หลังจากที่แหยมโดนสั่งย้ายมาประจำการสาขาอีกด้านของชานเมือง (เมื่อปีที่แล้ว) แหยมได้ซาบซึ้งถึงความลำบ๊าก...ลำบาก มาเจอสภาพโรงเรียนที่ยังตกแต่งไม่เสร็จ กลิ่นสียังเหม็นคลุ้ง คิดในใจ(แหยมอยากกลับรังสิต) สิ่งแรกที่แหยมจะต้องทำให้สาขาก้อคือการประชาสัมพันธ์โรงเรียนให้เปนที่รู้จัก แหยมเลือกวิธีการ"ออกบูธ" เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์โรงเรียน คำถามแรกที่เกิดขึ้นในสองน้อยๆของแหยมคือ ออกบูธทำไงฟระ???วันแรกๆของการออกบูธมันช่างสร้างความห่อเหี่ยวให้แหยมจิงๆ ทุกอย่างดูวุ่นวาย แจกใบปลิวเค้าก้อไม่อยากรับ บางคนก็มองเราอย่างดูถูก(ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า) แต่เราก้อได้แต่คิดในใจว่า "ไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ อย่ามามองกันด้วยสายตาแบบนี้สิ" ทั้งวันมีคนรับใบปลิวไม่กี่คน กลับบ้านด้วยความเซ็ง.....
วันต่อๆมาก้อมีการปรับเปลี่ยนวิธีการแจกใบปลิวโดยการเอาโปสการ์ดที่มีสีสันสวยงามแนบไปกับใบปลิวของโรงเรียน (555++ชักได้ผล) มีคนรับเอกสารของเรามากขึ้น(อาจจะอยากได้โปสการ์ด) เราเริ่มมีกำลังใจ ทำงานมาก็นานแต่ไม่เคยออกบูธเลย เพิ่งได้มาสัมผัสรู้เลยว่ามันเหนื่อยจิงๆ ไหนจะต้องแหกปาก คอยบอกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาว่าเรา คือ"โอเคแอลเอส" "สอนจีน ญี่ปู่น กู่เจิง" "อยู่ชั้น 7 ทาวเวอร์ บี"โอย..เจ็บคอ นอกจากแหกปากแล้วยังต้องคอยยิ้มให้ผู้คนที่ผ่านไปมา ใครหันมามองบูธเราเราก็ยิ้มทัก พุด"ขอบคุณ" เมื่อเค้ารับใบปลิว พฤติกรรมเหล่านี้แหยมเอาความรู้สึกตัวเองเป็นพื้นฐาน เดาเอาว่าบางทีลูกค้าไม่อยากรับใบปลิวก็อาจจะเป็นเพราะท่าทีที่ได้รับจากคนแจกใบปลิว แหยมคิดาการทำแบบนี้มันได้ผลนะและก็ไม่รู้สึกเสียใจที่เค้าไม่รับใบปลิว เพราะคนเหล่านั้นมีรอยยิ้มกลับมาให้เราแทนการปฏิเสธ ความยากลำบากที่เกิดขึ้นระหว่างการออกบูธ ทำให้เราได้รู้ว่าการออกบูธนั้นเราต้องให้ความสำคัญมากแค่ไหน
นอกจากพนักงานของเราแล้วอีกหนึ่งคนที่เราต้องให้ความสำคัญกับเค้านั่นก็คือ "พนักงานพาทไทม์"ที่มาช่วยเราออกบูธ ใครมาออกบูธกับแหยม น้องๆเค้าคงจะเบื่อเหมือนกันเพราะแหยมเรื่องมากกก ต้องมีการอบรบหลักสูตรของเราแบบเร่งรัดให้กับน้องเค้าด้วย เพราะเราไม่ได้จ้างน้องมาแจกใบปลิวอย่างเดียว ต้องให้ข้อมูล(เบื้องต้น) กับลูกค้าได้ด้วยและต้องทำตามที่แหยมทำได้ทุกอย่าง(ไม่ว่าจะยิ้ม หรือแหกปาก 55++) ตั้งแต่แหยมมาอยู่ปิ่นเกล้าแหยมได้รู้แล้วว่าการออกบูธมันเหนื่อยแค่ไหน แต่มันก้อเปนวิธีการที่ทำให้แหยมได้ลูกค้าสาวสวยคนแรกมาเรียนกู่เจิงได้ (ดีใจจิงจิ๊ง) หากเพื่อนพี่ๆเพื่อนๆ มีวิธีการออกบูธแบบเด็ดๆ ก็อย่าลืมบอกแหยมบ้างนะคะ เพราะแหยมยังต้องพึ่งการออกบูธไปอีกนานจ้า..............
อยากเป็นคนแรกที่เข้ามามะช่ายอะไร
อ่ะ ล้อเล่น น้องนี่แหล่ะหนึ่งในสมาชิกพาร์ทไทม์ของเจ๊แหยมเค้า แรกๆๆก้อมะค่อยเข้าใจการทำงานเท่าไร มะเข้าใจทำไมต้องเคร่งกับการแจกใบปลิวขนาดนี้ เจ๊เค้าคงจะรู้ว่าน้องเบื่อก็เลยมาแจกด้วยให้เห็นเป็นต้นแบบ พอเห็นเจ๊ทำก็เอามั้งรู้สึกดีเวลามีคนรับของเรามากกว่าของเจ๊ 55 จริงๆได้อะไรจากเจ๊เยอะมากกับการทำงานช่วงสั้นๆๆกับเจ๊เค้า ทุกวันนี้เจ๊ก็ยังช่วยน้องเสมอในเรื่องการทำงาน และก็ช่วยรับฟังด้วย ขอบคุณที่สอนให้น้องมีประสบการณ์การทำงานที่ดี ขอบคุณจริงๆๆจ้า
งานทุกอย่างก่อนที่จะดำเนินการต้องมีการวางแผนครับมีหลัการง่าย ๆ ดังนี้ครับ
1. การวางแผนในด้านต่างๆ เช่น คนเราหาจากไหน เงินที่ใช้มีจำนวนเท่าไหร่ ระบบการจัดการให้ใครทำ วัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้าง
2. การปฏิบัติการ คือการทำตามแผนในข้อ 1
3. ต้องมีการประเมินผลการทำงานทุกครั้ง เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง ข้อจำกัด โอกาส ของเราว่ามีอะไรบ้าง
แหยมทำหัวทรงในรูปนี้ดิ..
รับรอง.. หึหึ
แหยมเป็นตัวอย่างของการทุ่มเททำงานจ่ะ
เห็นความตั้งใจของแหยม ใส่ใจนักเรียน ใส่ใจในรายละเอียดแล้วปลื้ม
หยาดเหงื่อนี้เพื่อนักเรียน เพื่อโรงเรียน เพื่อเพื่อนๆในองค์กร เพื่อที่จะถ่ายทอดสิ่งดีๆไปให้กับคนอื่นๆและที่สำคัญ เพื่อตัวแหยมเองด้วยจ่ะ
เห็นในความตั้งใจของแหยมเหมือนกัน
สู้ ๆ
ขอบคุณ สำหรับทุกๆกำลังใจ เจ้าค่า….
พี่รู้ตัวเสมอว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่ได้น้องแหยมมาทำงานให้
ไม่เคยลืมความดีของน้องแหยม
แม้ในวันที่ความรู้สึกของเราสองคนอาจเปราะบางบ้าง เนื่องด้วยความเหนื่อย และข้อจำกัดด้านต่างๆ
น้องแหยมใช้เวลาหนึ่งปีทำให้ปิ่นเกล้าก้าวกระโดดได้ขนาดนี้ เทรนน้องให้เก่งได้ขนาดนั้น
อยากบอกว่ารู้, เห็น, และขอบคุณในทุกสิ่งทุกอย่างที่แหยมทำเสมอ
รัก
เห็นด้วยกะความเห็นของคุณวันเสาร์ที่28 (สีแดง)
ที่บอกว่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก555555555555555555555555555555555555
การรอคอยความรัก กาลเวลา