CoP “Pain the 5th Vital Sign” ได้ดำเนินกิจกรรมมาเป็นเวลา 4 เดือน (เริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน ถึงเดือน กรกฎาคม 2550)

วัตถุประสงค์หลักของ CoP คือกระตุ้นให้เกิดการ ลปรร เรื่องการประเมินความปวดหลังผ่าตัดและบันทึกความปวดในแบบบันทึก graphic sheet เพื่อให้เห็นความสำคัญของความปวดและถือเป็นสัญญาณชีพอันที่ห้า (the 5th vital sign) เพิ่มเติมจากสัญญาณชีพเดิมสี่อย่างที่ปฏิบัติเป็นประจำคือ ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิกาย และ อัตราการหายใจ
ข้อมูลก่อนการดำเนินกิจกรรม
จากการสำรวจข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์
2549 ในหอผู้ป่วย 14 หอ (เฉพาะที่มีผู้ป่วยผ่าตัด) พบว่ามีการประเมินและบันทึกความปวดใน graphic sheet (ที่ปรับปรุงใหม่) เพียง 9 หอ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
         
 มีการบันทึกได้
> 80% ของผู้ป่วย       = 5 หอ
         
มีการบันทึกได้
60-80% ของผู้ป่วย      = 2 หอ
         
มีการบันทึกได้ < 60% ของผู้ป่วย       = 2 หอ 

       
  มีการบันทึกเฉพาะใน nurses note      = 4 หอ

         
ยังไม่มีบันทึก
Pain Score                 = 1 หอ 

CoP มีการดำเนินกิจกรรม โดยการประชุมกลุ่ม 4 ครั้ง  มีการจัดทำ blog และมีบันทึกใน blog จำนวน 7 บันทึก (รวมบันทึกนี้) แต่ยังมีผู้อ่านหรือผู้แลกเปลี่ยนในบันทึกไม่มากนัก
 
ข้อมูลหลังการดำเนินกิจกรรม
จากการสำรวจข้อมูลซ้ำในเดือนมิถุนายน
2550 ในหอผู้ป่วย 29 หอ (ทุกหอในโรงพยาบาล) พบว่ามีการใช้ graphic sheet (ที่ปรับปรุงใหม่) เพิ่มขึ้นถึง 28 หอ ยกเว้นหอผู้ป่วยเด็กเล็กที่มีแบบบันทึกแยกต่างหาก จำนวนผู้ป่วยที่ไม่มีการประเมินและบันทึกความปวดลดลงจาก 25% เหลือเพียง 7% ซึ่งผลการสำรวจทั้ง 29 หอ มีรายละเอียดการบันทึกความปวดดังนี้ (ขอบคุณ คุณ วัฒนา ตันทนะเทวินทร์ ที่ช่วยทำข้อมูลให้)
           มีการบันทึกได้ > 80% ของผู้ป่วย       = 10 หอ         
          
มีการบันทึกได้
60-80% ของผู้ป่วย      = 8 หอ         
          
มีการบันทึกได้ < 60% ของผู้ป่วย       = 5 หอ 
          
          
ยังไม่มีบันทึก
Pain Score                  = 3 หอ
         
         
ไม่มีผู้ป่วยผ่าตัด (ไม่ต้องบันทึก)
           = 3 หอ 

ความเห็นของผู้ร่วมกิจกรรม
จากการสอบถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหอผู้ป่วยต่างๆ ทั้ง 29 แห่ง (ได้รับแบบสอบถามคืน 17 แห่งเมื่อ 23 ก.ค. 50) ความเห็นที่ได้สอดคล้องกับข้อมูลดังกล่าวข้างต้นคือ 9 ใน 17 คน เห็นว่าที่หอผู้ป่วยมีการประเมินและบันทึกความปวดได้ประมาณ 50-80% ของแต่ละเวร และ 8 ใน 17 คน  เห็นว่ามีการประเมินและบันทึกความปวดได้มากกว่า 80% ของแต่ละเวร 

สรุปผลการดำเนินการ <ol style="margin-top: 0cm">

  • มีการใช้ graphic sheet (ที่ปรับปรุงใหม่) คิดเป็น 99% ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • มีการประเมินและบันทึกความปวดใน graphic sheet (ใหม่) เพิ่มขึ้น
  • จำนวนผู้ป่วยที่ไม่มีการประเมินความปวดหลังผ่าตัดลดลงเหลือ 7%
  • </ol> 
    (โปรดติดตามบันทึกต่อไป)