ถ้าใครได้ดู รายการกบนอกกะลาก็คงจะเข้าใจบรรยากาศในชีวิตของพวกเราตั้งแต่ต้นจนออกมาทำงานเป็นนักบิน แต่ขอบอกว่านั่นเป็นแค่บางส่วน น่าจะซัก 1 ใน 10 ได้มั้งครับ จริงๆแล้วการบินบนอากาศไปกับครูของเรามันมีเรื่องที่ประทับใจ อึดอัดใจ จนกระทั่งสะเทือนใจ จนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกมากมาย จนมีคนพูดว่าการเรียนที่ เตรียมทหาร 2 ปี รวมกับที่ นายเรืออากาศ 5 ปี(เดี๋ยวนี้เค้าเรียน 4 ปี) ยังไม่เท่ากับที่ รร.การบินปีเดียว ซึ่งผมได้พิสูจน์แล้วว่าจริง
นับจากวันที่ผมจบการศึกษาจาก รร.การบินมา ได้เลือกไปบินกับเครื่องบิน OV-10C ที่ กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ เครื่องบินแบบนี้บางคนเห็นยังบอกว่ามันยังบินได้อีกเหรอเนี่ย เพราะคนที่เชียงใหม่เค้าเห็นเครื่องบินแบบนี้มาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ย้ำ 20 กว่าปีครับ!! ตอนผมไปดูที่เครื่องก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แต่พอได้คลุกคลีกับมัน ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เก่าเก็บเป็นเศษเหล็ก แต่มันยังเป็นม้าป่าที่ทรงพลังเหมือนเดิม(อ้อ ลืมบอกไปว่า เค้ามีชื่อเรียกเล่นๆว่า Bronco แปลว่าม้าป่าน่ะครับ) ต้องชมพี่ๆช่างเครื่องบินของกองบินน่ะครับ เค้าเก่งมากๆ ที่ดูแลพวกมันให้ใช้งานได้จนถึงวันที่มันได้รับใช้ประเทศชาติจนถึงวันสุดท้าย แต่อย่าคิดว่าเมื่อมันโดนปลดประจำการแล้วมันจะกลายเป็นเศษเหล็กนะครับ เราได้ใช้ประโยชน์จากพวกเค้าอีกในฐานะฑูตสันถวไมตรี(ดูดีจัง) เพราะว่าเราได้มอบให้กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้นำไปใช้งานต่ออีก 8 เครื่อง ซึ่งผมเองได้มีโอกาสร่วมคณะผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปเยือนฟิลิลปินส์ เลยได้มีโอกาสเห็นมันขึ้นไปบินบนฟ้าอีกครั้ง ซึ่งนักบินฟิลิปปินส์ชี้ให้ดูว่านั่นไง เครื่องที่มาจากประเทศไทย วินาทีนั้นผมรู้สึกภูมิใจ และยืดมาก ชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก ทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้นเหรอครับ แล้วจะเล่าประสบการณ์ที่โชกโชนกับมันให้ฟังต่อไปครับ
น่าจะเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ ว่านักบินเค้าทำอะไรกันเวลาไปอยู่บนฟ้า อีกอย่างอยากทราบว่าทำไมเวลาเครื่องบินตกเนี่ย ทำไมนักบินเราตายตลอดเลย ทีต่างประเทศไม่เห็นเค้าค่อยตายกันเลย