ดิฉันเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยและอนุรักษ์ความเป็นไทยเป็นอย่างยิ่ง ต้องการที่จะถ่ายทอดและให้นักเรียนของดิฉันได้ซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรมไทย ประเภท ลิเก ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะพื้นบ้านประเภทหนึ่งที่กำลังจะสูญหายไป หรือเด็กสมัยใหม่บางคนอาจจะคิดว่าเชย คร่ำครึ ล้าสมัย ดิฉันคิดว่าถ้าคนที่เป็นครูไม่ปลูกฝังให้เด็กสมัยใหม่ได้รู้จัก หรือเห็นคุณค่าของมันแล้ว ไม่ช้าก็คงจะสูญหายไปอย่างแน่นอน ดิฉันถือโอกาสจะถ่ายทอดหรือปลูกฝังให้เด็กๆ ของดิฉันได้รับรู้หรือซาบซึ้งในศิลปะแขนงนี้โดยอาศัย วันสุนทรภู่ ซึ่งปกติแล้วกลุ่มสาระฯ ภาษาไทยจะจัดกิจกรรมแสดงละคร ประกวดตัวละครในวรรณคดี เป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ซ้ำๆ จำเจ ไม่มีอะไรตื่นเต้นแหวกแนว ดิฉันจึงคุยกับนักเรียนชั้น ม.6/1 ซึ่งเป็นเด็กที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเป็นเด็กที่เรียนวิทย์ แต่ก็มีความสนใจในศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่บ้างว่าสนใจอยากจะเล่นลิเกวันสุนทรภู่ไหม เด็กเหล่านั้นตอบสนใจอยากเล่น “จะเล่น และร้องอย่างไรล่ะครับ” เด็กเหล่านั้นถามด้วยความสนใจ ดิฉันเริ่มมีกำลังใจและคิดว่า “การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงย่อมได้ผลดี” เมื่อเขาสนใจดิฉันจึงทุ่มเทกับการแสดงลิเกอย่างเต็มที่ เริ่มจากช่วงปิดเทอมเดือนเมษายนทั้งเดือน ดิฉันพากลุ่มนักเรียนที่ดิฉันวางตัวจะให้เล่นลิเกขึ้นรถกระบะที่บ้านไปชมลิเกตามงานวัดต่างๆ งานประกวดลิเกที่วัดสนามไชย จ. สุพรรณบุรี ดิฉันก็เคยพาไปชมมาแล้ว เพื่อให้เขาได้เห็นวิธีการร้อง การรำ และการแสดงสดๆ นักเรียนสนใจมาก เมื่อโรงเรียนเปิดเทอมดิฉันจึงเริ่มฝึกให้นักเรียนร้องลิเกในช่วงหลังเลิกเรียนทุกวัน โดยดิฉันจะแต่งบทร้อง และร้องลิเก ซึ่งดิฉันพอจะมีความรู้และร้องได้อยู่บ้างเนื่องจากดิฉันชอบดูลิเกตั้งแต่สมัยเด็กๆ และเคยไปฝึกการร้องจากครูกรมศิลปากรที่ดิฉันรู้จัก ส่วนเรื่องการรำดิฉันไม่ถนัดจึงได้จ้างครูที่เป็นลิเกมาสอนให้แก่นักเรียน เมื่อวันสุนทรภู่มาถึง ลิเกหัดใหม่ห้อง ม.6/1 ออกแสดง “เรื่องพระอภัยมณีตอนนิราศวังสังหารยักษ์” ซึ่งดิฉันตั้งชื่อตอนให้ฟังดูเป็นลิเก ผู้ชมที่ชมบนห้องประชุมต่างตื่นตาตื่นใจในชุดลิเกที่ประดับไปด้วยเพชรแวววาว เสียงร้องที่บาดใจ สาวๆ ปรบมือ บรรดาแม่ยกทั้งหลายชื่นชอบในบทบาทของนักแสดง หลังจากการแสดงจบมีผู้ชมมอบพวงมาลัยกันยกใหญ่ และขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งนักแสดงที่เป็นตัวพระอภัยมณี หัวหน้าคณะลิเกที่ให้ยืมชุดเห็นหน่วยก้านดีได้ชักชวนไปเล่นลิเกด้วย ทำให้เด็กคนนี้มีรายได้พิเศษระหว่างเรียนอีกด้วย ดิฉันมีความสุขใจและภูมิใจที่ทำให้นักเรียนที่ไม่เคยเล่นลิเกเป็นมาก่อน สามารถแสดงลิเกได้ซึ่งดิฉันคิดว่าถึงแม้จะเล่นได้ไม่เหมือนลิเกอาชีพ แต่ก็ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมรักษาวัฒนธรรมพื้นบ้านแขนงนี้ไว้ ให้คงอยู่ตลอดไป
ประสบการณ์ตรงที่ภาคภูมิใจ
เรียนวรรณคดีจากลิเก
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย เกรียงไกร วรีวัฒน์ · 12 ก.ค. 2550
แพรวฟ้า · 12 ก.ค. 2550
จารุวรรณ เทียนเงิน · 12 ก.ค. 2550
ภูวนาถ คงแก้ว · 12 ก.ค. 2550
นางสาว วาสนา ก้อ ปั้นไล้ · 12 ก.ค. 2550
การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงได้ผลดีจริงๆค่ะ
ดีจัง อยากดูลิเกพระอภัยมณีบ้าง
อาจารย์เก่งจัง รู้สึกภูมิใจแทนลูกศิษย์ ที่มีเทคนิคการสอนได้อย่างน่าสนใจ
น้องมีความมุ่งมั่นในการเรียนการสอนดีมาก
ดีจังเลยค่ะ
สวัสดีครับหลังจากอบรมบล็อกแล้วเป็นไงบ้างครับมีเวลาเขียนบล็อกไหมครับแบ่งเวลาให้บล็อกบ้างน่ะครับวันนี้ผมได้เข้าร่วมงานมหกรรมตลาดนัดนักจัดการความรู้ครับที่อยุธยาครับอยากให้คุณครูมาบ้างจังครับมีอะไรที่ดีมากครับได้คำมาคำหนึ่งครับ “จับจ่ายใช้สอยความรู้ด้วยความรู้” ครับคุณครูเล่าในบันทึกอีกน่ะครับ