็ได้มีโอกาสพบกับทีมงานของศูนย์จักษุรักษา กองแพทย์หลวง สวนจิตรลดา ได้มาสอบถามและให้ข้อมูลว่า กำลังจะเปิดศูนย์ในวันที่ 5 ธค. ต้องการซอฟต์แวร์ไปใช้งาน ผมได้ฟังแนวคิดของทีมงาน โดยมี นพ. ยุทธนา สุคนทรัพย์ เป็นจักษุแพทย์หลวง ท่านต้องการระบบที่ใช้งานทำประวัติบันทึกข้อมูลการตรวจตา ภาพถ่ายจอประสาทตา และที่สำคัญท่านต้องการเอาข้อมูลนี้ติดไปกับท่านเวลาไปตามเสด็จด้วยเพื่อจะติดตามผลการรักษาคนไข้ เป็นโจทย์ที่น่าสนใจสำหรับทีมงาน ก็มอบหมายให้พงศ์ธรเป็นแม่งาน และำโปรแกรมออกมาใช้งานจนถึงทุกวันนี้ซึ่งจะเห็นว่าเป็นแห่งเดียวที่ยังใช้ Version 1 อยู่
   
    เมื่อเสร็จงาน พวกเราเห็นว่าความต้องการใช้งานโปรแกรมมีมากแล้วเราจะทำอย่างไรทีมงานก็มีเท่านี้ ในที่สุดพวกเราก็ได้ข้อสรุปเป็นสูตร "เข้าตี 5 วัน เดินทาง 2 วัน" หมายถึง ทีมงานประมาณ 5 คนแต่ละคนจะมีหน้าที่ซึ่งประกอบด้วย

1. ผู้จัดการserver and network คนนี้จะมีหน้าที่ ติดตั้ง linux server, database และตรวจสอบระบบเครือข่าย ซึ่งรวมถึงเครื่องคอมฯและเครื่องพิมพ์ในรพ. ที่จะใช้งานโปรแกรมนี้ โดยจะเริ่มงานตั้งแต่วันแรก และเสร็จในวันที่ 2 เครื่องต้องพร้อมให้ทดสอบการใช้งานโดยจะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ดูแลระบบ และต้องสอนให้เขาดูและระบบแทนเราด้วย

2. Data setup คนนี้จะมีหน้าที่เตรียมข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลสถานพยาบาล จุดบริการ ข้อมูลจากระบบเก่าที่จะนำเข้าระบบ Hospital OS ข้อมูลสิทธิผู้ใช้ระบบ ข้อมูลการสั่ง การรักษา ได้แก่ ยา เวชภัณฑ์ โดยต้องทำงานร่วมกับแผนกต่างๆที่เกี่ยวข้องและใช้เวลา 2-3 วันเพื่อเตรียมข้อมูลให้พร้อมกรอกเข้าฐานข้อมูล

3. Work flow trainer เป็นผู้สอนการใช้งานของโปรแกรม โดยทีมนี้มักมี 2 คน  จะ ทำการเล่าขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมให้ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นระดับหัวหน้าหรือตัวแทนแผนกต่างๆทราบ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะรอยต่อของบริการเรามักพบว่าไม่มีใครรับผิดชอบ กิจกรรมนี้จึงเป็น "การทบทวนขั้นตอนการทำงานของโรงพยาบาล" และหลายครั้งเราได้สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการยุบ เลิกขั้นตอนที่มีปัญหา ทั้งไม่มีประสิทธิภาพ หรือ ซ้ำซ้อนให้หมดไป แต่บางครังโชคก็ไม่เข้าข้าง เราก็ต้องนั่งตัวลีบอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของการขัดแย้งและไม่ยอมกัน อันนี้ก็ต้องเห็นใจทีมงานเพราะเราเด็กมากและส่วนใหญ่ก็เพิ่งจบหมาดๆ บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่จะทะเลาะกันไปทำไม เพราะเราต่างก็ตั้งใจทำงานให้กับรพ. แต่ด้วยเพราะ "ตัวกู ของกู" คือยึดอัตตา ตนเองเป็นหลักเรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ บางครั้ง Hospital OS ถูกจับเป็นตัวประกันเช่น ถ้าไม่ยอมแบบนี้ จะไม่ใช้โปรแกรมนี้
แต่ก็นับว่า "ดีกว่าถูกจับไปเรียกค่าไถ่"

    เมื่อตกลง work flow กันแล้ว เราก็เริ่มสอนลงรายละเอียดกันรายแผนก ต้องยอมรับว่าแพทย์ พยาบาล พนักงานในบางโรง มีความตั้งใจสูงมาก หลายคนรู้ว่านี่เป็นของใหม่สำหรับเขา หลายคนจับเม้าส์ไม่เป็นคลิ๊กไม่เป็น แต่ก็มีความเพียรสูง ค่ำมืด ดึกดื่น ก็ยังมาเรียนกัน ทางทีมงานเราก็จัดให้ เพราะส่วนมากพวกเรานอนดึกอยู่แล้ว เมื่อสอนจนได้ทราบการทำงานแล้ว เรามีการทำสถานะการณจำลอง Simmulation ที่มีการสมมุติคนไข้และเข้าสู่จุดบริการต่างๆจนเสร็จสิ้นกระบวนการ สร้างความตื่นเต้น สนุกสนานให้กับ นักเรียน(ศึกษาผู้ใหญ่)ทั้งหลาย เมื่อ simmulation แล้วก็มีการ เตรียมขึ้นระบบ ในช่วงที่สอนไม่ได้ ทีมงานก็จะทำเรื่องการพิมพ์ต่างๆ การจัดหน้า และวางรายละเอียด เช่น OPD card ใบสั่งยา สติ๊กเกอร์ยา เป็นการนำโรงพยาบาลไปสู่ ระบบ Automation คือลดการเขียน และคัดลอกซ้ำๆซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง

    ด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้เราใช้ทีมงานทั้ง 5 คนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง 5 คนต่างแยกกันทำงานในภาระกิจของตน และในวันพฤหัสเราจะเตรียมการขึ้นระบบ 00.01 ของวันศุกร์เป็นวันขึ้นระบบของเรา กระบวนการต่างๆจะถูกทำเกือบทั้งคืน เพื่อให้ระบบพร้อมรับคนไข้ในตอนเช้า และเราจะรอดูผลในวันศุกร์ และสรุปงานให้กับผู้บริหารโรงพยาบาลในบ่ายวันศุกร์นั้น นับว่าเป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจ ทีมงานก็เตรียมพร้อมในการเดินทางไปรพ.ถัดไปในช่วงเสาร์อาทิตย์

ในปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวมีการพัฒนาไปบ้างเพื่อให้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความเมตตาของเจ้าหน้าที่ในรพ. ที่ดูแลทีมงานเหมือน น้อง ลูก หลาน เราได้พักในโรงพยาบาล กินข้าวโรงครััวของรพ. เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับพี่ๆทั้งหลาย ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ดูแลทีมงานเป็นอย่างดี นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่งและต้องขออภัยที่ไม่สามารถไปขอบคุณได้ด้วยตนเอง  

    ช่วงต้นปี 2546 นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เราเดินทางกันมากผมได้มีโอกาสไป
ร่วมไม่กี่แห่ง เช่นที่ รพ. ป่าแดด จังหวัดเชียงราย ได้ไปช่วงหน้าหนาวจำได้ว่าหนาวมากครับตอนกลางคืนปิดประตูหน้าต่างหมดแล้วก็ยังหนาว ได้มีโอกาสพบคุณรัตนา ที่เป็น Admin ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งผมได้มีโอกาสนำเสนอให้กับทีมงานบริหารของโรงพยาบาล และทีม admin ได้พัฒนาการดึงรายงานเพื่อเอาข้อมูลออกมาใช้งานได้เองด้วยเป็นการจุดประกายให้เราทราบถึงความสำคัญของรายงาน หลังจากนั้นผมแทบไม่มีโอกาสไปติดตั้งระบบที่ไหนเลยเพราะงานประจำหนักขึ้นเรื่อยๆ

    เมื่อเดือนมีนาคม เราได้รับสมาชิกใหม่เพิ่มเพราะสมาชิกบางคนต้องโยกย้าย ถ่ายเทไป น้องใหม่ที่รับเข้ามาก็มี โต้ง พี แอ้ม ซึ่งครั้งหน้าผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ เขาเหล่านี้    

    ในปี 2546 โครงการฯนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการฯดีเด่น 1 ใน 15 โครงการวิจัย ประจำปีของสกว. นับว่าเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจครับ สำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ ที่ทำวิจัยแบบ "ไม่รู้" อย่างผมและทีมงาน แต่ความสำเร็จนี้ต้องยกให้เป็นของชุมชนครับที่ทำให้เราได้พบว่า จริงๆแล้วโครงการนี้ทำการพัฒนา 3 เรื่องคือ

    - พัฒนาบุคลากร
    - พัฒนาซอฟต์แวร์
    - พัฒนา ชุมชน

    เกิดเป็นชุมชนแห่งการแบ่งปันและเรียนรู้ "เมื่อคนหนึ่งรู้ หลายคนรู้"    
    

    ผมได้ยิน และรับทราบเรื่องราวดีๆของ "การแบ่งปัน และเรียนรู้" มาโดยตลอด ไม่ว่าจะได้ยินว่า admin รุ่นพี่บางท่าน ขับรถข้ามจังหวัด ข้ามอำเภอ ไปช่วยเหลือโรงพยาบาลน้องใหม่ขึ้นระบบ หรือการให้รพ. เพื่อนๆมาดูงาน

เรื่องราวดีๆ ที่สวยงามมักชโลมจิตใจให้เราสุขใจเมื่อนึกถึง แต่โครงการฯนี้ ไม่ได้มี เรื่องดีๆเท่านั้น เพราะชีวิตจริงมีสองด้านเสมอ เมื่อระยะเวลา 17 เดือนใกล้จบลง แม้ว่าเราจะทำได้มากกว่าที่โครงการฯกำหนดคือเราทำได้ถึง 14 แห่ง จากข้อตกลง 10 แห่ง

คำถามเกิดขึ้นมากมาย

"สกว. จะต่อโครงการไหม"

"มันไม่ใช่ภาระกิจหลักของสกว.นะ เรื่องทำซอฟต์แวร์มาแจกฟรี"

"โครงการซอฟต์แวร์ 5,000 ล้านของกระทรวงฯ จะออกมาแล้ว Hospital OS จะต้อง เลิกใช้ไหม"

"Open Source จริงเหรอ ไม่เห็นประกาศ GPL เลย"

"สงสัยหมดทุนแล้ว ก็ขายหาเงินแน่"
ฯลฯ


<hr width="100%" size="2">ติดตาม Episode VI: Hospital OS ภายใต้ความสับสน