​การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอัน​เนื่อง​มา​จาก​กิจกรรมของมนุษย์​ ​ก่อ​ให้​เกิดผลกระทบ​ใน​ระดับโลก​และ​ระดับภูมิภาค​ทั้ง​ทางกายภาพ​และ​ชีวภาพ​ ​ดังนี้​

          ระดับน้ำ​ทะ​เลขึ้นสูง​ หากอุณหภูมิ​เฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก​ 1.4-5.8 ​องศา​เซลเซียส​ ​จะ​ส่งผล​ให้​น้ำ​แข็งที่ขั้วโลกละลาย​ ​และ​ระดับน้ำ​ทะ​เลเฉลี่ยสูงขึ้นอีก​ 14 - 90 ​เซนติ​เมตร​ ​ซึ่ง​จะ​ส่งผลกระทบ​ ​ได้​แก่​ ​การสูญเสียที่ดินการกัดเซาะ​และ​การพังทลายของชายฝั่ง​ ​ใน​ส่วน​ของพื้นที่ที่​จะ​ได้​รับ​ความ​เสียหายมากที่สุด​ ​คือหมู่​เกาะ​เล็กๆ​ ​เช่น​ ​หมู่​เกาะ​ใน​มหาสมุทรอินเดีย​ ​และ​ทะ​เลแคริ​เบียน​ ​รวม​ถึง​สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ​ใน​พื้นที่ราบลุ่ม​ ​เช่น​ ​สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ​ไนล์​ใน​ประ​เทศอียิปต์​

หากระดับน้ำ​ทะ​เลเพิ่มขึ้น​ 50 ​ซม​.​จะ​มีผลกระทบต่อประชากรโลกประมาณ​ 92 ​ล้านคน​ ​ตัวอย่างเช่น​ ​ระดับน้ำ​ทะ​เลที่สูงขึ้น​ 1 ​เมตร​จะ​ทำ​ให้​ประ​เทศอียิปต์​เสียพื้นที่ดินเพิ่มขึ้น​ 1 ​เปอร์​เซ็นต์​ ​เนเธอร์​แลนด์​ 6 ​เปอร์​เซ็นต์​ ​บังคลา​เทศ​ 17.5 ​เปอร์​เซ็นต์​ ​และ​ ​หมู่​เกาะมาฮู​โร​ใน​เกาะมาร์​แชล​ 80 ​เปอร์​เซ็นต์​

นอก​จาก​นี้​ ​ระดับน้ำ​ทะ​เลที่ขึ้นสูง​ยัง​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​เสียหายต่อระบบนิ​เวศน์ชายฝั่ง​ ​เช่น​ ​การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน​ ​ซึ่ง​เป็น​แหล่งที่​อยู่​อาศัยของสัตว์น้ำ​นานาชนิด​ ​การรุกล้ำ​ของน้ำ​เค็ม​เข้า​สู่​แหล่งน้ำ​จืดที่​จะ​ส่งผลเสียต่อการเกษตร​ ​และ​จาก​การที่น้ำ​ทะ​เลหนุน​จะ​ยัง​ทำ​ให้​เกิดน้ำ​ล้นตลิ่ง​และ​ท่วมบ้านเรือนอีก​ด้วย​

          ​สภาพอากาศรุนแรง​  เมื่ออุณหภูมิ​เฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น​ ​ภัยธรรมชาติต่างๆ​มี​แนวโน้มว่า​จะ​เกิดบ่อยครั้ง​ ​และ​รุนแรงมากยิ่งขึ้น​ ​เช่น​ ​ภัยแล้ง​ ​ไฟป่า​ ​พายุ​ไต้ฝุ่นโซนร้อน​ ​น้ำ​ท่วม​ ​และ​การพังทลายของชั้นดิน​ ​เป็น​ต้น​ ​ตัวอย่างที่​เห็น​ได้​ชัดของปรากฎการณ์​เหล่านี้​ ​ได้​แก่​ ​พายุ​ไซโคลนที่​เข้า​ถล่มรัฐโอริสสา​ ​ใน​ประ​เทศอินเดีย​ ​และ​คร่าชีวิต​ผู้​คนนับหมื่น​ใน​เดือนพฤศจิกายน​ ​พ​.​ศ​.2542 ​สภาวะคลื่น​ความ​ร้อน​ (Heat Wave) ​ใน​เดือนสิงหาคม​ ​พ​.​ศ​. 2542 ​ที่ทำ​ลายพืชผลการเกษตร​ใน​แถบตะวันออกเฉียงเหนือของประ​เทศสหรัฐอเมริกา​ ​และ​ทำ​ให้​มี​ผู้​เสียชีวิต​ 140 ​คน​ ​รวม​ทั้ง​ปรากฎการณ์น้ำ​ท่วม​ใหญ่​ใน​จีน​ ​ความ​แห้งแล้งรุนแรง​ใน​ซูดาน​ ​และ​เอธิ​โอเปีย​ ​ตลอดช่วงปี​ ​พ​.​ศ​. 2542-43 ​เป็น​ต้น​

