เหตุเกิดจาการที่ได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องการจัดการความรู้ในองค์กร จึงได้เริ่มต้นศึกษาหาความรู้เรื่อง KM หรือ การจัดการความรู้ จากหลายบุคคล หลายองค์กร จากการค้นคว้าทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ บทความบนเว็บไซต์ ซึ่งเพื่อนร่วมที่ช่วยได้เป็นอย่างดี ก็คือ google เรียนรู้เรื่อง KM จาก สคส. เป็นแหล่งใหญ่ จากงานวิจัย ED-KM เป็นแหล่งรอง จากบทความของนักวิชาการหลายท่าน ทั้งจากการอ่าน การฟัง การดู (สังเกตุการณ์) และการลงมือปฎิบัติ จนสุดท้ายก็มาลงตัวที่ ใช้เครื่องมือจัดการความรู้ ของ สคส. โดยเชิญนักวิจัยในโครงการ ED-KM นำทีมโดย ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ รศ.ดร.กุญชรี ค้าขาย ผศ.ดร.สุกัญญา ศรีโพธิ์ ผศ.ดร.ทัศนีย์ ไพฑูรย์พงษ์ อ.อุษา ชูชาติ อ.ณัฐจรีย์ กาญจนรจิต อ.โอฬาร คำจีน เป็นวิทยากรในพัฒนาวิทยากรแกนนำนักจัดการความรู้ ของ สพฐ. ครอบคลุมทุกภูมิภาค มีทีมพี่เลี้ยงเป็น ศน. ใน สพท. โครงการวิจัย ED-KM ประกอบด้วย ศน.มาลี สืบกระแส ศน.ลำดวน ไกรคุณาศัย ศน.ปวีณา ธิติวรนันท์ ศน.วิไล วัชรพิชัย ศน.วิไลวรรณ เหมือนชาติ ศน.พิชัย เอี่ยมสอาด
และจากการวางแผนขยายผลลงพื้นที่ ทุกคนให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ที่น่าจะรู้แจ้ง รู้ก่อน และสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาตน พัฒนางานโครงการที่รับผิดชอบ ขยายผลสู่บุคคลอื่น ๆ ในองค์กร ได้ น่าจะเริ่มต้น ที่ "ศึกษานิเทศก์" เพราะเชื่อว่า "ศึกษานิเทศก์" เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้เร็ว เข้าใจได้ง่าย พร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ นำไปปรับประยุกต์ใช้กับงานประจำ อีกทั้งเป็นคนที่มีความเป็นกัลยาณมิตร พร้อมนำที่สิ่งรู้ ไปขยายผล เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร
สพฐ. มีความเชื่อเช่นนี้ แล้วท่านศึกษานิเทศก์ล่ะคะ ปฏิบัติตนเช่นนี้หรือไม่ ???
การปฏิบัติตนของเราเป็นตามที่ท่านคาดหวัง ขณะนี้ สพท.นครพนม เขต 1กำลังมองหากลุ่มเป้าหมายจะขยายผล กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้เมื่อไหร่จะส่งข่าวให้ทราบนะคะ
การจัดการความรู้ เป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งแรกที่สุดที่จะทำให้การจัดการความรู้เกิดขึ้นในหน่วยงานได้น่าจะเป็นเรื่องของจิตใจ หากไม่เปิดใจ ใจไม่กว้าง ไม่ยอมรับฟัง ไม่เห็นความสำคัญ ไม่มีใจอยากทำ ของคนในหน่วยงาน km ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