ชีวิตหมอฟันอย่างผม....
หลีกเลี่ยงการเดินทางไม่ได้
หลังจากเลิกงานสอนที่คณะ...ก็ต้องไปทำงานที่คลินิก
ซึ่งผมไม่ค่อยที่จะขับรถไปเองเพราะรถติด ซึ่งทุกคนก็คงทราบดีอยู่แล้ว
พาหนะที่ผมมักจะเลือกใช้อยู่เสมอ ก็คือ รถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและลอยฟ้า
ซึ่งก็อำนวยความสะดวกให้ผมเป็นอย่างดี แม้ว่าจะรู้สึกว่าค่ารถไฟฟ้า น่าจะถูกลงมาหน่อยก็คงจะดี+++
แต่ในบางครั้งผมก็อดไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการรถเมล์ หรือ รถประจำทาง
อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว
แต่บังเอิญ ช่วงก่อนหน้านี้มีข่าวของคุณหมูแฮมเข้ามา
ซึ่งผมเองไม่ได้สนับสนุนวิธีการของคุณหมูแฮม และไม่ชอบวิธีการพูดจาของพ่อเขา
แต่ในใจส่วนหนึ่งก็เห็นใจ เพราะโดยส่วนตัวเคยประสบพบเจอกับตนเอง ซึ่งคนที่ไม่เคยนั่งรถเมล์จะไม่มีทางเข้าใจ
+++
รถเมล์สาย 14 
ผมต้องนั่งรถเมล์สายนี้ไปทำงานที่ราชวัตร ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมีแต่รถมินิบัส(เขียว) ให้บริการ เจ้าของสัมประทานอย่าง ขสมก เขาไม่อยากวิ่งรถหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ...แต่ผมจะได้นั่งเจ้ามินิบัสที่โทรม...เก่า....คนขับนิสัย(ไม่ค่อย)ดีอยู่เป็นประจำ
ความงี่เง่าของรถเมล์สายนี้มีอยู่ว่า มันจะจอดรอผู้โดยสารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นานมากกก.....มากจน คุณสามารถกินข้าวรอได้เลย
แล้วเวลาขับรถ ก็จะพยายามขับแย่งผู้โดยสารกัน มีการปาดซ้ายปาดขวา แซงกันเป็นปกติ
สัญญานไฟแดงไฟเขียว ถ้าไม่มีตำรวจดูอยู่มันก็จะไม่สนใจทันที การฝ่าฝืนกฎจราจรดูเหมือนเป็นสิ่งปกติสำหรับรถเมล์สายนี้
และที่ประหลาด คือ ถ้าใครมานั่งตอนดึกๆหน่อย จะพบพฤติกรรมการวิ่งวนสั้นๆ คือ รถเมล์สายนี้ ปกติจะวิ่งจาก สี่ย่าน ไปราชวัตร ไปอนุสามรีย์ ผ่านเซ็นทรัลเวิลด์ และวนรถกลับที่สวนลุม แต่พอตกกลางคืน ถ้ามันเห็นว่าผู้โดยสารน้อย มันก็จะเปลี่ยนเส้นทางเดินรถได้ตามความพอใจ บางคันจะวิ่งแค่เซ็นทรัลเวิลด์ บางคันวิ่งแค่อนุสาวรีย์ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
ผมเคยร้องเรียนไปที่ 184 ถึงพฤติกรรมของคนขับสายนี้
ก็พบว่ามีการดำเนินการสอบสวน ตักเตือน เปรียบเทียบปรับ 200 บาท
ซึ่งผมว่า การลงโทษดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นเลย....
+++++
รถเมล์สาย 38
ผมต้องใช้รถเมล์สายนี้ วันอาทิตย์เพราะผมทำงานแถวทองหล่อ รถเมล์สายนี้เป็นรถร่วม ขสมก (สีขาว) สายยาว วิ่งไกลมาก....
ซึ่งการขับขี่ของรถดังกล่าว จะมีลักษณะเฉพาะตัว คือ พอตกกลางคืนที่ตำรวจกลับบ้านกันแล้ว รถเมล์ร่วมสายดังกล่าวจะเปลี่ยนสภาพเป็นรถซิ่งฟอมูล่าวัน ขับแข่งกัน......เรื่องปาดซ้ายปาดขวาเป็นเรื่องปกติ
วันนั้นมันก็ขับเร็วอย่างนี้แหล่ะ
คุณป้าคนหนึ่งคงจะกลัว จึงจะเดินไปกดออดขอลง
"อ้อดๆๆ"
ป้าแกก็กดซ้ำๆ รถมันไม่ยอมจอด
"อ้อดดดดดดดดๆๆ"
ป้าแกก็กดออดอีก ทีนี้ตีนผีมันก็โกรธสิ มันกำลังขับรถไปหาพยายามอย่างเพลินๆอยู่
มันก็เลยแกล้งคุณป้า...โดยการเหยียบเบรกกะทันหัน
ได้ผลเลยครับ +++
คุณป้ากลิ้งกะแทกเสาเหล็กอย่างจัง ผู้โดยสารรวมทั้งผมก็หน้ากระแทกด้วยเช่นกัน
ผมจึงลุกไปโวยวายว่าคุณทำอย่างนี้ได้ยังไง
กระเป๋ารถเมล์สุดแซบก็บอกว่า "รถมันตัดหน้า ไม่เบรกก็ชนสิ ไม่พอใจก็ลงไปสิ"
ผมไม่เห็นรถที่ไหนมันตัดหน้าเลยสักคัน
แต่ก็ได้แต่เก็บกดอารมณ์โกรธไว้ พาป้าลุกขึ้น แล้วลงรถเมล์ไปกับแก และนั่งแท้กซี่กลับบ้านในวันนั้น
++++
รถแท็กซี่

บางครั้งผมก็มีความจำเป็นต้องนั่งแท๊กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโอกาสที่ผมต้องรีบกลับบ้าน ฝนตก หรือมีของเยอะแยะรุงรัง
ซึ่งผมคิดว่า จ่ายเงินมากหน่อย แต่สะดวกขึ้นก็คงดี
แต่เชื่อไหมครับ++ ส่วนใหญ่ที่ผมนั่งแท็กซี่ จะได้ความรู้สึกไม่ประทับใจกลับมาเสมอ
เช่น วันหนึ่งผมกลับมาจากพานิสิตไปฝึกภาคสนามที่จังหวัดนครราชสีมา ก็จะมีสัมภาระส่วนตัว และของฝากคุณแม่จากปากช่อง จำนวนหนึ่ง ซึ่งวันนั้น ผมไม่ได้ขับรถไป ถ้าจะขึ้นรถเมล์ก็คงลำบาก ก็เลยตัดสินใจเรียกแท็กซี่
ตอนนั้นเป็นเวลา 16.30 น.
ผมมารอเรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ที่ถนนอโศก ผมรอรถนานมากกว่าจะมาคันนึง เนื่องจากการจราจรในขณะนั้นติดขัด
รอประมาณ 30 นาทีรถแท็กซี่คันนึงผ่านมา
"พี่ ไปอ่อนนุชครับ"
ผมเรียกและบอกจุดมุ่งหมาย โชเฟอร์มองหน้าผมหนึ่งที และสั่นหัว "ไม่ไป จะไปส่งรถ" จากนั้น ปิดประตูใส่หน้าผม
และขับไปรับฝรั่งที่เดินออกมาจากตึกแกรมมี่เฉยเลย
ผมก็รออีก และเรียกแท็กซี่อีก 3-4 คัน ก็เหมือนเดิม "ไม่ไป จะไปส่งรถ" ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะส่งรถพร้อมกันทุกคัน แล้วมันจะวิ่งมารถเปล่าทำไม
นี่ก็เรื่องนึง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาฝนตก เกือบทุกวัน
แม่ผมก็สั่งว่า ถ้าฝนตกให้นั่งแท็กซี่มาเลย เขากลับผมเป็นหวัด
วันนั้นฝนตกหนักมาก ผมเรียกรถที่หน้าโบสถ์แม่พระ
พอขึ้นปุ้บ++
ผมบอกจุดหมาย
"พี่ครับ ไปอ่อนนุช"
คนขับบอกว่า
"ไม่ไป รถมันติด"
ผมงง และคงไม่ยอมแน่ ก็นั่งแล้วนี่ครับ
ผมบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์ไม่ไป
มันบอกว่า งั้นต้องขึ้นทางด่วนนะ
เออ....ก็ได้ ....อยากขึ้นก็ขึ้นไป
พอมาถึงหน้าหมู่บ้าน ด้วยความที่ฝนตกหนัก ซอยมันก็มีน้ำท่วมขัง ซึ่งมันก็เป็นปกติอยู่แล้ว พอโชเฟอร์มันเห็นซอย มันก็บอกว่า จอดแค่นี้นะ กลัวรถพัง คุณเดินต่อไปเองนะ....
ผมวีนแตกเลย+++
ฝนก็ตกอยู่+++
น้ำก็ท่วม+++
ถ้าตรูจะเดินลุยน้ำเอง...แล้วจะนั่งแท็กซี่มาหาหอกหักอารายวะ
ผมเลยย้อนไปว่า
"ได้++แต่ถ้าผมต้องเดินลุยน้ำเอง ผมจะไม่จ่ายค่าโดยสารนะ เพราะยังไม่ถึงจุดหมายที่เราตกลงกันไว้"
มันก็เลยยอมขับเข้ามาส่งผม
+++++
ซึ่งเหตุการณ์ที่ผมเล่ามานี้ เป็นเรื่องของการเดินทางของคนกรุงเทพฯที่เชื่อว่าหลายๆคนคงมีประสบการณ์พบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาบ้างไม่มาก็น้อย
ซึ่งผู้บริโภคเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
hot line ร้องเรียนต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องรอให้เกิดเรื่องห่วยๆแย่ๆขึ้นมาก่อน
ซึ่งไม่ได้ชดเชยความรู้สึกที่เราเสียไปได้แล้วหรอก
ต้องให้มีอีกกี่ชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเพราะรถสาธารณะพวกนี้
ผมขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่เรียกร้องความปลอดภัยจากการโดยสารรถสาธารณะครับ+++
ตัวเองชอบนั่งทุกอย่าง นั่รถเมลล์เพราะไม่รีบ นานๆ จะลองเมลล์เล็กสีเขียว รถเมลล์แดง รถแอร์ อยากรู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านไป รูปแบบการขับเปลี่ยนไปอย่างไร แต่จริงๆ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าขึ้นกับอุปนิสัยของคนขับทั้งนั้น
สิ่งที่อยากเห็นคือ การคัดคนขับรถคงต้องมี Spect เฉพาะทางเช่นอาชีพอื่นๆ ร่วมกับองค์กรที่เป็นเจ้าของช่วยพัฒนา ให้เขามี Service Mind มากขึ้น เราคงได้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
อย่างไงก็คิดเสียว่าการจราจรเป็นวิกฤตหนึ่งที่ช่วยพัฒนาทักษะการตัดสินใจได้เหมือนกัน จะได้ไม่หงุดหงิดค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ แต่นี่หล่ะค่ะเมืองไทย บางอย่างต้องทำใจ
เจอคนขับรถเมล์แอร์สีเหลือง สายปอ.5 หมายเลข 08110 แสดงกิริยา และพูดจาไม่สุภาพกับผู้โดยสาร