คนเหล่านี้มีความรู้มีความสามารถจริงๆ แต่กลับไม่มีสติที่จะยั้งคิด

ฉันมีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาอันหนึ่ง ที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ Chief Financial Office หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า CFO หรือ Finance Director, Financial Controller นั่นคือผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลงานด้านเงินๆทองๆของบริษัท ซึ่งแต่ละแห่งก็จะเรียกแตกต่างกันไป บริษัทอเมริกันมักจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า CFO ส่วนบริษัททางฝั่งยุโรปก็มักเรียกตำแหน่งนี้ว่า Finance Director หรือ Financial Controller นั่นเอง 

คำพูดหนึ่งที่สะดุดหูฉันในระหว่างที่ฟังบรรยายเกี่ยวกับการฉ้อฉลคือ Fraud is a crime of choice. เพราะว่าคนที่จะฉ้อฉล ในที่นี้จะกล่าวถึงผู้ที่ฉ้อฉลบริษัทเท่านั้น เพราะไม่อยากไปวุ่นวายกับกรณีอื่นๆ  คนที่จะกระทำ มักจะเริ่มจากความอยากต่างๆนาๆ อยากลอง อยากรวย อยากอวดเก่ง อยากโน่น อยากนี่ เมื่อมีความอยากแล้วเขาก็ต้องเริ่มคิดมองหาช่องทางต่างๆที่เปิดโอกาสให้ฉ้อฉลได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างทางกฎหมาย เทคโนโลยีต่างๆ และตัดสินใจที่จะลงมือกระทำ นอกจากนั้นบางคนอาจจะตั้งใจฉ้ลฉลบริษัท พร้อมมองทางหนีทีไล่เอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วย  

ฉันว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะผู้กระทำเป็นผู้ที่มีความรู้ดี เนื่องเพราะมีความรู้ดีถึงขนาด จึงสามารถมองหาช่องทางต่างๆได้ อาจจะเป็นจุดบอดของกฎหมายที่ที่ปรึกษากฎหมายต่างๆมองเห็นและนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง  Bug ของระบบเครือข่ายที่นักแฮงค์เกอร์มือดีสามารถเจาะระบบเข้ามาได้ ช่องโหว่ของระบบงานในบริษัท คนเหล่านี้มีความรู้มีความสามารถจริงๆ แต่กลับไม่มีสติที่จะยั้งคิด ขาดสติที่จะมองเห็นอะไรถูกอะไรผิด ไม่รู้ดีรู้ชั่ว มองไม่เห็นเส้นแบ่งตรงนั้น คนเหล่านี้บ้างแม้ถูกจับได้ ก็ยังไม่ตระหนักว่าที่ตนทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากที่คนหลายคนขณะนี้ที่ไม่มีหิริโอตัปปะสามารถทำอะไรก็ได้โดยในใจนั้นไม่สำนึกแม้แต่น้อย