อันนี้ของคุณ ระพีพงศ์ สุพรรณไชยมาศ แห่ง budpage

An Inconvenient Truth : ​เมื่อมนุษย์​ต้อง​ตอบแทนบุญคุณโลก​


โดย​ ระพีพงศ์​ ​สุพรรณไชยมาตย์​           bm87e (40K)
            4,600 ​ล้านปีก่อน​ ​โลกกำ​เนิดขึ้นมาพร้อมๆ​กับ​การระ​เบิดครั้ง​ใหญ่​หรือ​ big bang ​ใช้​เวลา​เย็นตัวลงนับพันล้านปี​ ​กระทั่ง​ 3,600 ​ล้านปีก่อน​ ​จึง​เริ่มมีสิ่งมีชีวิตกำ​เนิดขึ้นมา​
            ​แรกเริ่มเดิมที​เป็น​ความ​บังเอิญที่มหัศจรรย์ที่สุดทางชีวภาพ​ ​ซึ่ง​สารประกอบทางเคมี​ทั้ง​หลายผสมผสาน​กัน​อย่างลงตัว​ ​จนเกิด​เป็น​สายโปรตีน​ซึ่ง​มี​ความ​สามารถ​ของสิ่งมีชีวิต​และ​เพิ่มจำ​นวน​ได้​ซึ่ง​เรียก​กัน​ว่า​ "น้ำ​ซุปแห่งชีวิต" ​หรือ​ "primordial soup" ​อย่างที่​ไม่​มีดาวเคราะห์ดวง​ใด​ใน​จักรวาล​จะ​มี​ได้​
            ​อาศัยเวลา​แห่งวิวัฒนาการมา​เป็น​พันๆ​ล้านปี​ ​จาก​สายโปรตีนธรรมดา​ใน​ ​น้ำ​ซุปแห่งชีวิต​ ​กลาย​เป็น​โครงสร้างที่สลับซับซ้อนมากขึ้นก่อเกิด​เป็น​เซลล์​ ​จาก​หนึ่งเซลล์​ ​จาก​สองเซลล์​ ​เป็น​เนื้อเยื่อ​ ​เป็น​อวัยวะ​ ​ก่อเกิดโครงสร้างรวม​กัน​เป็น​พืช​และ​สัตว์​ ​จาก​ที่มี​โครงสร้างง่ายๆ​ ​จนมี​ความ​ซับซ้อนมากขึ้น​ ​กระทั่งสร้างสิ่งมีชีวิตที่ทรงอานุภาพที่สุดเรียกว่า​ "มนุษย์​" ​ซึ่ง​ต่อมากลาย​เป็น​ผู้​กล้าหาญท้าทายธรรมชาติที่​ให้​กำ​เนิดตนขึ้นมา​
            ​แม้​จะ​เคย​ได้​ยิน​กัน​มานาน​ ​ตามวารสารสิ่งพิมพ์​ ​ตามสารคดีทางโทรทัศน์​ ​แต่น้อยครั้งนักที่ประ​เด็นเกี่ยว​กับ​ธรรมชาติ​จะ​ปรากฏ​ใน​ภาพยนตร์​และ​น่าประหลาดใจยิ่ง​ ​ที่ภาพยนตร์ดังว่า​ได้​รับเสียงชื่นมมากมาย​และ​ขึ้นชื่อเรื่องการตรึงตราตรึงใจ​ผู้​ชมมานักต่อนัก​
            An Inconvenient Truth ​ทำ​สิ่ง​นั้น​ได้​และ​ทำ​มา​แล้ว​ทั่ว​โลก​ (มี​เพียงที่สหรัฐอเมริกา​เท่า​นั้น​ที่กระ​แสหนังเรื่องนี้​ไม่​ค่อย​จะ​แรงนัก) ​หนัง​ได้​สร้าง​ความ​ตื่นตัวเกี่ยว​กับ​การดู​แลธรรมชาติ​ใน​ระดับที่น่ายกย่อง​ ​แม้​ไม่​ปรากฏผลเชิงรูปธรรม​ ​แต่ด้านอารมณ์​ความ​รู้สึกเรียกว่าทำ​ได้​ถึง​ใจ​