          ​ปะการังฟอกสี​  สีสันที่สวยงามของปะการัง​นั้น​มา​จาก​สาหร่ายเซลล์​เดียวขนาด​เล็ก​ที่พึ่งพาอาศัย​อยู่​ใน​เนื้อเยื่อชั้น​ใน​ของปะการัง​ ​หากอุณหภูมิของน้ำ​ทะ​เลเพิ่มสูงขึ้น​ ​อัน​เนื่อง​มา​จาก​ภาวะ​โลกร้อน​ ​เพียง​ 2-3 ​องศา​เซลเซียส​ ​สาหร่าย​นั้น​จะ​ตายไป​ ​เมื่อปะการัง​ไม่​มีอาหาร​ ​ปะการังก็​จะ​ตาย​และ​กลาย​เป็น​สีขาว​ ​ปรากฎการณ์นี้​เรียกว่า​ ​ปะการังฟอกสี​ ​หรือ​การเปลี่ยนสีของปะการัง​   ​การศึกษาวิจัยที่สถาบันสมุทรศาสตร์​แห่งฟลอริด้า​ (Florida Institute of Oceanography) ​ระบุว่า​เกิดการฟอกสีของปะการังสูงสุด​ใน​ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา​ใน​ออสเตรเลีย​ ​จีน​ ​ญี่ปุ่น​ ​ปานามา​ ​ไทย​ ​มา​เลเซีย​ ​ฟิลิปปินส์​ ​อินเดีย​ ​อินโดนี​เซีย​ ​เคนยา​ ​ประ​เทศ​ใน​บริ​เวณทะ​เลแดง​ ​เปอโตริ​โก​ ​จา​ไมก้า​ ​โดย​เฉพาะ​ ​แนวปะการัง​ Great Barrier Reef ​นอกชายฝั่งออสเตรเลีย​ ​ซึ่ง​เป็น​แหล่งอาศัยของปะการังพันธุ์หายากที่​ใกล้​สูญพันธุ์​

          ​ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์​  ภัยธรรมชาติที่​เกิดขึ้นอย่างรุนแรง​ ​เช่น​ ​ภาวะน้ำ​ท่วม​ ​และ​คลื่นร้อน​ ​ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์​ทั้ง​ทางตรง​และ​ทางอ้อม​ ​เช่น​ ​อุณหภูมิที่สูงขึ้น​จะ​ทำ​ให้​ยุงลาย​ ​ซึ่ง​เป็น​พาหะนำ​ไข้มาลา​เรีย​และ​ไข้​เลือดออกขยายตัวเพิ่มขึ้น​ ​ส่งผล​ให้​มี​ผู้​ป่วย​ด้วย​โรคมาลา​เรียเพิ่มขึ้นประมาณ​ 50-80 ​ล้านคนต่อปี​ ​โดย​เฉพาะ​ใน​เขตศูนย์สูตร​และ​เขตร้อน​ ​เช่นเอเชียตะวันออกเฉียง​ใต้​

