ทางมหาวิทยาลัยบูรพา ได้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้พวกเราฟังว่า ตอนนี้ที่ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนูรพา นั้นเปิดสอน กศ.บ. ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และกำลังจะเปิดภาษาเกาหลี เพิ่มอีก โดยใช้สูตร ๒:๒ คือเรียนที่เมืองไทย ๒ ปี และไปเรียนที่ประเทศเจ้าของภาษาอีก ๒ ปี

 

 เรียนรู้จากการประเมิน คณะศึกษาศาสตร์

 

 

           ในการประเมิน คณะศึกษาศาสตร์ รอบนี้  คณะศึกษาศาสร์ ได้รับเกียรติจากคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยบูรพา ในกิจกรรมนี้ ผมได้ร่วมกิจกรรมในฐานะ ผู้ถูกสัมภาษณ์ และเข้าฟังการ React ในฐานะบุคลากรคนหนึ่งของคณะศึกษาศาสตร์

           ถ้าถามว่าได้อะไรจากการประเมินครั้งนี้ สิ่งที่ได้ก็คือ ได้ FeedBack ให้คณะได้รับทราบข้อมูล ผ่านคณะกรรมการประเมิน ซึ่งสิ่งที่ผมเสนอกลับไป คือเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ที่ภาควิชา ได้รับจากคณะ ร้อยละสิบของเงินรายได้ ซึ่งในปัจจุบันนั้น เมื่อรวมครุภัณฑ์ แล้วที่ภาควิชาเงินแทบจะไม่พอใช้ ปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งหมึกพิมพ์ เราก็ต้อง ร้องเพลงรอแล้วรออีก  ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการ จัดบริการ Wiress Access ให้บริการตามห้องเรียน ซึ่งปัจจุบันนิสิต มีโน้ตบุ๊ค ใช้ในห้องเรียน แต่ทาง Citcoms (ควรให้เป็นระบบเดียวกัน)ยังไม่ติดตั้งบริการ

            ไม่เอาดีกว่า ไม่อยากพูดเรื่องความเครียด ในวันนั้นเมื่อมีการ ReAct ผลการประเมิน ซึ่งในหลายๆ เรื่อง คณบดีจากสองสถาบัน ค่อนข้างทึ่ง และชื่นชม เรื่องความเข้มแข็งในการประกันคุณภาพ ของคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเราสามารถดำเนินกิจกรรม PDCA ได้อย่างครบวงจร ซึ่งมีพี่เลี้ยง ที่ดีแล้วเข้าใจในงานประกัน ของพี่จิ๋ว (รศ.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย) และการลงมาเล่นด้วยตนเองของคณบดี เมื่อปีที่แล้วเราได้คะแนน 5 เต็มใน Part A

             และในปีนี้เราก็ทำคะแนนผลการประเมินได้ไม่แพ้ปีที่แล้ว

 

 ในตอนหนึ่งที่เป็นบทเรียนที่ผมว่าเป็นผลพลอยได้จากการประกันคุณภาพ ก็คือมิตรภาพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากสถาบันอื่น

 

            ซึ่งในวันนี้ผมได้แสดงความคิดถึงเรื่อง การเปิดหลักสูตรสองปริญา ในสาขา กศ.บ. และ ศศ.ม. ภาษาอังกฤษ ซึ่งเคยเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่มากับเทคโนโลยีการศึกษา แต่ในปัจจุบันนี้ คณะศึกษาศาสตร์ มอนอ เปิดเพียง ๒ หลักสูตร คือเทคโนฯ กับคอมพิวเตอร์ศึกษา และแนวโน้มต่อไปในอนาคต เราจะเปิดสองปริญญา ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์

              สาเหตุที่เราเปิด เอกภาษาอังกฤษ ไม่ได้นั้น เพราะว่าจัดการศึกษาแล้วขาดทุน คณบดีลองคำนวณ แล้วว่า เมื่อเปิดสอน เราไม่มีอาจารย์ของเราเอง เราต้องขอความอนุเคราะห์อาจารย์จากคณะมนุษยศาสตร์ เมื่อเราเปิดสอน พบว่าทำให้อาจารย์คณะมนุษย์ต้องสอนเกิน ทั้งนี้ อาจารย์คณะมนุษย์ ก็สอนหนักอยู่แล้ว ประมาณ 20-30 คาบต่อสัปดาห์ เพราะต้องสอน Service วิชาพื้นฐาน และเมื่อสอนเกินส่วนของค่าสอนเกินก็ขอมาเบิกกับคณะศึกษาศาสตร์ ทั้งที่ ค่าลงทะเบียนเรียนในวิชานั้นก็จ่ายไปทางคณะมนุษย์แล้ว (คณบดี คณะศึกษาศาสตร์ ให้ความเห็นว่าเป็นความเป็นธรรมที่เราต้องจ่ายเพราะอาจารย์ท่านสอนเกินจริง ๆ)ดังนั้นทางคณะศึกษาศาสตร์ จึงได้ชลอการเปิด เอกอังกฤษออกไปก่อน เพื่อหาแนวทางจัดการหลักสูตรใหม่  แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถ ได้รับความร่วมมือจากทางคณะมนุษย์ในการร่วมเปิดสองปริญญาอยู่ดี ได้รับแจ้งว่า คณะมนุษยศาสตร์ยังไม่พร้อมในการทำหลักสูตร 2 ปริญญา

                ซึ่งในวันนั้น ทางมหาวิทยาลัยบูรพา ได้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้พวกเราฟังว่า ตอนนี้ที่ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนูรพา นั้นเปิดสอน กศ.บ. ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และกำลังจะเปิดภาษาเกาหลี เพิ่มอีก โดยใช้สูตร ๒:๒ คือเรียนที่เมืองไทย ๒ ปี และไปเรียนที่ประเทศเจ้าของภาษาอีก ๒ ปี

               ส่วนคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าแลกเปลี่ยนให้พวกเราฟังว่า "ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรนั้น เรามีการจัดการเรียนการสอนเอกภาษาอังกฤษ และภาษาจีน"  โดยภาษาอังกฤษ ที่ศิลปากร อาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษ นั้นเป็นอาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ นอกจากสอนในคณะ แล้ว ที่ศิลปากร อาจารย์ภาษาอังกฤษ ศึกษาศาสตร์ ยังต้องสอน Service วิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐานให้กับวิชาทั่วไป ร่วมกับคณะมนุษย์อีกด้วย ส่วนภาษาจีนนั้น ใช้หลักสูตร ๒:๒ เหมือนกับบูรพา คือเรียน สองที่ และได้สองปริญญา

(ต่อตอน # ๒)