กลางแม่น้ำโขง เรือโดยสารขนาดกลางได้นำพาเหล่าเครือข่ายผู้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ หรือที่เรียกตัวเองสั้นๆ ว่า JSN ภาคเหนือ (junior staff node) ประมาณยี่สิบกว่าชีวิต ที่มีภารกิจในการอบรมพัฒนาศักยภาพงานเขียน ระหว่างวันที่ 12 – 16 มีนาคม 2550 โดยมีจุดหมายปลายทางยังเมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บรรยากาศภายในเรือก็กันเอง ทั้งดู ชม กิน นอน ฟัง นั่ง ถาม คุย เรียกว่าครบทุกอิริยาบถเลยก็ว่าได้ มัคคุเทศน์และวิทยากรประจำ trip ก็บรรยายให้ความรู้สารพัดเรื่องในแบบสบายๆ ด้านท้ายเรือก็มีการตั้งวงสนทนากันอย่างเฮฮา ถึงแม้ไม่มีสุราความฮาก็บังเกิด ยังคิดอยู่ว่า ถ้ามีสุรามาวางเคียงในวง คงทำให้สนทนากันได้อย่างออกรส
ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน สุราสายเลือดไทย นามแม่โขง ถือว่าเป็นที่นิยมในหมู่นักดื่มทั้งหลายมาอย่างยาวนาน บ้างติดใจในรสชาติ บ้างชอบเพราะราคาไม่แพง แถมช่วงปีใหม่แม่โขงยังแจกปฏิทินแนวปลุกใจเสือป่า ด้วยภาพเหล่านางแบบที่นุ่งน้อยห่มน้อย เป็นของกำนัลแก่ลูกค้าเป็นประจำ ด้วยเหตุนี้บรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ตั้งแต่วัยแตกพานยันรุ่นคุณปู่ จึงนิยมชมชอบในสุราแม่โขงกันถ้วนหน้า
แม่โขงนั้น นอกจากจะเป็นชื่อเรียกขานของสุราแล้ว ยังเป็นคำเรียกแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่ง ซึ่งก็คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติที่ไหลผ่านหลายประเทศ หล่อเลี้ยงคนเป็นร้อยล้านคน และแม่น้ำโขงนี่เองที่นำพาเราเหล่าทีมงาน JSN ภาคเหนือ ไปเยือนดินแดนเพื่อนบ้านอย่างเมืองหลวงพระบาง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ระหว่างการเดินทาง ได้เกิดวงเสวนาที่ไม่ต้องมีสุราแม่โขงมากระตุ้นการพูดคุย แค่เพื่อนร่วมเดินทางที่มาจากหลากหลายที่ทาง ก็พาให้การเสวนาสนุก ครึกครื้นกันไม่เบา เมื่ออยู่กลางแม่น้ำก็ไม่พ้นที่จะคุยเรื่องน้ำ เมื่อไม่มีสุราแม่โขงให้ดื่ม ก็นั่งคุยเรื่องแม่น้ำโขงแทนแล้วกัน
ปัจจุบัน แม่น้ำโขงไหลผ่าน 6 ประเทศ อันได้แก่ จีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็นแม่น้ำที่มีแหล่งกำเนิดมาจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเดียวกันกับแม่น้ำสายสำคัญๆ อย่างเช่น แม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำสาละวิน
คุณทองคร้าม ทองขาว หรือเรียกสั้นๆว่าลุงตุ๋ย ผู้มากประสบการณ์วัย 54 ปี ที่ปรึกษาของกลุ่มรักษ์เชียงของ ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานที่เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชาติพันธุ์ บริเวณแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของประเทศไทย ได้เล่าให้ฟังว่า แม่น้ำทั้ง 3 สายนี้ (แม่น้ำโขง, แม่น้ำแยงซีเกียง, แม่น้ำสาละวิน) เป็นดุจดั่งแม่น้ำพี่น้องกันก็ว่าได้ โดยที่แม่น้ำโขงจะไหลตรงกลางระหว่างแม่น้ำสาละวินที่ไหลทางด้านซ้าย และแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลทางด้านขวา
ลุงตุ๋ยยังเล่าอีกว่าตอนเหนือของแม่น้ำทั้ง 3 สายนี้ จะไหลขนานกัน จนมีอยู่จุดหนึ่งที่แม่น้ำทั้ง 3 สาย ไหลขนานกันโดยมีระยะห่างไม่เกิน 50 กิโลเมตร ซึ่งเรียกจุดนี้ว่า เสือกระโดด หมายความว่า แม่น้ำทั้ง 3 สายนั้นไหลขนานใกล้กันมาก จนเสือสามารถกระโดดข้ามไปได้
จุดที่เรียกว่า เสือกระโดดนี้เองที่องค์การยูเนสโกยกขึ้นเป็นมรดกโลก นอกจากที่แม่น้ำโขงยังเป็นที่สุดของโลกอีกหลายอย่าง อาทิ ทางกายภาพ เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสิสบของโลก ด้วยระยะทาง 4,909 กิโลเมตร ส่วนทางชีวภาพ พบปลาซิวแคระ ซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งยังมีปลาหนังน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก็คือปลาบึก ซื่อที่คุ้นหูคนไทยเป็นอย่างดี
“แม่น้ำโขงนั้นจะมีอุณหภูมิที่เย็น เพราะมาจากหิมะที่ละลาย ลองได้ตกลงไปในน้ำเถอะ โอกาสตายมีสูง” ลุงตุ๋ยพูดอย่างออกรส ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า น้ำที่เย็นนั้นจะทำให้ผู้ที่ตกลงไปเป็นตะคริว ไม่สามารถว่ายน้ำได้ หรือถ้าถูกระแสน้ำพัดพาไปโดนโขดกินก็คงยากที่จะรอดเช่นกัน เพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวบวกกับโขดหินขนาดใหญ่ มีหรือที่ร่างกายอันบอบบางของมนุษย์จะทนได้
โขดหินที่มีอยู่มากในแม่น้ำโขงนี่เอง เป็นระบบนิเวศที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา เพราะโขดหินที่เราเห็นอยู่ผิวน้ำ แท้ที่จริงเป็นผาหินขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ และปลาที่อาศัยอยู่ตามซอกของโขดหินเหล่านี้ แทบไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ เพราะกระแสน้ำที่ไหลกระทบกับซอกหินนั้นทำให้เกิดออกซิเจนขึ้น ทำให้ปลาได้อาศัยหายใจ “ผาหินเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนแมนชั่นของปลาทั้งหลายนั่นแหละ” ลุงตุ๋ยเล่าอย่างติดตลก
จำนวนพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงคงมีไม่น้อยกว่าร้อยสายพันธุ์ อาหารที่ถือว่าสำคัญต่อปลาเหล่านี้ ก็คือ “ไก” สาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่มากในลำน้ำโขงและก็เป็นทั้งอาหารและพืชเศรษฐกิจสำหรับมนุษย์เช่นกัน เพราะไกนั้น นอกจากจะนำไปประกอบอาหารแล้ว ยังมีราคาสูงพอสมควร นอกจากนี้ยังมีอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งของปลา โดยเฉพาะปลาบึก ซึ่งก็คือฟองน้ำที่จับตัวกันบริเวณผิวน้ำ ซึ่งภาษาพื้นบ้านทางภาคเหนือของไทยเรียกว่า “ปลวก” ทำให้สังเกตได้ว่า บริเวณที่มีฟองน้ำลอยอยู่จำนวนมาก บริเวณจะชุกชุมไปด้วยเหล่าปลาน้อยใหญ่จำนวนมาก
ลุงตุ๋ยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงแก่พวกเราอีกหลายอย่าง ซึ่งเท่าที่ฟังดูมีปัญหาที่สำคัญๆ 2 อย่าง คือการสร้างเขื่อนและการระเบิดแก่ง
ปัญหาจากการสร้างเขื่อนนั้นถือว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำโขง เพราะตอนนี้ทางการจีนได้ทำการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศตัวเองไปแล้วจำนวน 2 แห่ง จากแผนการสร้างเขื่อนทั้งหมด 15 แห่ง
ปัญหาที่เห็นได้ชัดก็คือระดับของน้ำโขงนั้นขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปลาเกิดการปรับตัวที่ผิดปกติ เช่น การวางไข่ โดยปกติปลาจะรับรู้ถึงฤดูกาลได้จากการขึ้นลงของระดับน้ำ ในเมื่อระดับน้ำขึ้นลงไม่สม่ำเสมอการวางไข่ของปลาก็จะวางผิดฤดู
หรือปัญหาการระเบิดแก่งและโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อให้เรือสินค้าขนาดใหญ่เดินเรือผ่านไปได้ ซึ่งจุดนี้เอง ได้ส่งผลกระทบอย่างมากมายต่อระบบนิเวศของแม่น้ำโขง เพราะเมื่อมีการระเบิดแก่ง แรงระเบิดจะทำให้ปลาน้อยใหญ่ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก ส่วนปลาที่รอดตายไปได้ก็อาจจะเป็นหมันไปตลอดชีวิต จนนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาบางชนิดในแม่น้ำโขง
ผลจากการระเบิดแก่งยังทำให้ปลาไร้ที่อยู่อาศัย ปลาบางชนิดที่อาศัยอยู่ตามผาหินใต้น้ำ เกิดการปรับตัวไม่ทัน ทำให้วิถีชีวิตของปลาย่อมต้องเปลี่ยนไป
“เคยถามชาวบ้านแถวๆ ที่มีการระเบิกแก่ง เขาบอกว่า เสียงระเบิดดังมากๆ น้ำนี่พุ่งสูงเป็นสิบๆเมตร คิดดูสิว่าแรงระเบิดมีอานุภาพแค่ไหน” ลุงตุ๋ยยังบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างออกรสเช่นเดิม
นอกจากปัญหาทั้ง 2 อย่างดังที่กล่าวไว้แล้วนั้น ยังมีปัญหาอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำโขง เช่น การระเบิดปลา การช๊อตปลา สารเคมีจากการเกษตร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากน้ำมือมนุษย์เป็นผู้กระทำแทบทั้งสิ้น
ลุงตุ๋ยยังให้ข้อมูลแก่พวกเราอีกว่า ปลาที่รอดจากการระเบิดมาได้นอกจากจะเป็นหมันแล้ว สรีระทางกายภาพก็เปลี่ยนไปด้วย และปลาบางชนิดที่ไม่มีถุงลม เช่น ปลาแค้หรือปลาคัง เมื่อโดนแรงระเบิดก็จะตายโดยที่ไม่ลอยขึ้นมาเหมือนเช่นปลาอื่นๆ ในทันที แต่จะใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะลอยขึ้นมา
ปัญหาสารเคมีก็ส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะแม่น้ำโขงนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งน้ำจะรับเอาสารเคมีเข้าไปในร่างกายด้วย เพราะเขาต้องใช้อาบหรืออาจจะบริโภคด้วยก็ได้ อีกอย่างหนึ่งถ้าปลาได้รับสารเคมีเข้าไป พอมนุษย์จับปลาไปกินก็ทำให้ได้รับสารเคมีไปด้วย เพราะสารเคมีบางอย่างสะสมอยู่ในตัวปลานั้นเอง
กลุ่มรักษ์เชียงของได้พยายาม ต่อสู้ ผลักดัน ให้เกิดการอนุรักษ์และเกิดการจัดการ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยข้อมูลทางงานวิจัย (งานวิจัยไทบ้าน) โดยให้ชาวบ้านมาร่วมกันทำวิจัย ทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม
ลุงตุ๋ยเล่ากระบวนการทำงานให้พวกเราว่า ได้ให้ชาวบ้านร่วมทำงานที่ตรงกับวิถีชีวิตของเขา เช่น ชาวประมงก็ให้ช่วยเก็บข้อมูลเรื่องปลา คนหาไกก็เก็บข้อมูลเรื่องไก เป็นต้น ข้อมูลที่ได้ทางกลุ่มก็นำมาประมวลตรวจสอบความถูกต้อง และนำเสนอต่อกรรมาธิการของรัฐสภา ฝ่ายต่างประเทศเพื่อดำเนินการต่อ ในการหยุดยั้งปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแม่น้ำโขง และต้องเป็นสิ่งที่ดำเนินการแล้วสามารถเป็นไปได้
