ช่วงนี้มีฝนตกลงมาเรื่อยๆ ต้นไม้ชุ่มฉ่ำดี แตกยอด ผลิใบอ่อนและดอกกันทั่วหน้า แต่สงสัยว่าดอกไม้บางชนิดก็อาจจะถึงฤดูกาลของเธอที่จะให้ดอก

ดอกไม้ไทยๆที่รูปร่างหน้าตามาในทางเป็นพี่น้องกัน เช่น การเวก สายหยุด กระดังงาสงขลา และนมแมว กำลังมีดอกสะพรั่ง

 

โดยเฉพาะสองชนิดแรก มีดอกแทบทุกก้านที่เลื้อยไต่ไปบนต้นไม้อื่น เช่น หน้าบ้านการเวกไต่ไปบนต้นปีปแล้วห้อยย้อยลงมา ส่วนหลังบ้านเธอไต่ไปบนต้นมะขามเทศ

 

  การเวก

ส่วนสายหยุดที่เลี้ยงมานาน เจริญงอกงามดี ไต่ขึ้นไปบนต้นพยอมซึ่งสูงมาก ต้องแหงนมองคอตั้งบ่า มองแทบไม่เห็นใบพยอม และเจ้าต้นพยอมนี้นำต้นใหญ่มาลงปลูก นำมาพร้อมๆกับที่เริ่มปลูกบ้าน กว่าห้าปีแล้ว ไม่เคยออกดอก แต่ก็ไม่ตายขนาดน้ำท่วมมาสองครั้ง สองครา เป็นที่ให้ต้นอื่นๆ ไต่เลื้อยพาดพัน เช่นต้นพวงชมพูซึ่งไปบานสะพรั่งอยู่สูงลิบ ให้ผีเสื้อมากมายมาวนเวียนกินน้ำหวาน จนปีที่แล้วพวงชมพูก็ตายไปด้วยน้ำท่วม ปีนี้สายหยุดเขาเลยยึดพื้นที่ หลังน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วเพิ่งจะออกดอกนี่แหละ แล้วเหมือนให้ดอกงามและหอมกรุ่นชดเชยจากการเงียบหายไปนาน

สายหยุด

ส่วนนมแมว ดอกน้อยๆน่าเอ็นดู ไม่ได้ดกมากมาย แทบมองไม่เห็นดอกด้วยเธอขี้อายชอบไปซ่อนดอกอยู่หลังใบ ทีน่ารักอีกอย่างคือมีลูกเล็กๆสีเขียวออกเป็นกระจุก มีมากเสียยิ่งกว่าดอก ไม่มีฝีมือในการถ่ายรูปเท่าไร ถ่ายใกล้มากๆแล้วมันไม่ชัด

 

นมแมว

 

ดอกกระดังงาสงขลาก็ออกมากช่วงนี้แต่ดูเหมือนต้นไม่ค่อยงามเท่าไร เพราะไปอยู่ใกล้ต้นพยอม และโมกป่าที่สูงและมีใบกระจาย บังแสงแดด (กระดังงาไทยต้นจะสูงใหญ่ แม้ดอกจะคล้ายกันมาก)

  กระดังงาสงขลา

  

ดอกไม้พวกนี้จะส่งกลิ่นหอมกรุ่นสลับกัน เช่น สายหยุด ก็หอมตอนเช้า การเวก และนมแมวหอมตอนเย็น และกระดังงาสงขลาก็เช่นกัน (หากจำไม่ผิดเพราะดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอวลปนกันไป) นี่ยังไม่รวมถึง มะลิลา มะลิซ้อน ที่หอมจากย่ำค่ำถึงเช้าตรู่ และรสสุคนธ์ที่หอมฟุ้งตอนเช้า

การปลูกดอกไม้ไทยนับเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เราได้ชื่นชมธรรมชาติ จากกลิ่นหอมที่แตกต่างกัน ตลอดทั้งวันสร้างให้บ้านเป็นสถานที่ที่สดชื่นน่าอยู่ มีกลิ่นหอมกำจายเป็น "สุคนธบำบัด"ที่ไม่ต้องไปซื้อหา กล่อมจิตใจให้สงบเย็น