            "The most terrifying movie you will ever see" ​เป็น​ข้อ​ความ​โปรยของ​ trailer ​หนังเรื่องนี้​ ​ถ้า​ไม่​รู้​เรื่องมาก่อนย่อมมั่นใจว่า​เป็น​หนังผี​แบบขนพองสยองเกล้าวิ่งหลอกคนไป​ทั้ง​เรื่อง​ ​แต่กลับกลาย​เป็น​ว่า​เป็น​หนังกึ่งสารคดีธรรมชาติ​ฉบับ​ที่​ไม่​เห็นผี​โผล่มา​เยี่ยม​ผู้​ชมสักตัว​
            ​คำ​โปรยดังกล่าว​เป็น​จริงอย่าง​ถึง​ที่สุด​ ​เพราะ​ถ้า​เป็น​หนังผี​ ​เราย่อมคิด​ได้​ว่า​ ​ผีมีจริงรึ​เปล่า​ไม่​รู้​ ​หรือ​ถ้า​มีพระ​เครื่อง​หรือ​ไม้กางเขนน่า​จะ​ปราบมัน​ได้​ไม่​ยาก​ ​แต่สิ่งที่ปรากฏ​ใน​หนัง​นั้น​น่ากลัวกว่ามาก​ ​เพราะ​เรื่องราวดังกล่าวมี​อยู่​จริง​ ​เกิดขึ้น​แล้ว​ ​และ​ไม่​สามารถ​เอาชนะ​ได้​ด้วย​อิทธิปาฏิหาริย์​ ​ถ้า​เรา​ไม่​เริ่มคิด​จะ​ทำ​อะ​ไร​
            ​รับรองว่า​ "ตายสถานเดียว" ​ย้ำ​ว่า​ "ตายสถานเดียว​และ​ตายจริงๆ​ด้วย​!!!" (แถมเครื่องหมายตกใจอีกสามตัว) ​ตายอย่างไร​ ​เรามาดู​กัน​ครับ​
            An Inconvenient Truth ​เปิดเรื่อง​ด้วย​การกล่าวเปิดตัวของอดีต​ผู้​สมัครประธานาธิบดี​ Al Gore ​ใน​การแสดงปาฐกถา​แบบที่​เรียกว่า​ Slide Show ​ซึ่ง​เหมือนการผสมระหว่างการแสดงปาฐก​กับ​การพูดประ​เภท​ talk show ​เน้นสาระบวก​ความ​สนุกสนาน​
            "ผม​ Al Gore ​ผมเคย​เป็น​อดีตว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา​" ​คำ​กล่าวทักทายของอัล​ ​กอร์​ ​เล่นเอา​เรียกเสียงฮา​ได้​ตั้งแต่​เริ่ม​
            ​อัล​ ​กอร์​ ​เริ่มปาฐกของ​เขา​ด้วย​การเปิดเผย​ความ​จริงบางอย่าง​ให้​โลก​ได้​รู้​ ​ตั้งแต่การแสดงภาพถ่ายของโลก​เป็น​ภาพแรกเมื่อมนุษย์อวกาศถือกำ​เนิดขึ้น​ ​ที่​เรียกว่าภาพ​ "Rising Earth" ​แสดง​ให้​เห็น​ความ​สวยงามของโลกอย่างที่​ไม่​มีดาวเคราะห์ดวง​ใด​จะ​มี​ได้​ ​กับ​ภาพถ่ายของโลก​ใน​ปัจจุบัน​ซึ่ง​เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็น​ได้​ชัด​ bm87b (43K)
            ​ภู​เขา​คิลิมันจา​โรของแอฟริกา​ ​ครั้งหนึ่งถูกปกคลุม​ด้วย​หิมะ​ ​ภาพถ่าย​ใน​ปัจจุบันแทบ​ไม่​ต่าง​จาก​ภู​เขา​หัวโล้น​ใน​บ้านเรา​ ​สิ่งที่​เกิดขึ้นรวมไป​ถึง​เทือก​เขา​หิมาลัย​ ​เทือกเขา​สูง​ใน​สวิสเซอร์​แลนด์​ ​ทะ​เลสาบขนาดยักษ์​ใน​ประ​เทศต่างๆ​ ​ซึ่ง​แห้งขอดลง​ใน​เวลา​เพียงสิบยี่สิบปี​ ​แห้งสนิทราว​กับ​เวลามันผ่านมา​แล้ว​เป็น​พันปี​
            ​อัล​ ​กอร์​ ​ค่อยๆ​เผยสิ่งที่​เขา​ค้น​คว้ามาทีละ​เล็ก​ทีละน้อย​ ​ด้วย​ท่าทีมั่นใจ​ใน​ข้อมูลของตน​ ​ซึ่ง​เขา​ทำ​ได้​อย่างยอดเยี่ยม​ใน​การอธิบายเรื่องวิทยาศาสตร์ธรรมชาติยากๆ​ ​มา​เป็น​ภาพที่​เข้า​ใจง่าย​ ​รวม​ถึง​การ​ใช้​อนิ​เมชั่น​ ​หรือ​การ์ตูน​ ​มาประกอบ​ความ​เข้า​ใจ​
            ​ตั้งแต่​เรื่องภาวะ​โลกร้อน​ ​หรือ​ "Global Warming" ​ซึ่ง​แค่ประ​เด็นเดียว​สามารถ​เชื่อมโยงไป​ถึง​ผลกระทบทางนิ​เวศ์วิทยาอีกคณานับ​ ​ตั้งแต่การลดลงของธารน้ำ​แข็งที่ขั้วโลกเหนือ​และ​ขั้วโลก​ใต้​อย่างน่าตกใจ​ ​ภาวะ​โลกร้อน​ซึ่ง​กำลังคร่าชีวิตคน​เป็น​แสนๆ​คนต่อปี​ ​ความ​เกี่ยวพัน​กับ​พายุ​เฮอริ​เคนที่ทวี​ความ​รุนแรงมากขึ้น​หรือ​กระทั่งคลื่นยักษ์สึนามิ​ ​การสูญพันธ์ของสัตว์นานาชนิด​ใน​ช่วง​ไม่​ถึง​สิบปี​ซึ่ง​ใช้​เวลานับล้านปีกว่า​จะ​สูญพันธ์​ได้​ ​การก่อกำ​เนิดของโรค​ใหม่ๆ​ ​เช่น​ ​ซาร์ส​ ​หรือ​ไข้หวัดนก​ ​ไวรัสอิ​โบล่า​ ​รวม​ถึง​โรคที่​เคยหมดไป​แล้ว​จะ​กลับมา​แพร่ระบาดอีก​ ​เช่น​ ​ฝีดาษ​ ​กาฬโรค​
            ​ประ​เด็นดังกล่าวถูกขยาย​ความ​ต่ออีกว่าน่า​เชื่อถือเพียงไร​ ​และ​จริง​หรือ​ไม่​ที่นักวิทยาศาสตร์มี​ความ​เห็นขัดแย้ง​กัน​ ​ซึ่ง​ ​กอร์​ ​เถียงหัวชนฝาว่าข้อมูลดังกล่าว​เป็น​จริง​ ​และ​จาก​การ​ Review Literature(คือการรวบรวมงานจำ​นวนวิจัย​ทั้ง​หมดที่​เกี่ยวข้อง​และ​ศึกษา​ให้​ได้​ผลสรุปของงานวิจัย​ทั้ง​หมด​นั้น)​ ​ของวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำ​ ​พบว่านักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ​ทุกคนเห็นพ้อง​กับ​เรื่องนี้​ทั้ง​สิ้นชนิดที่งานวิจัยที่​โต้​แย้ง​ไม่​ปรากฏสักงานเดียว​