ผลงานที่เห็นชัดก็คือ การที่สามารถหยุดยั้งการระเบิดแก่งของทางการจีนให้หยุดอยู่ที่ชายแดนพม่า-ลาว เหนือบริเวณสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไป นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เพราะแผนการแต่แรกของจีนนั้นจะระเบิดแก่งตั้งแต่ 12 ปันนาในประเทศจีน มาจนถึงหลวงพระบางประเทศลาว
การดำเนินงานของกลุ่มรักษ์เชียงของ โดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและภาคีเครือข่าย ทำให้สามารถหยุดโครงการระเบิดแก่งได้ ทำให้ระบบนิเวศยังคงอยู่ แต่ก็ยังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่กลุ่มไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดหลายอย่าง
“แต่ที่จะทำต่อไปก็คือ จะเรียกร้องค่าเสียหายจากองค์กรระหว่างประเทศ” ลุงตุ๋ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมให้ข้อมูลเสริมว่า ถ้าเกิดการสร้างเขื่อนของทางการจีนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านลุ่มน้ำโขง จนไม่สามารถประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตได้ ก็จะทำการสำรวจว่าในช่วงที่ยังไม่มีเขื่อน ชาวบ้านสามารถนำไก นำปลา ที่หาได้ ไปขายได้เงินเท่าไหร่ มีรายได้มากน้อยแค่ไหน แล้วพอมีเขื่อนขึ้นมา ได้ส่งผลกระทบที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ลดลงจากการหาไก หรือปลา อย่างไร
แม่น้ำโขงยังจะไหลอย่างสมดุลต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารไปได้อีกนานแค่ไหน คงยังไม่มีใครให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด แต่สิ่งที่ทำได้ คือช่วยกันดูแลและรักษา ซึ่งต้องทำอย่างจริงจัง ถ้าเพียงแค่ “ดู” หรือ “แล” คงจะไม่เกิดประโยชน์อันใด
ครั้งหนึ่งเมืองไทยมีสุราแม่โขงที่เป็นยอดนิยมในหมู่นักดื่ม และมีแม่น้ำโขงที่ไหลหล่อเลี้ยงคนส่วนหนึ่งของประเทศ แต่วันนี้สุราแม่โขงยังมีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ก็มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับสุรายี่ห้ออื่นๆ อีกทั้งก็ไม่ค่อยมีปฏิทินแนวปลุกเสือป่าแจกเหมือนแต่ก่อน ทำให้ความนิยมในตัวสุราแม่โขงก็ลดน้อยไปตามกาลเวลา แถมยังมีสุรายี่ห้ออื่นเข้ามาตีตลาด แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงความนิยมในตัวสุรายี่ห้อนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
เฉกเช่นเดียวกัน แม่น้ำโขงยังคงไหล แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะหายไป แต่ถึงอย่างไร กลุ่มคนที่ต้องพึ่งพิงแม่น้ำโขงก็ยังคงอยู่และคอยปกป้องแม่น้ำโขงให้คงสภาพเดิม
เพียงแต่ไม่อยากให้แม่น้ำโขงมีเพียงแค่คนไม่กี่กลุ่มที่ร่วมกันอนุรักษ์ และเห็นความสำคัญ เหมือนสุราแม่โขงในปัจจุบัน เพราะถึงอย่างไร แม่น้ำสายนี้ก็มีความสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อคนทั้งประเทศ