กล้วยไข่เคยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคุญของจังหวัดกำแพงเพชร

มือหนึ่งแห่งเมืองกล้วยไข่

 

               ถ้าเอ่ยชื่อ กล้วยไข่แล้ว หลายท่านก็จะต้องบอกว่า กำแพงเพชร เพราะว่าเคยมีชื่อเสียงด้านกล้วยไข่ หรือพูดกันง่ายฯ ส่วนใหญ่คนเขาจะพูดกันติดปากกันไปแล้วว่า กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร

 

 

               กล้วยไข่เคยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร  มีพื้นที่ปลูกช่วงปี 2538-2543 มีพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่เศษ และช่วงปี 2544 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกลดลงรื่อยมา ณ.ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกไม่ถึง 10,000 ไร่  สาเหตุหนึ่งที่สำคัญมาจากลมพายุทำให้ต้นกล้วยไข่หักโค่นและยังมีอีกหลายสาเหตุ

 

 

             จากอดีตกล้วยไข่เคยทำรายได้ มาสู่จังหวัดกำแพงเพชรเป็นมูลค่าปีละ ได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท และได้พัฒนามาจนกลายเป็นพืชสัญญาลักษ์ของจังหวัดและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกำแพงเพชร  โดยเป็น  ส่วนหนึ่งของงานประเพณีเทศกาลเดือน 10 ที่เรียก ว่างา นสาร์ทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร

 

               กล้วยไข่ที่ปลูกในจังหวัดกำแพงเพชร  ได้รับการยอมรับจากผู้ที่เคยบริโภคว่า มีรสหวาน  เนื้อในนุ่ม  ตลอดทั้งผล      เนื่องจากเพราะแกนในของกล้วยไม่กระด้าง ทำให้เกิดความกลมกลืนกับรสชาติที่หวานของกล้วยไข่ ขณะรับประทาน ผู้บริโภค มักจะนิยมบริโภคกล้วยไข่ พร้อมกระยาสารท นัยว่าจะยิ่งเพิ่มรสชาติยิ่งขึ้น

  

               การปลูกกล้วยไข่ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ จะปลูกกล้วยไข่ในช่วงประมาณเดือน สิงหาคม-กันยายน หากจะล่าช้าออกไปก็จะไม่เกินเดือนตุลาคม  เนื่องจากต้องอาศัยน้ำฝน  เพื่อให้กล้วยเจริญเติบโต และหลีกเลี่ยงไม่ให้กล้วยไข่ ตกเครือในช่วงฤดูแล้ง จะทำให้กล้วยผลเล็ก ถูกแสงแดดเผามาก คุณภาพเสียหาย

  

               มาทำความรู้จักกับประวัติของคนที่ปลูกกล้วยไข่คนแรกแห่งเมืองกำแพง  ประวัติของคนที่ปลูกกล้วยไข่คนแรกของจังหวัดกำแพงเพชร จากการศึกษาพบว่า เริ่มจากที่บ้านเกาะตาล หมู่6 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยชาวจีนชื่อ นายฮะคลึ้ง แซ่เล้า เดิมมีอาชีพรับจ้างที่จังหวัดนครปฐม ต่อมาได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นพ่อค้าเรือเร่ เดินทางระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ ถึงกำแพงเพชร ต่อมาได้มาตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่บ้านเกาะตาล  ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี และได้นำหน่อพันธุ์กล้วยไข่ จากจังหวัดนครสวรรค์ มาปลูกประมาณ ปี พศ. 2465 และต่อมาพันธุ์กล้วยไข่จากสวนนี้ ได้แพร่ขยายไปยังอำเภออื่นฯในเขตจังหวัดกำแพงเพชร

                                ณ.วันนี้จึงเกิดโจทย์ขึ้นว่า เราจะทำอย่างไรถึงจะช่วยกันอนุรักษ์กล้วยไข่ให้อยู่คู่กำแพงเพชรและจะทำอย่างไรที่ส่งเสริมและพัฒนากล้วยไข่ให้มีพื้นที่ปลูกมากขึ้น และจะทำอย่างไรที่จะให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง   ตกลงแล้วบทบาทหน้าที่ควรจะเป็นใครที่จะเป็นเจ้าภาพหลักในการพัฒนากล้วยไข่กำแพงเพชรอย่างจริงจัง หรือจะปล่อยให้เป็นไปตามยะถากรรม   (โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับ)