ร่างกม.ระเบียบบริหารราชการส่อวุ่น
ครม.ขิงแก่ งุบงิบชง ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการฯ ให้ ข้าราชการที่ไปทำงานนอกประเทศ ต้องโอนไปกระทรวงต่างประเทศ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่...) พ.ศ....  ซึ่งเสนอโดยนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.) ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีแนวโน้มจะผ่านการพิจารณาเร็ว ๆ นี้ หากมีผลบังคับใช้   จะก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมามาก เพราะในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้มีส่วนแสดงความเห็นในข้อกฎหมายแต่อย่างใด สำหรับประเด็นที่คาดว่าจะทำให้เกิดผลกระทบกับหลายส่วนราชการที่มีข้าราชการไปทำงานในต่างประเทศ คือมีมาตราหนึ่งกำหนดไว้ว่า การโอนข้าราชการพลเรือนสามัญจากกระทรวงหรือกรมหนึ่ง ไปดำรงตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนในต่างประเทศสังกัดกระทรวงหรือกรมหนึ่งเป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด ให้กระทำได้และให้โอนไปสังกัดกระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด จากเดิมกำหนดให้ทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (กพ.) กำหนด   ทั้งนี้ เท่ากับว่าข้าราชการไทย ภายใต้สังกัดกระทรวงต่าง ๆ   หากจะทำงานในต่างประเทศต้องทำเรื่องขอโอนย้ายไปสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ และขึ้นตรงกับเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำในแต่ละประเทศ ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือ จะทำให้การทำงานหรือการสั่งงานยุ่งยากมากขึ้น เพราะเอกอัครราชทูตจะมีความถนัดด้านการเมืองหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ถนัดในด้านเศรษฐกิจน้อยมาก จึงอาจทำให้การเสนองานหรือกิจกรรมด้านการค้า ไม่ผ่านความ เห็นชอบ อีกทั้งเมื่อถึงเวลาต้องย้ายกลับมารับตำแหน่งที่เมืองไทย ก็ต้องทำเรื่องขอกลับต้นสังกัดเดิม ซึ่งจะมีปัญหาวุ่นวายในเรื่องตำแหน่งอีก   นอกจากนี้ ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะมีปัญหาวุ่นวายตามมาอีก เพราะแต่ละกระทรวงมีการจัดทำงบประมาณโดยคิดงบประมาณที่จะใช้ในการทำกิจกรรมสำหรับคนที่ไปประจำอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่หากคนที่จะใช้งบประมาณตรงนี้ถูก โยกไปสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ จะเบิกจ่ายงบประมาณอย่างไร หรือ ต้องคิดวิธีการจัดทำงบประมาณใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่อีก สำหรับกระทรวงที่เข้าข่ายจะได้รับผลกระทบหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาคือ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศถึง 56 แห่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมไปถึงกระทรวงกลาโหม ที่มีทหารออกไปประจำอยู่ในต่างประเทศเช่นกัน

โพสต์ทูเดย์  23  ก.ค.  50