          ​โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ​ ​ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ​จะ​กระทบกระบวนการผลิตอาหาร​ ​สุขอนามัย​และ​ก่อ​ให้​เกิดปัญหาด้านสังคม​และ​เศรษฐกิจตามมา​ ​สิ่งเหล่านี้ก็​จะ​ยิ่งก่อ​ให้​เกิดปัญหาด้านสุขภาพที่​เกิดขึ้น​ใน​ประ​เทศเขตร้อนชื้น​ ​เช่น​ ​โรคท้องร่วง​ ​โรคขาดอาหาร​ ​โรคหอบหืด​และ​โรคภูมิ​แพ้​อื่นๆ​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​อุณหภูมิที่สูงขึ้น​ ​จะ​ลดปริมาณน้ำ​สำ​รอง​ ​และ​เพิ่มปริมาณจุลชีพ​เล็กๆ​ ​ใน​อาหาร​และ​น้ำ​ ​ก่อ​ให้​เกิดโรค​ ​เช่น​ ​โรคอาหาร​เป็น​พิษ​

          ​ผลกระทบของภาวะ​โลกร้อนดังกล่าว​ ​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​เสียหายที่รุนแรง​ ​โดย​จะ​เกิด​กับ​กลุ่มประ​เทศกำ​ลังพัฒนาที่ยากจนรุนแรงมากที่สุด​ ​เนื่อง​จาก​ประ​เทศกำ​ลังพัฒนา​โดย​เฉพาะ​เป็น​ประ​เทศเกษตรกรรม​ ​ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง​จาก​สภาพอากาศแปรปรวน​ ​และ​จะ​ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อปริมาณอาหารสำ​รอง​ ​และ​เศรษฐกิจ​โดย​รวมของประ​เทศที่​ต้อง​พึ่งพาการส่งออกสินค้าทางการเกษตร​เป็น​หลัก​ ​ประ​เทศไทยเองก็​เป็น​หนึ่ง​ใน​ประ​เทศกำ​ลังพัฒนาที่​จะ​ได้​รับผลกระทบที่รุนแรง​จาก​การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเช่นเดียว​กัน​

          ผลกระทบต่อการเกษตร​และ​แหล่งน้ำ​  การศึกษาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย​ ​ระบุว่า​ ​ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตร​ใน​ประ​เทศไทยสัมพันธ์​กับ​ปริมาณน้ำ​ ​ใน​ประ​เทศไทยมี​แนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​จะ​ทำ​ให้​ปริมาณน้ำ​ที่ใช้งานได้ลดลง​ (ประมาณ​ 5 - 10 ​เปอร์​เซ็นต์) ​ซึ่ง​จะ​มีผลต่อผลผลิตด้านการเกษตร​ ​โดย​เฉพาะข้าว​ ​ซึ่ง​เป็น​พืชเศรษฐกิจที่สำ​คัญ​ ​และ​ต้อง​อาศัยปริมาณน้ำ​ฝน​และ​แสงแดดที่​แน่นอน​ ​รวม​ถึง​ความ​ชื้นของดิน​และ​อุณหภูมิ​เฉลี่ยที่พอเหมาะ​ด้วย​

          ​สำ​หรับประ​เทศไทย​ ​ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตร​จะ​ไม่​รุนแรงมาก​ ​เพราะ​พื้นที่ชลประทาน​จะ​ได้​รับการป้อง​กัน​ ​แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ​และ​สังคมอาจ​จะ​รุนแรง​ใน​บริ​เวณที่ขาดน้ำ​อยู่​แล้ว​

          ​นอก​จาก​นี้​ ​ผลกระทบ​ยัง​อาจเกิดขึ้น​กับ​การทำ​ประมง​ ​เนื่อง​จาก​ ​แหล่งน้ำ​ที่​เคยอุดมสมบูรณ์ตลอด​ทั้ง​ปี​ ​เช่น​ ​แม่น้ำ​สาย​เล็กๆ​ ​ทะ​เลสาบ​ ​และ​ห้วยหนองคลองบึง​ ​อาจแห้งขอดลง​ใน​บางฤดูกาล​ ​ซึ่ง​จะ​ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์​และ​การเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ​ ​ซึ่ง​จะ​ทำ​ให้​จำ​นวน​และ​ความ​หลากหลายของชนิดของสัตว์น้ำ​ลดจำ​นวนลงอย่างมาก​ ​ตัวอย่างเช่น​ ​ความ​หลากหลายทางชีวภาพ​ ​และ​ความ​อุดมสมบูรณ์​ใน​แหล่งน้ำ​แถบลุ่มแม่น้ำ​โขง​ใน​ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ​จะ​ลดลงอย่างต่อ​เนื่อง​ ​หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​ยัง​คงดำ​เนินต่อไป