บ่อยครั้ง ที่ความอยากจะประหยัด สวนทางกับความเป็นจริงของชีวิต เมื่อพูดถึงความประหยัดแล้ว ก็ต้องมาถึงความประหยัดในการเลือกใช้รถยนต์คันใหม่ที่ทุกท่านจะนึกถึงเป็นอย่างแรกแรก ก็เห็นจะไม่หนีความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลัก เชื้อเพลิงนั้น ปัจจุบันเราอาศัยพึ่งพาน้ำมันดิบจากธรรมชาติ ที่มีราคาสูงขึ้นทุกนาที จนมองออกว่า อีกไม่นาน ผู้คนก็จะพากันเลิกละลดความต้องการน้ำมันดิบ อันเป็นเชื้อเพลิงที่สะดวก ด้วยว่ามีความเคยชิน หันไปหาเชื้อเพลิงทดแทนกันมากขึ้น และมากขึ้น ดังที่เคยมีผู้คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้หลายสิบปี

ผมรอครับ รอเวลาที่ผู้คนจำนวนมาก จะเลิกพึ่งพาน้ำมันดิบ และเชื่อเหลือเกิน ว่าจะเห็นวันเวลานั้นในชั่วชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากของผมนี่แหละ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมาพูดกันถึงเชื้อเพลิงแบบน้ำมันแก๊สซอลีน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเบนซินกันก่อน เพราะภายในปี หรือสองปีข้างหน้า บ้านเราก็ยังคงมีคน Anti Technology มากพอ ที่จะยังคงต่อต้านและคัดค้านไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม กับการใช้ CNG อันเป็นก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยกันอยู่มากพอ พอที่จะทำให้คนอื่นที่เผอิญวางใจในความคิดของผู้อื่น หรือเชื่อมั่นในความต้องการของตนเอง คงยังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิมอยู่ไม่น้อย
ในสหรัฐอเมริกานั้น เขาจะมีป้ายติดแสดงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถยนต์แต่ละคัน แต่ละรุ่น ไว้ชัดเจนบนกระจกหน้าต่างด้านในด้านหนึ่ง ที่เขาทำอย่างนั้นได้ ก็เพราะเขามั่นใจในพลังผู้บริโภคของเขา และมั่นใจในผลการทดสอบ ที่ทำกันได้จริง แม้จะไม่ตรงแท้แน่นอนกับการใช้งานจริง เช่นการขับขี่ในย่านการจราจรคับคั่งแบบในเมือง ก็ยังมีการขับบนสนามในแบบความเร็วต่ำ มีการหยุดจอดนิ่งเป็นเวลา ออกตัว และหยุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเลียนแบบการขับขี่ในตัวเมืองที่เขาสมมุติขึ้นมา เป็นเหตุให้ได้อัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่บ้านเรา ทำไม่ได้
ไม่ทราบว่า เพราะอะไรถึงได้ทำไม่ได้ หรือเพียงแค่ว่า ไม่ทำ ก็หาเหตุผลอะไรไม่ได้เสียแล้วอย่านะครับ อย่ามาบอกว่า ทำไมผมไม่ทำ ที่ผมไม่ทำเอง ก็เพราะผมเลิกทดสอบรถมาตั้งเกือบสิบปีแล้วอย่างไรล่ะ ประกาศไว้ชัดเจนในรายการ Motor Wave ทางช่อง 9 หันมาทดลองขับเล่นเล่น พอให้เอาเรื่องมาคุยกันได้เท่านั้น
เครื่องไม้เครื่องมือในการทดสอบ เก็บโยนเข้าตู้เหล็ก เก่าเก็บบ้าง พังไปเองบ้าง เกือบหมดแล้วละกระมัง
มาพูดถึงคุณ ดีกว่าพูดแต่เรื่องของผม เริ่มที่หากว่าคุณต้องการรถที่ให้อัตราสิ้นเปลืองดีที่สุดสำหรับการเลือกของคุณแล้วนี่ ทำอย่างไร ลองอย่างนี้ครับ คำนวณดูก่อนว่า คุณขับรถปีละกี่กิโลเมตร แล้วหารจำนวนกิโลเมตรด้วยอัตราสิ้นเปลืองต่อหนึ่งลิตร ที่คุณจะพอหาได้จากการถาม ถามใครก็ได้ที่คุณเชื่อว่า เขาพอจะทราบ เช่นถามตา Jimmy ในรายการวิทยุรถยนต์ของผม ดูตามหนังสือพวกนักเลงทั้งหลายของ คุณจรวย ขันมณี เพื่อนผมผู้ไม่ยอมรวยสักที เหล่านี้ก็พอจะได้อัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกับความเป็นจริง
เอาเป็นว่า คุณขับรถ 20,000 กิโลเมตรต่อปี รถคันที่หนึ่งที่เลือกไว้ให้อัตราสิ้นเปลือง 9 กิโลเมตรต่อลิตร คันที่สองใช้อยู่ 12 กิโลเมตรต่อลิตร น้ำมันเชื้อเพลิงเอาเป็นว่า ราคาสามลิตรต่อหนึ่งร้อยบาท (โอ้โฮ) ก่อนก็แล้วกัน
รถคันที่หนึ่งต้องใช้เชื้อเพลิงเป็นเงิน 74,075 บาท คันที่สอง 55,555 บาท ต่อปี ความแตกต่างอยู่ที่ 18,519 บาทต่อปี เอาค่าที่แตกต่างกันนี้มาพิจารณาคู่กับราคาค่าตัวของรถก่อนครับ แล้วดูซิว่า ความแตกต่างในราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่คุณจะต้องจ่ายต่อปีนั้น คุ้มหรือไม่กับการที่คุณจะต้องขับรถเล็กกว่าที่คุณต้องการ
ยังมีเรื่องการใช้รถยนต์ใหญ่ ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เผาผลาญเชื้อเพลิงมากกว่า อันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือของโลก แต่ก็เป็นเรื่องที่นอกเหนือจากที่ผมจะบ่นในคอลัมน์นี้คงเพียงแค่ทิ้งเอาไว้วา เป็นสิ่งที่ควรคำนึงในการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ละครับที่มา : ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา / มติชนสุดสัปดาห์