ข่าวและเหตุการณ์

ชื่อผลงาน เรื่อง  กระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์  :  การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ    Title   :      News and Events  Learning  Process  :  Child Centred    

ความสำคัญ จากกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมยุคโลกาภิวัตน์และจากการเปลี่ยนแปลงแนวคิด หลักการและทิศทางในการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542และแก้ไขเพิ่มเติม   ทำให้บทบาทของครูที่จะสอนเฉพาะความรู้   ความจำ ต้องเปลี่ยนแปลงไป การสอนเด็กให้คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ หรือการคิดเป็น เป็นแนวคิดที่จำเป็นและต่อเนื่องมาตั้งแต่มีการใช้หลักสูตรฉบับพุทธศักราช 2521   และหลักสูตรฉบับปรับปรุง 2533   ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น   แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แนวคิดนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดร. ก่อ  สวัสดิพานิช  (อ้างถึงในสุมน  อมรวิวัฒน์. 2545)    อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่า  ความรู้ความสามารถของผู้เรียนนั้น  ได้รับจากภูมิปัญญาท้องถิ่นส่วนหนึ่ง ได้รับจากครูผู้สอนจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งได้รับจากสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวสาร และได้กล่าวอีกว่า  ความรู้วิทยาการที่ได้รับจากสื่อมวลชนเป็นสิ่งที่ทันสมัย การติดตามข่าวและเหตุการณ์โดยใช้วิจารณญาณอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ทันต่อเหตุการณ์  ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ   จากการนิเทศติดตามผลการจัดการเรียนการสอน และผลจากการประเมินคุณภาพภายนอก ของสำนักงานรับร องมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) พบว่า  ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้เรียนซึ่งขาดทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ซึ่งสอดคล้องกับสหรัฐอเมริกา  มลรัฐฟลอริดา  ได้กำหนดมาตรฐานผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐว่า  ผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องรู้จักใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้คำว่า  Information  manager   และสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพใช้คำว่า  Effective  Communicator   ซึ่งเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพหรือคุณภาพของผู้เรียน ( กรมวิชาการ  2543: 3)     ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาวิจัยของ นงลักษณ์  วิรัชชัยและคณะ  (อ้างถึงใน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2546)  พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  จาก  199  โรงเรียนอยู่ในระดับที่ยังไม่น่าพอใจ  มีความสามารถด้านวิชาการ  ทักษะการคิด ทักษะการค้นคว้าต่ำกว่าเกณฑ์  (ร้อยละ 60)     และสอดคล้องกับรายงานสรุปการติดตามและประเมินผลการปฏิรูปการศึกษา  (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  2546 : 13-14 )  ด้านกระบวนการเรียนการสอน พบว่า  นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ  เนื่องจากยังขาดทักษะการคิด ทักษะการค้นคว้าและความรู้พื้นฐาน     สมจิต  สุวรรณบุษย์.  2545  สรุปไว้ว่า  กระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์  เป็นวิชาหรือกลุ่มสาระที่ทันสมัยที่สุด  กล่าวคือ  ณ  วันนี้สังคมเป็นอย่างไร  ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เท่าทันไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม  จะสามารถปรับตัวให้เผชิญกับสถานการณ์จริงในวิถีชีวิตเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข     ...คนไทยส่วนใหญ่มีการศึกษาดี  แต่คิดไม่เป็น  บูรณาการไม่เป็น  ถ้าไม่เร่งแก้ไข โอกาสที่เด็กไทยจะเติบโต  แต่มีคุณภาพต่ำจะเพิ่มสูงขึ้น    พ.ต.ท. ทักษิณ  ชินวัตร  (อ้างถึงใน   สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.  2546)   

ดังนั้น  การสอนข่าวและเหตุการณ์จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นหลายประการ   คือ

    1. ข่าวและเหตุการณ์      เป็นข้อมูลเพื่อหาเหตุผลและการเตรียมตัวเผชิญกับสภาพปัญหาแวดล้อม
    2. ข่าวและเหตุการณ์เป็นเรื่องของสังคม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ข่าวต่างๆเป็นเรื่องของมนุษย์      ต้องรู้จักสภาพสังคม การติดตามข่าวจึงต้องกระทำตลอดเวลา
    3. การสอนข่าวและเหตุการณ์เป็นการฝึกการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
    4. การสอนข่าวและเหตุการณ์เป็นการฝึกทักษะทางภาษา
    5. การสอนข่าวและเหตุการณ์เป็นการฝึกบุคลิกภาพและการแสดงออกที่ดี     
    6. การสอนข่าวและเหตุการณ์เป็นการฝึกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์และการแก้ปัญหา     
    7. การสอนข่าวและเหตุการณ์ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนติดตามฟังข่าวตลอดเวลา     
    8. การสอนข่าวและเหตุการณ์ช่วยฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิดและใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ข่าว     
    9. การสอนข่าวและเหตุการณ์ช่วยฝึกให้ผู้เรียนรู้จักการปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์ต่างๆ    
    10. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเอาข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ มาเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิต    
    11. การสอนข่าวและเหตุการณ์ ช่วยสร้างคุณลักษณะนิสัยให้แก่ผู้เรียนหลายประการ  คือ
       11.1     ฝึกให้ผู้เรียนเป็นคนใจกว้าง และยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น
       11.2     ฝึกการรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบ
       11.3     ฝึกการตรงต่อเวลา
       11.4     ฝึกมารยาทในการพูด การฟัง การอภิปรายซักถามและสมาธิในการฟัง
       11.5     ฝึกให้รู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณ
       11.6     ฝึกความซื่อสัตย์ ไม่บิดเบือนความจริง   ฯลฯ 

แนวคิดทฤษฎี    ปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการสอนให้คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณหรือการคิดเป็นยังมีความต่อเนื่องและมีความจำเป็น ดังเหตุผลของนักคิด นักการศึกษา  ได้กล่าวไว้ดังนี้

          1.  สังคมกำลังเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคข่าวสารข้อมูลและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Information and Technology Society) ทำให้คนต้องรู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณเพื่อให้สามารถเลือกรับข่าวสารข้อมูลและใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและมีประโยชน์อย่างสูงสุดกับตนเองมากขึ้น
          2.  การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ (Paradigm) หรือฐานคิด ในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher  Centred ) ที่ผู้เรียนต้องพึ่งพาความรู้จากครูมาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child  Centred )หรือการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด ทำให้ผู้เรียนต้องใช้ความสามารถในการคิด การวิเคราะห์  และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนให้คิดเป็นมากขึ้น
             3.กระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) กระแสทำประเทศให้เป็นสากล   ทำให้คนไทยต้องแข่งขันกับสังคมโลกมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มสมรรถภาพด้านกระบวนการคิดการแก้ปัญหา และการสร้างความรู้ด้วยตนเองของคนไทย
             4.การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  2542    และการประกันคุณภาพการศึกษา  ทำให้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า  ครูต้องเน้นทั้งความรู้คู่คุณธรรมและบูรณาการ  มุ่งฝึกผู้เรียนให้รู้จักคิดและคิดเป็น  เช่น  หมวดที่ 4  แนวการจัดการศึกษา มาตรา 23  การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้  คุณธรรม  กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม      มาตรา 24  (2)  ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
             5.ข้อกำหนดตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินภายนอกรอบแรก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ด้านผู้เรียน  มาตรฐานที่ 4   ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ มาตรฐานด้านกระบวนการ  มาตรฐานที่ 18    สถานศึกษามีการจัดกิจกรรม    และการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
             6.ข้อกำหนดตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ข้อ 2   ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักคิด  ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ มีเหตุผล มีความรู้อันเป็นสากลรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการต่างๆ   มีความสามารถในการ    สื่อสาร  การจัดการและใช้เทคโนโลยีที่จำเป็น 

วัตถุประสงค์
          8.1    เพื่อพัฒนาบุคลากรครูสู่การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
          8.2    เพื่อปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ  2542
          8.3    เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ทั้งด้านความรู้ความสามารถ  ทักษะกระบวนการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์    เช่น           

 - ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง - ทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ      แก้ปัญหาและการตัดสินใจที่ดี - ทักษะทางภาษา  บุคลิกภาพและการแสดงออกที่ดี

- เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน  เช่น    ความรับผิดชอบ  มีเหตุมีผล  อดทน   มีใจกว้าง  ซื่อสัตย์  การร่วมมือกันทำงาน  มีมารยาทในการฟัง พูด อภิปรายซักถาม   การปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลง     ฯลฯ

สรุปผลและประโยชน์ผลการศึกษาค้นคว้า        คือ              
    1.ได้รูปแบบ เทคนิค/ขั้นตอนกระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์  ดังนี้                         

                   กระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์ 

เทคนิค/ขั้นตอนการสอนข่าวและเหตุการณ์         9     ขั้นตอน    ดังนี้

     1.     กลุ่ม :  รวมพลังจุดประกาย
     2.     หลากหลายแหล่งข่าว
     3.     หนึ่งดาวข่าวเด่น
     4.     เลือกเฟ้นนำเสนอ
     5.     เพื่อนเกลอร่วมคิด
     6.     มวลมิตรร่วมวิจารณ์
     7.     ประสานงานการสรุป
     8.     ปฏิรูปการประเมิน
     9.     เพลิดเพลินหลังข่าว

    2. ครูแกนนำปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบทบาท และพฤติกรรมการสอนตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ   2542
    3.  นักเรียนกลุ่มเป้าหมายพัฒนาความรู้ความสามารถ ทักษะกระบวนการและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์   เช่น  ใฝ่รู้ใฝ่เรียน   กล้าแสดงออก  มีความรับผิดชอบ ร่วมมือกันทำงาน มีเหตุมีผล  มีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์  คิดอย่างมีวิจารณญาณ  แก้ปัญหาและการตัดสินใจที่ดี  ตลอดจนการนำเนื้อหาสาระข่าวและเหตุการณ์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะในการขยายผล
    1. ควรจัดกิจกรรมกระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์ในช่วงเช้าทุกวัน     และทุกช่วงชั้น  วันละประมาณ  1   คาบ (50 นาที)
    2. ควรปรับปรุงและพัฒนาคู่มือกระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์  เพื่อเผยแพร่แก่ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา
    3. ควรพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง กระบวนการสอนข่าวและเหตุการณ์ โดยยึดหลักการพัฒนาบุคลากรในภาวะปกติโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School  Based  Training)