สวัสดีครับทุกท่าน

         เป็นไงครับ หลงกดเข้าแล้วอีกคนครับ....ว่าแต่ว่าคุณติดกาแฟหนักไหมครับ หรือว่าดื่มก็ได้ไม่ดื่มก็ได้ หรือว่าเข้าขั้นโคม่าครับ คือไม่ได้ดื่มวันไหน ตรงตามเวลาถึงขั้นกระวนกระวาย หายใจไม่ออก พาลให้ปวดหัวตัวร้อน จะอ้วก....

         ตามประสบการณ์ที่ผมเจอ ไม่ว่าจะงานประชุมวิชาการ หรือวิชาเกิน หรือแบบสัมมนาธรรมดา จะมีกาแฟเตรียมไว้ให้ครับ อาจจะมีบางที่ที่มีชาด้วยครับ

         ความแรงแต่ละคนก็แตกต่างกันไปครับ ตามส่วนผสมที่โฆษณากันในทีวีครับ ผลิตภัณฑ์นี้ก็ออกมาเต็มตลาดเลยครับ นับว่าสุดยอดกาแฟเลยทีเดียวครับ

         ผมเป็นคนไม่ดื่มกาแฟ แล้วจะมาเขียนเรื่องกาแฟทำไมครับ บังเอิญด้วยประสบการณ์ที่เจอ ครั้งหนึ่งผมเคยผ่านไปที่ จ.เลย ครับ ได้เจอร้ายขายชาเต็มไปเลยครับ ผมไปเจอชาชุดหนึ่งแล้วทำให้ต้องทบทวนคิด นั่นคือ ชาตะไคร้ครับ ผมเลยซื้อสองถุงไปฝากที่บ้าน เป็นเพียงความบังเอิญ และคิดถึงพ่อในตอนนั้น เพราะคิดว่า น่าจะลองดื่มชาตะไคร้ดูบ้าง นอกจากกาแฟ เพราะพ่อผมดื่มกาแฟเก่งเหมือนกันครับ แล้วดื่มเสร็จก็นอนหลับได้ด้วยครับ ยอดจริงๆ ครับ และดื่มวันหนึ่งก็คงไม่ต่ำกว่าสามแก้วใหญ่ครับ

        มาตอนหลังแม่บอกว่า หลังจากที่ชงชาตะไคร้ให้พ่อดื่ม เหมือนว่าจะไม่ชอบกาแฟ คือเหมือนว่างดกาแฟได้ครับ และแล้วชาตะไคร้สองห่อนั้น ก็หมดไปครับ ทำให้ผมได้ข้อสังเกตบางอย่างว่าสงสัยอาจจะเกี่ยวกันก็ได้ แต่มันเป็นเพียงครั้งเดียว

        หลังจากนั้นมาช่วงราวๆ หนึ่งปีจะได้ครับ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่คนหนึ่ง ผมเล่าให้ฟังเรื่องการติดกาแฟ ก็เลยเล่าเรื่องคุณพ่อให้ฟัง พี่เค้าเลยแนะนำสูตรชาตะไคร้ให้ครับ ประกอบกับที่บ้านมีตะไคร้เยอะครับ ก็เลยบอกให้คุณแม่ลองทำดูอีกครับ ผมจริงๆ แล้วผมจะกลัวครับ หากใครต้องดื่มกาแฟหนักๆเนี่ย ด้วยความเป็นห่วงจริงๆครับ ดื่มเล็กน้อยไม่ติดไม่ว่ากันครับ แต่ดื่มจนถึงขั้นปวดหัวเนี่ย น่ากลัวนะครับพี่น้อง เหมือนกับคนที่ติดโค๊กน้ำอัดลมนั่นหล่ะครับ

        หลังจากผมแนะนำสูตรทำชาตะไคร้ให้คุณแม่ และคุณพ่อก็ดื่ม ได้ข่าวมาว่า กาแฟผงที่ซื้อมายังเหลือทั้งซอง พ่อไม่แตะเลย ฮ่าๆๆๆ ทำให้ผมคิดว่า สงสัยน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันจริงๆ แล้วด้วยเนี่ย....

       ท่านใดที่ติดกาแฟหนักๆ ลองไปทำดูนะครับ สิ่งที่ผมแนะนำให้คุณแม่ทำชาตะไคร้ (สูตรจากน้าบัง) ก็คือ

  • เอาตะไคร้สดมาซักหนึ่งกำ ตัดรากออก ตัดใบออก แล้วล้างให้สะอาดครับ

  • ทุบตะไคร้ให้แตกๆ ด้วยสากกระเบือ หรืออะไรก็แล้วแต่ครับ

  • ต้มลงไปในน้ำร้อน ตัดรสด้วยน้ำตาลกรวดนิดหน่อยครับ

  • แล้วก็เป็นชาได้เลยครับ

ลองเอาไปทำดูนะครับ หากท่านได้ทำแล้วได้ผลอย่างไร รบกวนแจ้งและทดสอบเป็นหนูทดลองดูนะครับ

เรื่องนี้อาจจะไม่เป็นจริงครับ แต่สำหรับพ่อผมท่าทางจะจริงครับ...จะลองติดตามดูไปเรื่อยๆครับ คุณแม่บอกว่าหลังจากพ่องดดื่มกาแฟ ก็หันมาทานข้าวมากขึ้นครับ......แต่เปลืองข้าวคงไม่เป็นไรเพราะทำนากันเองกินกันเอง....สวนกาแฟเราผลิตไม่ได้...แต่เราผลิตชาตะไคร้ได้ภายในครัวเรือน

เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ......จริงไม่จริงอย่าเชื่อโดยไม่ได้เป็นหนูทดลองครับ

ขอบพระคุณมากครับ

เม้ง สมพร