ดังได้เล่าไว้แล้ว ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm/110122 และ http://gotoknow.org/blog/thaikm/109029  ว่าผมจะไปร่วมอภิปรายเรื่องนี้     วันนี้ไปมาแล้ว     จึงใช้โน้ตบุ๊คตัวใหม่ทดลองบันทึกการอภิปรายมาฝาก   

          การประชุมนี้เป็นการเฉลิมฉลองหลายโอกาส    ได้แก่  50 ปี คณะครุศาสตร์,   90 ปีจุฬาฯ,  115 ปีการฝึกหัดครู,  8 ปี พรบ. ปฏิรูปการศึกษา,  8 ปี สภาคณบดีครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์       

          ช่วงเช้า รมว. ศึกษาฯ  ศ. ดร. วิจิตร ศรีสะอ้าน เป็นผู้บรรยายนำ เรื่องเดียวกันกับหัวข้อข้างบน     ผมจึงคัดลอกมาจากมติชน ว่าความหวัง ขึ้นกับ 5 ปัจจัย ดังนี้
1. เจตจำนงแห่งรัฐ โดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นความหวังของการพัฒนาการศึกษาในอนาคต
2. เจตจำนงแห่งรัฐบาลหรือทางการเมือง ที่ทุกพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการศึกษา
3. เจตจำนงของประชาชน ในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายทางการศึกษา
4. ภาวะผู้นำทางการเปลี่ยนแปลง ทั้งครูและผู้บริหารการศึกษา เพื่อพัฒนาให้สถานศึกษาเป็นฐานของการปฏิรูปการศึกษา และ
5. เกื้อกูลการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดขึ้นอย่างคุ้มค่า

ศ. กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์  ปูชนียาจารย์ ของคณะครุศาสตร์
               กล่าวในฐานะคนใน ที่หลังเกษียณอายุราชการไปอยู่ข้างนอก 15 ปี     ไปทำงานกับคนนอกวงการศึกษา     ท่านเตรียมมาอย่างดี ถ้อยคำสละสลวยตามสไตล์ของท่าน     ผมบันทึกได้กระท่อนกระแท่น
                สถาบัน อนาคตศาสตร์เพื่อการพัฒนา ว่า สังคมในสิบปีข้างหน้า ผู้คนจะแสวงหาการเติมเต็มทางจิตใจ     
                สังคมเวลานี้วัตถุนิยม – ธนานิยม
                แผนฯ 10   มีเป้าให้ระดับการศึกษา เฉลี่ยเพิ่มจาก 8.6 ปี เป็น 10 ปี     มุ่งให้ อปท. เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น     บรรลุเป้าหมายด้านปริมาณ  แต่ด้านคุณภาพยังลำบาก   
                แผนสู่สังคมฐานความรู้    สังคมภูมิปัญญา   สังคมประชาธิปไตย   สังคมสันติ – อยู่เย็นเป็นสุข
                โอกาส ต้องสร้าง ไม่มีโอกาสให้ฉกฉวย
                การสร้าง แสวงหาโอกาส     มองการศึกษาคือชีวิต   ชีวิตคือการศึกษา      โอกาสสร้างความหวังให้แก่การพัฒนาชีวิตให้คนไทย
เป้าหมาย
              1. การศึกษานำไปสู่การคิดทางชีวิตหลายๆ ทาง     การศึกษาเป็นกระบวนการหลายอย่าง  สู่เป้าที่หลากหลาย     ชีวิตต้องอดทน  รู้ข่าวสาร   รู้ทางทำมาหากิน    ไม่ใช่แค่ใน รร.    ไม่ได้วัดที่ระดับปริญญา      การศึกษาเริ่มจากภายในตน    เอาไป ลปรร. กับสังคมภายนอก     ครุศาสตร์ผลิตนักฝึกอบรม  นักกิจกรรม   นักแนะแนว    กระบวนกร ลปรร. 
              2. การออกแบบหลักสูตร การสอน เพื่อสืบค้นความสามารถ ที่แฝงอยู่ภายในตน     อารมณ์ความคิด  มักถูกกักเก็บกดไว้  การค้นหาแววของผู้เรียนที่แฝงฝัง    ให้ นร. ได้เคลื่อนไหว ทั้ง กาย วาจา ใจ   ทั้งในสถานศึกษา     จัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น     จัดเป็น block    
              3. ทุกฝ่ายมีโอกาสร่วมอย่างเสมอภาค ยุติธรรม และสมานฉันท์     มีคนหลายประเภทเข้ามามีส่วนร่วม     มีการ ลปรร. แตกต่างแต่ไม่เผชิญหน้า ไม่ขัดแย้ง     แต่เกิดพลังเสริม     จุฬาฯ ใช้ความเป็นมหาวิทยาลัยปิดให้เกิดประโยชน์  ในการมีปฏิสัมพันธ์ อจ. – ศิษย์     เทคนิคผสมผสานกับระบบเปิด    ใช้ ICT ช่วยลดการบรรยายลง     ใช้ courseware, software ให้ นิสิตเรียนด้วยตนเอง     ระบบจัดประสบการณ์วิชาชีพ มีการนิเทศอย่างเหมาะสม
               4.  หวังความแตกต่างหลากหลายของการจัดการศึกษา     มีกรอบ เกณฑ์ มาตรฐาน     แต่มีอิสระที่จะดำเนินการ     หวังเห็นการลดช่องว่างทางความคิด  ต่างวัฒนธรรม   ต่างศาสนา   ต่างสถานะ     หวังเห็นการศึกษาช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน  ไม่เกิดความไร้เหตุผล  งมงาย  เห็นแก่ตัว      หวังเห็นเยาวชนมีวุฒิภาวะ ใช้สติปัญญาและเหตุผล     จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนอย่างผ่อนคลาย  สูตรสร้างแผนที่หัวใจ     MAPS -  Music,   Art,   Physical,  Spiritual Development     ผ่อนคลาย  เบาสบาย     การวัดประเมินที่ไม่เน้นปริยัติในวิชาปฏิบัติ
              โลก (earth) เป็นดาวเคราะห์  กลม    แต่  world แบน     มีผลถึงกัน – globalization                    

ศ. กิตติคุณ นงลักษณ์ วิรัชชัย   ศิษย์เก่าเกียรติยศ
          ท่านเตรียม powerpoint มานำเสนออย่างดี     ผมจดได้กระท่อนกระแท่นเช่นเคย
         1. สภาพการศึกษาเปลี่ยนแปลง เพราะสังคมเปลี่ยนแปลง     เดินไปสู่สังคมความรู้    การเรียนรู้ เน้นวิจัยมากขึ้น    มีการสนับสนุนชุมชนระดับล่างทำวิจัย     ระดับนโยบายเน้นการวิจัย    มหาวิทยาลัยต้องวิจัย เพื่อชี้นำสังคม    
               ศาสตร์ด้านการศึกษาเป็นสหวิทยาการ    
                การวิจัย ชี้นำ 3 แนว  :  วิจัยสำรวจ,    วิจัยเพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนา,   วิจัยความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ    
                วิจัยอนาคต,    วิจัยสาเหตุ,     วิจัยพัฒนา,     วิจัยสหวิทยาการ (ผนวกรวมศาสตร์ 3 สาขา),     วิจัยผสม    
                เวลานี้ทุนวิจัยมีมากขึ้น     มีหลายแบบ  
          2. ความคาดหวัง
                 ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จริง     แต่อาจเกิดผลลบ : คือเรียนแบบเลียนแบบ   เน้นธุรกิจ  ขาดจิตสำนึกสาธารณะ   เข้าไม่ถึงหลักการ   ไม่ใส่ใจวิชาการ  
                  ครู  
                  ผลงานวิจัย  

