ในการสัมมนาที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อวันที่ ๑๐ ก.ค. ๕๐     มีผู้ถามว่า  “ทำไมการศึกษาแก้ปัญหานักการเมืองโกงไม่ได้”     คำถามสั้นๆ นี้ผมว่าตอบได้หลายคำตอบหรือหลายแนว      ผมจะลองตอบเพื่อ ลปรร. กันนะครับ

         คนโกงไม่ได้มีเฉพาะนักการเมืองนะครับ     มีอยู่ทุกวงการ (รวมทั้งวงการแพทย์และครูด้วย)     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลูกสาวที่ทำงานมูลนิธิช่วยเหลือเด็กนักเรียน    (และเคยท้อถอยจากการเผชิญความไม่ซื่อสัตย์ของครู และเจ้าหน้าที่ในวงการศึกษา (บางคน)      ในการเล่นพวก  ส่งเด็กที่เป็นพวกพ้องของตนและไม่จนจริง  มาขอทุน)     บอกผมอย่างลิงโลดว่า     สพท. หลายแห่งลงโทษครูและเจ้าหน้าที่ที่อมเงินเด็ก     เป็นนิมิตดีว่าต่อไปวงการศึกษาจะสะอาดขึ้น

         เราไม่มีทางทำให้คนโกงหมดแผ่นดิน    นี่เป็นพระราชดำรัสของในหลวง     และเป็นความจริงในทุกแผ่นดิน

         วิธีทำให้คนโกงมีน้อยลง  และมีฤทธิ์เดชน้อยลง  ต้องทำหลายอย่างประกอบกัน    วงการศึกษาทำได้ และควรทำ     แต่จะไม่เพียงพอ     เพราะเวลานี้วงการศึกษายิ่งนับวันก็ยิ่งมีอิทธิพลน้อยลงในเรื่องการสร้างค่านิยมในสังคม    เสียแชมป์ให้แก่วงการสื่อมวลชนไปนานแล้ว

         วงการศึกษามีวิธีสร้างค่านิยมแก่เด็กแบบที่ล้าสมัย และไม่ได้ผล หรือได้ผลน้อย     และยิ่งกว่านั้น ครูโดยทั่วไปเอาใจใส่เรื่องนี้น้อย  


         บางคนยกเรื่องแก้โกง หรือ กันโกง ไว้ที่กฏหมาย     ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่มาก    เพราะคนโกงขนาดใหญ่ โกงเป็นทีม  โกงเชิงระบบ  จะมีวิธีซิกแซ็กเสมอ     ยิ่งนับวันวิธีโกงก็ยิ่งซับซ้อนยิ่งขึ้น  และโกงขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น    การบังคับใช้กฎหมายกันและแก้โกง จึงต้องเก่งขึ้น    จะเห็นว่า ในเกม โปลิศจับขโมย  ย่อมมีทั้งโปลิศชนะ และขโมยชนะ    แต่ในชีวิตจริงบางครั้งโปลิศเป็นขโมยเสียเอง     ชีวิตจริงมันซับซ้อนเช่นนี้      แต่เวลาตั้งคำถาม เราคาดหวังคำตอบแบบ “โป้งเดียวจอด”     ซึ่งไม่มี     ผมมองว่า คนที่จะไม่โกงต้องเป็นคนที่เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น  เคารพสังคม  เคาระกติกาของการอยู่ร่วมกันในสังคม     สังคมต้องสร้างคนแบบนี้ตั้งแต่เด็ก      ย้ำว่าสังคมต้องช่วยกันกล่อมเกลาาสร้างสรรค์     ไม่ใช่ปล่อยให้พ่อแม่  โรงเรียน  ครู  เท่านั้น     ต้องหันมาร่วมกันพิจารณาว่า อะไรบ้างที่มีส่วน “สอนเด็กให้เป็นโจร” อยู่ในขณะนี้     ต้องพิจารณากันให้ลึก ให้เชื่อมโยง     แล้วช่วยกันลงมือทำ ในบทบาทของตน     ย้ำว่าต้องลงมือทำ  ต้องไม่รอ  ไม่ชี้ไปที่คนอื่น หรือวงการอื่น      ต้องชี้ตัวเองก่อน  ลงมือทำ