            ​จาก​ข้อมูลดังกล่าว​ ​น่า​จะ​เกิดคำ​ถามขึ้น​ใน​ใจ​ผู้​ชมว่า​เรา​สามารถ​หยุด​และ​แก้​ไขกลไกวินาศเหล่านี้​ได้​อย่างไร​ ​ทำ​อย่างไรเรา​จึง​จะ​ป้อง​กัน​ไม่​ให้​น้ำ​แข็งที่ขั้วโลก​ใต้​ละลายหมดไปก่อนปี​ ​ค​.​ศ​. 2050 ​ทำ​อย่างไร​จะ​ไม่​ให้​เกิดน้ำ​ท่วม​ใน​หลายประ​เทศขึ้นมา​ใน​อีกสัก​ 40-50 ​ปีข้างหน้า​ ​ทำ​อย่างไร​จะ​ยุติการสูญพันธุ์ของสัตว์นับล้านสปีซีส์​ (หลัง​จาก​สูญพันธุ์​ไป​แล้ว​นับล้าน)
            ​อัล​ ​กอร์​ยัง​ได้​ตั้งคำ​ถามอีกว่า​ ​จริง​หรือ​ที่หากเราหันมาทำ​งานเชิงอนุรักษ์​แล้ว​ชีวิตเรา​จะ​ล้าสมัยลง​ ​ดุลการค้า​จะ​เสียไป​ ​คน​จะ​ยากจนลง​ ​ซึ่ง​คำ​ตอบคือ​ ​"​ไม่​" ​หากเราจริงจัง​กับ​เรื่องสภาพแวดล้อม​ ​และ​ใช้​เทคโนโลยีที่​เหมาะสม​ ​ผลผลิต​จะ​มากขึ้น​ ​กำ​ไร​จะ​มากขึ้น​ ​คนจน​จะ​ลดลง​ ​เสมือนหนึ่งเรา​ได้​รับรางวัลตอบแทน​จาก​ธรรมชาติที่​เราดู​แล​
            ​การนำ​เสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจ​ ​มีการประชดประชันรัฐบาลสหรัฐ​อยู่​นิดๆ​เกี่ยว​กับ​นโยบายเรื่องการดู​แลสภาพแวดล้อม​ ​แต่ข้อมูลที่อัดแน่น​และ​สมเหตุสมผลตามหลักวิทยาศาสตร์​ ​ทำ​ให้​หนังเรื่องนี้กลาย​เป็น​ประ​เด็นถกเถียง​กัน​มาก​ ​แม้​จะ​มี​ผู้​วิพากษ์วิจารณ์บ้างว่า​ ​อัล​ ​กอร์หวังผลเชิงการเมือง​ ​แต่ก็ปฏิ​เสธ​ไม่​ได้​ถึง​ความ​ตั้งใจจริงของ​เขา​ ​เพราะ​หลัง​จาก​อกหัก​จาก​กการชิงตำ​แหน่ง​แล้ว​ ​อัล​ ​กอร์​ ​เดินสายออกงาน​ slide show ​ไปประ​เทศต่างๆ​ ​ด้วย​ทีมงานเพียงหยิบมือ​และ​หาข้อมูลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง​
            "This is not a political issue, it is a moral issue." ​อัล​ ​กอร์​ ​กล่าวย้ำ​
            ​ช่วงท้ายของรายการ​ ​กอร์​ ​กระตุ้น​ให้​ทุกคนเห็น​ความ​สำ​คัญของการดู​แลธรรมชาติ​ ​และ​ตอบแทนพระคุณของโลก​ ​กอร์​ ​บอก​กับ​ผู้​ชมว่า​เขา​ต้อง​เสียพี่สาวไป​เพราะ​โรคมะ​เร็งปอด​ ​ด้วย​เหตุที่บ้าน​เขา​ปลูกยาสูบมาตั้งแต่บรรพบุรุษ​ ​ตั้งแต่​นั้น​มาคุณพ่อของ​เขา​เลิกอาชีพนี้​โดย​เด็ดขาด​เพราะ​ความ​เศร้า​เสียใจ​ ​เช่นเดียว​กัน​ ​หากเรากำ​ลัง​จะ​สูญเสียคนที่รัก​ ​เหตุผลเดิมๆ​ของพฤติกรรมที่​จะ​ทำ​ร้ายคนที่​เรารักย่อมหมด​ความ​จำ​เป็น​ขึ้นมาทัน​ใด​ ​และ​ตอนนี้มนุษย์กำ​ลัง​จะ​สูญเสียโลกใบนี้​อยู่​เช่น​กัน​
