ก่อนอื่นต้องขอบคุณ "หมอก้อง" และทีมงานทุกคนอย่างมากครับ ที่ทำให้ภาระกิจของศูนย์จักษุฯสำเร็จได้ตามเป้าหมายทันเวลา ทีมงานนี้ใจเต็มร้อยครับ ผมจำได้ว่าวันแรกที่นัดกัน ทีมงาน น้องผู้หญิงคนหนึ่งผ่านประตูหน้าเข้ามาไม่ได้ เพราะตามกฎระเบียบไม่อนุญาตให้ผู้หญิงนุ่งกางเกง(ต้องสวมกระโปรง)เข้ามาในสวนจิตรฯซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน เธอก็เลยไปซื้อกระโปรง ( รู้สึกจะหลงทางด้วย) แล้วเข้ามาใหม่ (ไม่รู้เบิกค่ากระโปรงจากกองทุนฯได้หรือเปล่า) จนผ่านมาสี่ห้าปีก็ยังช่วยเหลือแก้ปัญหาให้อย่างดี โดยเฉพาะพงศ์ธรที่ผมทำให้เขาปวดหัวบ่อยๆ

ตอนนั้นน้องๆมาช่วยกันรุมทำงานกันอยู่หลายวัน ตั้งแต่เช้ายันดึก จนได้ระบบ HIS ภาษาไทยที่ใช้งานได้อย่างครบถ้วน เกินกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ (เพราะที่นี่เป็นคลีนิกตรวจพิเศษ มีห้องตรวจ 4 ห้อง ห้องผ่าตัด 2 ห้อง ไม่มีผู้ป่วยใน จึงใช้คอมพิวเตอร์เพียง 11 จุด) ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็น"ผู้ใช้"คนที่สองถัดจาก รพ.ทุ่งหัวช้าง และต้องเรียกว่าเกือบห้าปีที่ผานมา Hospital OS เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การทำงานตรวจรักษาผู้ป่วยโรคตาของศูนย์จักษุฯราบรื่นตามวัตถุประสงค์ เป็นเครื่องมือเชื่อมการทำงานของเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล และเครื่องมือตรวจตาเข้าด้วยกัน ทำให้การรักษาคนไข้คนหนึ่งๆที่มีประสิทธิภาพมาก (จนแพทย์เหนื่อย! เพราะ Flow ของคนไข้คล่องจนรับคนไข้เข้ามาตรวจมาก)

ย้อนไปเมื่อปลายปี 2545 ภาระกิจนี้เกือบไม่สำเร็จ เพราะพยายามเสาะหาทั้งของนอกของไทย ก็ยังไม่สามารถหาโปรแกรมที่เหมาะสมได้ แต่แล้วฟ้าก็ปราณี เมื่อผมบังเอิญสดุดตากับหัวข้อที่หมอก้องเกียรติจะขึ้นไปพูดในงานสัมมนาเรื่องอะไรก็จำไม่ได้แล้วในโบรชัวของงานนั้นที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (เป็นจุดนัดพบที่พอเหมาะพอดีมากสำหรับศุนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา) แต่ก็เกิดเหตุขลุกขลักที่ทำให้ผมไปที่งานไม่ทันจนได้ หมอก็กลับไปแล้ว ปฏิบัติการสืบหาว่าใครคือ นพ.ก้องเกียรติจึงได้เริ่มขึ้น จนกระทั่งได้มาร่วมกันสร้างระบบบันทึกข้อมูลการตรวจเฉพาะโรคตาที่เป็นภาษาไทยขึ้น (ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรก แต่ถ้ามีใครเคยทำไว้แล้วก็ต้องขออภัยครับ) แล้วก็เป็นกัลยาณมิตรกันมาจนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันสร้างผลงานที่มีประโยชน์กับประเทศชาติแบบนี้ขึ้นมาครับ