ธรรมปฏิบัติเรื่องต้องน้อมเข้ามาสู่ใจ

.....อดีตก็เป็นธรรมเมา อนาคตก็เป็นธรรมเมา.....

    วัน เวลา ที่ผ่านมา คนเรา ยิ่งทำไรมากๆ มักทำให้ประมาท เลินเล่อ เผลอ ขาดสติ ทั้งที่ ระมัดระวังบ้างแล้ว ก็ตาม แต่ก็ยัง ไม่สามารถ หยุด กาย วาจา ใจได้
     ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2550 เป็นวันสำคัญมากทางพระพุทธศาสนา คือเป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา  ชาวพุทธบางท่านอาจมีเป้าหมาย ปรับ กาย วาจา ใจ ตลอดเทศกาลเข้าพรรษา ผู้เขียนขออนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ
     เนื่องจากเป็นวันสำคัญเช่นนี้ ผู้เขียน ได้คัดคำสอนขององค์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ มาให้ลองฝึก กาย วาจา ใจกันค่ะ

     "รักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ พิจารณาใจให้รู้แจ้งเป็นจุด แล้วค่อยขยายออกไป กำหนดทุกข์ เอาจนรู้ รู้เหตุ รู้ผล รู้เท่าเหตุ เหตุดับ ปัจจัยทั้งหลายก็ดับ อวิชชาความมืดก็ดับ

     ให้รักษาพระไตรสรณคมน์ให้แน่นหนา รักษาพระไตรสรณคมน์ให้ตลอดชีวิต รักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ อย่าลืมตัว เอาใจนี้แหละเป็นผู้รู้ ให้พิจารณากาย ใจนี้ ให้รู้แจ้ง ใจเป็นตัวเหตุ เอาใจนี่แหละเป็นผู้เห็น เอาใจนี่แหละเป็นผู้ละ เป็นผู้วาง เอาใจนี่แหละเป็นผู้ถอน ถอนทุกสิ่งทุกอย่าง ถอนกิเลส ถอนอยู่ที่ใจนี่แหละ ละอยู่ที่ใจนี่แหละ

     เอาศีลนี่แหละ นำออกให้หมด อดีต อนาคตของตนต้องละให้หมด อดีต อนาคตมันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตัดอดีต  อนาคต แล้วจิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้อยู่ในปัจจุบัน ละอยู่ในปัจจุบัน วางอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็น พุทโธ จึงเป็นธัมโม น้อมเข้ามาหาใจนี้

     กำหนดอยู่ทุกแห่งทุกหน กำหนดไว้ให้รู้ใจของตน อุปาทานทั้ง 5 อนิจจังทั้ง 5 ทุกขังทั้ง 5 อนัตตาทั้ง 5 ก็เกิดมาจากใจนี้แหละ วางเสียให้หมด

     นิจจัง ตั้งอยู่ คงที่ เที่ยงอยู่ อนัตตาทั้ง 5 วางหมดแล้ว อัตตาตั้งอยู่ ภายในรู้แจ้งอยู่ ตจปัญจกรรมฐาน 5 กายคตากรรมฐาน

     มีเวลาโอกาสนั่งทำความสงบ กำหนดทุกข์เอาจนรู้ รู้เหตุ รู้ผล รู้เหตุว่า นี้นำทุกข์มาให้เสมอ พิจารณาใจให้รู้แจ้งเป็นจุด แล้วค่อยขยายออกไป กำหนดทุกข์ เอาจนรู้ รู้เหตุ รู้ผล รู้เท่าทันเหตุ เหตุดับ ปัจจัยทั้งหลายก็ดับ อวิชชาความมืดก็ดับ

     ต้องมั่นรักษาใจนี่แหละ ศีลก็บัญญัติลงที่ใจนี่แหละ สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี บัญญัติลงในใจ ในกายนี้แหละ สองอย่างเท่านี้ รู้ทางกายก็วางได้หมด รู้ทางกายมันก็รวมเข้ามาในใจนี่ คิดดี คิดชั่ว ก็ใจนี่แหละ ปฏิบัติ กาย วาจา ใจ ให้รู้แจ้งเห็นจริง ให้เกิดขึ้นในดวงจิต

     เจตนาเป็นตัวกรรมบุญ เจตนาเป็นตัวกรรมบาป น้อมเข้ามาหาที่ฐานมัน ตั้งอยู่ที่ฐาน อาศัยความเพียร ทำให้มาก ทำใจให้บริสุทธิ์ อันใดมันขัดข้องในใจนี้ จาโค ปฏินิสฺสคฺโค สละคืนเสีย

     การบำเพ็ญต้องปฏิบัติเรื่อย เวลามีโอกาสก็ต้องทำ ตั้งสัจจะจริงกาย จริงวาจา จริงใจ ขันติบารมี อดทั้งกาย อดทั้งวาจา อดทั้งใจ ตีติกขะ อดกลั้นทนทาน เป็นบารมีอย่างเอก ส่วนบารมีก่อสร้างนั่น มาแต่อดีตชาตินับเอนกอนันต์

     ตา หู จมูก ลิ้น กาย สมบูรณ์ บริบูรณ์เป็นบุรุษสตรีสมบูรณ์แล้ว อันใดก็เป็นบารมีมาส่งให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตามนั้น

     อตีตาธรรมเมา อนาคตาธรรมเมา อดีตก็เป็นธรรมเมา อนาคตก็เป็นธรรมเมา จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้อยู่ในปัจจุบัน ละอยู่ในปัจจุบัน นี้จึงเป็นพุทโธ จึงเป็นธัมโม ปัจจุบันก็พอแล้ว อดีตไม่ต้องคำนึงถึง

     ความเกิด แก่ เจ็บ จาย วัน คืน เดือน ปี สิ้นไปหมดไป อายุของเราก็สิ้นไป หมดไป หมั่นบำเพ็ญจิต บำเพ็ญทาน รักษาศีล ภาวนา ใช้ นะ กับ โม ของเราเรื่อยๆไป

     มองดูท้องฟ้า เห็นดวงดาวเต็มไปหมด การเกิด การตาย ไม่รู้ว่าอีกเท่าไร เกิดแล้วตาย เกิดแล้วตาย"

สาธุ ในอุบายพระธรรมขององค์หลวงปู่เจ้าค่ะ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรงเรียนวิถีพุทธ สพท.พะเยา 1



ความเห็น (0)