            ​หนังแสดง​เป็น​ตัวเลข​ให้​เรา​เห็นว่า​ ​แค่​เพียงเราลดการ​ใช้​รถยนต์ลง​เท่า​ที่จำ​เป็น​ ​เปิดแอร์​ให้​เย็นอย่างพอเหมาะ​ ​ปิดไฟทุกครั้งที่​ไม่​ใช้​ ​ล้วน​ช่วย​โลก​ได้​อย่างมาก​ (ย้ำ​ว่า​ "อย่างมาก​"​ไม่​ใช่​คำ​พูดที่ว่า​ ​"​ช่วย​ได้​ไม่​มากก็น้อย") ​และ​ยัง​ไม่​สายเกินไปที่​จะ​มาดู​แลโลก​ ​ด้วย​ว่า​โลกกำ​ลังส่งสัญญาณเตือนเรา​อยู่​ทุกวัน
            ​ผมประทับใจ​กับ​บรรยากาศ​ใน​โรงหนัง​ซึ่ง​ไม่​มี​ใครลุกออก​จาก​โรงหลัง​จาก​หนังจบ​ ​ไม่​ใช่​เพราะ​มีภาพสวยๆ​ตามา​ ​หรือ​ดู​เบื้องหลังการถ่ายทำ​ ​แต่​ด้วย​เหตุที่ว่าทุกคนกำ​ลังดูกลวิธี​ช่วย​โลก​เล็กๆ​น้อยๆ​ที่หนังรวบรวมมา​ ​ตั้งแต่วิธียากๆ​ ​เช่น​ ​เลือก​ผู้​แทนที่สัญญาว่า​จะ​รักษาสภาพแวดล้อม​(ที่ว่ายาก​เพราะ​หา​ผู้​แทนแบบนี้​ไม่​ค่อย​ได้​ใน​บ้านเรา) ​ช่วย​กัน​ปลูกต้นไม้คนละต้น​(รวมคนบนโลก​ 6,500 ​ล้านคน​ = 6,500 ​ล้านต้น) ​หรือ​ ​ง่ายที่สุดคือสวดวิงวอน​ให้​มนุษย์กล้าที่​จะ​เปลี่ยนแปลงตนเอง​! bm87d (13K)
            ​ผมเชียร์หนังเรื่องนี้​ด้วย​ใจจริง​และ​อยาก​ให้​ทุกคน​โดย​เฉพาะ​เด็กๆ​ได้​ดู​ ​ด้วย​มุ่งหวังว่า​จะ​จุดไฟรักโลกขึ้นมา​ใน​ใจเด็กไทยบ้าง​
            ​มีการเปรียบเทียบที่น่าสนใจมากครับ​ ​นั่นคือโลกเกิดมา​เมื่อ​ 4,600 ​ล้านปีก่อน​และ​มนุษย์​เกิดมา​ได้​ไม่​ถึง​ 200,000 ​ปี​ ​ถ้า​เอาวันกำ​เนิดโลกเทียบ​เท่า​กับ​วันที่​ 1 ​มกราคม​ 0.00 ​น​. ​ช่วงเวลาที่มนุษย์​เกิดขึ้นคือประมาณวันที่​ 31 ​ธันวาคม​ 23.59 ​น​. ​ยิ่งนับเวลาที่มนุษย์พัฒนา​เทคโนโลยีขึ้นมา​แทบ​จะ​เทียบ​ได้​กับ​เสี้ยววินาทีของปี​ ​แต่​ความ​สามารถ​ของมนุษย์สามารถ​ใช้​เวลา​เพียงเสี้ยววินาทีนี้ทำ​ลายสิ่งที่​โลกสร้างมานานนับปี​ได้​อย่างมาก​และ​รุนแรง​ถึง​ขั้น​จะ​ทำ​ลายโลกใบนี้​ได้​ที​เดียว
