ในบล็อชื่อ "แด่ลูกศิษย์ของฉัน" นั้นผมเล่าเกี่ยวกับลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ต้อง หยุดเรียนเพื่อมาทำงาน อ่านดูแล้วเศร้า ครับ ชีวิตของคนเรา อย่าง ที่เขา ว่ากันนะครับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
แต่มาเมื่อหลายคืนก่อน ผมกับลูกชายไปทานโรตีชามี โรตีอาหรับที่ร้าน แห่งหนึ่ง บังเอิญได้พบกับอดีตผู้ปกครองนักเรียนซึ่งเคยเรียนที่โรงเรียนที่ผมเคยบริหาร ก็คุยกัน เรื่อง ลูกของเขาซึ่งเป็นลูกศิษย์ของผม ครับ เขาบอกว่า ลูกชายของเขา กำลังเรียน ชั้น ม.4 ในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ในปีนัง ประเทศมาเล เซียครับ เขาเล่าถึงลูกชายของเขาหลายเรื่อง ทั้งบวกและลบ รวมถึงการ พาลูกไปเที่ยวเมืองจีนและฮ่องกง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ และเพื่อตรวจ สอบผลการเรียนของลูกครับว่า เรียนโรงเรียนนานาชาติแล้วออกสู่โลก กว้าง แล้วเป็นอย่างไรบ้าง? เท่าที่ฟังเขาเล่า ดูเขาจะพอใจครับ
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาและผมถอดบทเรียนจากลูกของเขาตรงกันนั่นคือ วัยที่เราส่งลูกๆไปเรียน เรามุ่งให้เขาเรียนอย่างเดียวครับ งานแทบจะไม่ ได้แตะหรือมอบให้รับผิดชอบอะไรเลย นอกจากเรียนและเรียน ซึ่งทำให้ ้เด็กขาดทักษะในเรื่องการทำงานครับ
บางคนจบมาใหม่ ทำงานไม่เป็นครับ
ผมเป็นครู ไม่เคยเรียนศาสนา แต่รู้สึกว่า ได้เดินทางมาผิด เลยพยายามเรียนรู้ศาสนามาด้วยตนเอง ก็เลยอยากให้ลูกๆ เรียนศาสนา ไม่ใช่เพื่อเป็นนักการศาสนา หรือนำวิชาศาสนาไปประกอบอาชีพ แต่ให้เขาเรียนศาสนา เพื่อเป็นเสบียงของเขาสู่ โลกที่มั่นคง และถาวร
แต่ ระบบบ้านเรา บางครั้งไม่ได้เป็นไปตามที่เราอยากได้ ก็เลยไม่สามารถให้ลูกเรียนศาสนาโดยตรงได้ แต่ก็ให้ลูกๆ เรียนอยู่ในวังวนของศาสนา คนโตทั้งสองคน เรียนที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา แม้จะสอบติดมหาวิทยาลัยอื่น และพวกเราบางคนที่ไม่เข้าใจ ชีวิตที่ถาวรอย่างถ่องแท้ ก็ถามว่าทำไมไม่ให้ลูกเรียนมหาลัยอื่นที่เขาสอบติด
คำถามที่ชอบถามตัวเอง และถามเสมอๆ ว่า
เราอยู่บนโลกนี้ทำไม..
เราจะไปไหน..
เรามีความสุขจริงหรือที่ลูกเราไปอินเตอร์ที่ขาดบุคลิกอิสลาม
สำหรับบางคนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่อิสลามได้เพราะเขาอาจจะเป็นเหมือนปลาเป็นที่อยู่ในทะเล
แต่ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง .. ขอเลือกให้เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมอิสลาม ดีกว่า ..
ชีวิตเขาจะปลอดทั้งวันนี้ อินชาอัลลอฮฺ พรุ่งนี้ด้วย