นายบอนมีเพื่อนที่สนิทกันมากตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น เมื่อจากกันมาเป็นเวลาหลายปี คิดที่จะติดต่อกับเพื่อนสนิทหลายคน ทั้งส่งจดหมาย และ ส.ค.ส. ไปตามที่อยู่ที่จดไว้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับมาเลย คงเพราะต่างแยกย้ายไปประกอบอาชีพที่อื่น , ย้ายที่อยู่ไปสร้างครอบครัวที่อื่นๆ
แต่เมื่อค่ำวันที่ 23 ก.ค.2550 นายบอนได้พบกับเพื่อนรักสมัยมัธยม ความจริงรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม เขาคือ ปุ๊ก ยงยุทธ วงศ์วันนา ที่ขึ้นรถด่วน 99 จากโคราช มาลงที่กาฬสินธุ์ แต่บ้านเขาอยู่ที่ อ.ห้วยผึ้ง ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ราว 60 กิโลเมตร
เมื่อมีโอกาสพบกันโดยบังเอิญ จึงนั่งคุยกันจากโคราชมาจนรถแล่นถึงบ้านไผ่ ต่างฝ่ายจึงหลับไปด้วยความอ่อนเพลียทั้งคู่
สถานการณ์ของเพื่อนในช่วงนี้ ถือว่า เป็นช่วงวิกฤติของชีวิต กำลังมองหางานใหม่ หลังจากที่จบปริญญาตรีเกษตรศาตร์จาก ม.ขอนแก่น ได้ข่าวครั้งล่าสุด ไปแต่งงานมีครอบครัวที่ลพบุรี แต่ในวันนี้ ชีวิตครอบครัวต้องหยุดพักไว้เท่านี้ เขาจึงต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด มองหางานใหม่ กำลังจะมองหาลู่ทางไปทำงานต่างประเทศศ ติดต่อผ่านบริษัทจัดหางาน แต่ไม่รู้ว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ จะโดนหลอกให้เสียเงินฟรีหรือไม่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก ค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีหนี้บัตรเครดิตอีก สารพัดปัญหารุมเร้า จนต้องกลับมาที่บ้านเกิด เพื่อหาความสงบในจิตใจ
เมื่อพูดคุยถึงเพื่อนเก่าคนอื่นๆ หลายคนกำลังหาทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด หลายคนกดดัน ทนรับสภาพหลายอย่างใน กทม.ไม่ไหว ทั้งคน และบรรยากาศหลายอย่าง
ทราบข่าวเพื่อนสนิทอีกคน ชื่อ พอลลี่ (พรทวี) ที่ประสบอุบัติเหตุนั่งรถมอเตอร์ไซต์ไปแล้ว ล้ม ฟาดพื้น สมองด้านหลังถูกกระแทกอย่างแรง ร่างกายคลื่นไหวไมได้ แต่ยังมีการรับรู้เมื่อมีคนมาเยี่ยมเยือนอยู่บ้าง ร่างกายขาดความรู้สึก มีสภาพคล้ายคนเป็นโรคโปลิโอ ทราบข่าวแล้ว สลดใจในชะตากรรมของเพื่อน แต่เพื่อนฝูลคนรู้จัก ยังไม่ลืม ไม่ทิ้งเพื่อน ต่างแวะไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจเพื่อนคนนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็รับรู้ได้ น้ำตาไหลด้วยความตื้นตันที่เพื่อนฝูงแวะมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย
ชีวิตของคนเราไม่แน่ไม่นอนจริงๆ
ทุกช่วงเวลาที่ผ่านไป อาจจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นมาได้
ดังนั้น อย่าประมาทในการใช้ชีวิต