            ​มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง​ได้​คำ​หนึ่ง​ถึง​คุณค่าของสรรพสิ่งมีชีวิต​ทั้ง​มวลที่​อยู่​ร่วม​กัน​บนโลกใบนี้​และ​ตั้งทฤษฎี​ "กายา​" ​หรือ​ "GAIA Theory" ​ตามชื่อเทพปกรณัมของกรีก​ ​ดฃเทพกายา​ ​ซึ่ง​เป็น​ Goddess of Earth ​มเหสีของเทพยู​เรนัส​ ​ซึ่ง​เสนอว่า​ ​สิ่งมีชีวิต​ทั้ง​มวลบนโลก​เป็น​เสมือนอภิมหาสิ่งมีชีวิต​ (Living Superorganism) ​นั่นคือเรา​ ​พืช​ ​สัตว์​ ​แผ่นดิน​ ​ผืนน้ำ​ ​ทัองฟ้า​ ​ก้อนกรวด​ ​ใบหญ้า​ ​รวม​กัน​เป็น​หน่วยชีวิตหน่วยหนึ่ง​ซึ่ง​เรียกว่า​ "​โลก"
            ​เรา​จึง​เหมือน​เป็น​เซลล์หนึ่งๆ​ของโลกก็​ได้​ ​ว่า​กัน​ว่า​โลกประกอบ​ด้วย​ส่วน​ที่​เป็น​น้ำ​กว่า​ 70% ​ใน​สัด​ส่วน​เดียว​กับ​ปริมาณน้ำ​รวม​ใน​ร่างกายมนุษย์​ ​และ​ใน​สัด​ส่วน​เดียว​กับ​น้ำ​ใน​เซลล์หนึ่งเซลล์ของมนุษย์​ ​มนุษย์​และ​โลก​จึง​แยก​จาก​กัน​ไม่​ได้​ ​เช่นเดียว​กับ​ที่มนุษย์​แยก​จาก​สัตว์​อื่น​ไม่​ได้​ ​ตัดขาด​จาก​กรวดหิน​ ​ดิน​ ​ทราย​ ​ไม่​ได้​ ​และ​ตัดขาด​จาก​มนุษย์​กัน​เอง​ไม่​ได้​
            ​การทำ​งานของโลก​จึง​ไม่​ต่างอะ​ไร​กับ​การทำ​งานของร่างกายมนุษย์​ ​ตั้งแต่สูดออกซิ​เจน​ ​คายคาร์บอนไดออกไซด์​ ​สะสมแร่ธาตุ​ ​และ​ปรับสมดุลระหว่างหน่วยสิ่งมีชีวิต​
            ​ร่างกายมนุษย์​เป็น​ตัวอย่างของการทำ​งานของโลกที่ชัดเจนที่สุด​ ​หากมีสิ่งแปลกปลอม​เข้า​มา​ ​ตัวเรา​จะ​ร้อนขึ้น​โดย​หวังเอา​ความ​ร้อนมาทำ​ลายเชื้อโรค​ ​หากเชื้อโรคเกาะกินลำ​ไส้​ ​ร่างกาย​ต้อง​ปรับสมดุล​โดย​การถ่ายท้องเสียขับไล่​เชื้อโรคออกมา​ ​หากเชื้อโรคกำ​ลังทำ​ลายหลอดลม​และ​ปอด​ ​ร่างกาย​ต้อง​ไอจาม​และ​เป็น​หวัดเพื่อขับไล่​เชื้อโรค​
            ​ถ้า​เฮอริ​เคนแคทรินา​และ​ริตา​เสมือนการ​เป็น​หวัดครั้ง​ใหญ่​ของโลก​ ​สึนามิคือการท้องเสียครั้ง​ใหญ่​ของโลก​ ​แผ่นดินไหวคืออาการแสดงว่า​โรคกำ​ลังหนาวสั่น​ ​สิ่งเหล่านี้​เป็น​สัญญาณเตือนว่า​แม่ของเรากำ​ลังป่วย​ ​และ​ไม่​นานเรา​เองก็​จะ​ป่วยตามไป​ด้วย​
            ​พูดอย่างตรงไปตรงมา​ ​มนุษย์กำ​ลังทำ​ตนตัดขาด​จาก​โลก​ ​เสมือนหนึ่งเซลล์มะ​เร็งที่ทำ​ตนตัดขาด​จาก​เซลล์​อื่นๆ​ใน​รางกาย​ ​นึกอยากโตก็​โตเบียดเบียน​ผู้​อื่น​ ​หนำ​ซ้ำ​ยัง​ทำ​ลาย​ ​เกาะกินเซลล์ข้างเคียง​และ​ส่งผลไป​ทั่ว​ร่างกายเหมือนที่​เรากำ​ลังเกาะกินโลก​ ​เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม​ ​และ​เบียดเบียน​กัน​เอง​
            ​การ​จะ​แก้​ไขสิ่งปัญหาต่างๆ​บนโลก​จึง​ต้อง​เริ่ม​จาก​ตนเองก่อน​ ​และ​ต้อง​มีกำ​ลังใจที่​เข้มแข็ง​ ​เชื่อมั่นว่า​ ​"​ความ​ดี​เล็กๆ​น้อยๆ​ก็​เปลี่ยนแปลงโลก​ได้​"
            ​ร่างกายเราหากเซลล์​ใด​เซลล์หนึ่งผิดปกติ​ ​มัน​จะ​ส่งสัญญาณไป​ทั่ว​ร่างกาย​ ​ให้​ทุกเซลล์​ได้​รับรู้​ ​ตื่นตัว​และ​มา​ช่วย​แก้​ไข​ ​เซลล์นับพันล้าน​จะ​เข้า​มา​ช่วย​เหลือ​ด้วย​วิธีต่างๆ​นานา​ ​ส่งข่าวบอกเซลล์​อื่น​ ​ส่งสารมาทำ​ลายเชื้อโรค​ให้​ ​สร้างระบบป้อง​กัน​ภัยตนเอง​
            ​เช่นเดียว​กัน​ ​หากเรา​เชื่อว่ามนุษย์​กับ​โลกสัมพันธ์​กัน​และ​เรา​เป็น​ส่วน​หนึ่งของโลก​ ​สัญญาณดีๆ​ที่​เรา​แสดงแก่​โลกย่อมส่งผล​ถึง​คน​อื่นๆ​และ​ส่งผลดีต่อโลก​ได้​แน่นอน​
            ​ไม่​มี​ใครคิดว่า​เหตุการณ์การกีด​กัน​เชื้อชาติ​เล็กๆ​บนรถเมล์สายหนึ่ง​จะ​นำ​มา​ซึ่ง​การเรียกร้อง​ถึง​สิทธิทางเพศของคนผิวดำ​ใน​อเมริกา​โดย​ ​มาร์ติน​ ​ลู​เธอร์​ ​คิง​
            ​ไม่​มี​ใครคาดคิดว่า​เหตุการณ์กดขี่​เชื้อชาติบนรถไฟ​ ​จะ​นำ​มา​ซึ่ง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​จนเกิดมหาบุรุษของโลกอย่างมหาตมะ​ ​คานธี​ ​ซึ่ง​นำ​หลักอหิงสา​แผ่ซ่านไป​ทั่ว​โลก​
            ​ไม่​มี​ใครคิดฝันว่าการพบ​กับ​ผู้​คน​ซึ่ง​ทุกข์ยากเพียงครั้งหนึ่ง​จะ​นำ​ปลุกหัวใจแห่ง​ความ​ดีของเจ้าชายคนหนึ่ง​ ​จนกลายมา​เป็น​มหาบุรุษ​ผู้​นำ​พุทธศาสนามา​เป็น​ประทีปส่องทางของโลก​
            ​ผม​จึง​หวัง​ไว้​ว่า​เราสุดท้าย​จะ​มีกำ​ลังใจที่​เข้มแข็งเช่น​นั้น​ ​และ​ช่วย​เหลือโลกอย่างเต็ม​ความ​สามารถ​ ​ขอเพียงมั่นใจว่า​ความ​ดีส่งต่อ​ถึง​กัน​ได้​ ​ความ​ดี​เพียง​เล็ก​น้อยกลาย​เป็น​เรื่องที่ยิ่ง​ใหญ่​ได้​ ​เมื่อ​นั้น​ความ​ดี​เล็กๆ​นี้​เอง​จะ​สามารถ​เปลี่ยนแปลงโลก​ได้​แน่นอน​

 

http://www.budpage.com/bm87.shtml