          3. โอกาส
                  วิจัย
                  จัดการความรู้

อภิปราย ถามตอบ
           ไม่มีคนถามหรืออภิปราย  

ศ. กิตติคุณ ดร. สมหวัง พิธิยานุวัฒน์    
          การประเมินสมัยใหม่ เพื่อพัฒนา      การประเมินเพื่อจัดจำแนก ควรเลิก    
          การศึกษาทำงานไม่ครบวงจร     ไม่ใช้ระบบ feedback เพื่อการพัฒนา    
    ความหวัง
        มองภาพรวม 
        การศึกษาไทยมีคุณภาพพอเพียงทุกระดับ   
        มีมหาวิทยาลัยคุรุศึกษา   มหาวิทยาลัยสร้างครูโดยเฉพาะ    นิสิตอยู่ประจำ (residential) เพื่อการอบร่ำ   เป็น Humanized Teacher Ed     หลากหลาย เอา 4 + 2 กลับมา      คือเรียน content จนได้ปริญญาตรี แล้วต่อวิชาครู 2 ปี    ต้องการครูปีละ 5,000 แต่ต้องมีคุณภาพ 200%     มศว. จะตั้ง Graduate School of Education นอกราชการ     การเกิดชุมชนเรียนรู้ – learning community
        ถ้าปฏิรูปการศึกษาสำเร็จจะเห็นภาพดังกล่าว
    โอกาส   
           เมื่อเช้า รมต. พูด ปัจจัย 5 ประการ   
            โอกาสมีทั้งที่ตนเองสร้างขึ้น   และผู้อื่นให้ 
            1. เจตจำนงแห่งรัฐ / ของ กม.    มีชัดเจน    แต่ต้องอย่าขายเสียง   
            2.  รมต. ศธ. ขิงอ่อนไม่ได้ผล     เพราะคนใน กศธ. เก่ง     รมต. ท่านปัจจุบันได้สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง 600 คน
            3.  กศธ. เปลี่ยนแปลงยาก    ต้องการองค์กรอิสระช่วยการเปลี่ยนแปลง เช่น สมศ. ทำงานโฟกัส  มีคนภายนอกมาเป็นกรรมการ    จะมีอีก 2 แห่ง     สถาบันพัฒนาครู บุคลากรทาง กศ.   สถาบันวิจัยระบบ กศ.    สำนักงบประมาณเตรียมจะจัด งปม. ให้ รร. โดยพิจารณาคุณภาพ    
           4. ONET  คิด 30% ในการจบช่วงชั้น     จะเพิ่มคุณภาพ กศ.    
           5. การสร้างผู้นำ
           6. การทำงานที่ครบวงจร  PDCA  หรือ controlled self assessment
         ทำอย่างไร กศธ. จะจัด กศ. อย่างมีคุณภาพ   

         รมต. ว่า ขาดภาวะผู้นำในการเปลี่ยนแปลง     ขาดพลังขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ 

วิจารณ์
        คำอภิปรายได้ลงบันทึกไว้แล้ว

รศ. ดร. พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
        การศึกษาเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ    ใช้ งปม. มากที่สุดของประเทศ   
        มาเลเซีย ตั้งกระทรวงมหาวิทยาลัย 
        การคาดหวังต่อการศึกษาสูงมาก
        UNESCO ทศวรรษ กศ. เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน    
        UNICEF มีโครงการ child-friendly school    รร. เป็นมิตรกับเด็ก    ครูต้องเป็นมิตรกับเด็ก    แต่ครูมักเลือกเป็นมิตรกับเด็กเพียงบางคน    
         รร. และคนในวง กศ. ทำงานหนัก  แต่ไม่เห็นผล     แสดงว่าอาจทำงานผิด     อาจขาด critical mass ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง      สภาคณบดี วิเคราะห์ว่าไม่ได้ใช้ผลงานวิจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพ     ศ. ดร. สุวิมล ชวน วช. เอาเงินมาขับเคลื่อนเครือข่ายการวิจัย กศ.      12 ภูมิภาคทั่วประเทศ     มีคณะครุาสตร์ ศึกษาศาสตร์ เป็นแม่ข่าย
          เครือข่าย พัฒนาครูประจำการ  area-based     แต่ละ จว.ทำ     
          โครงการรางวัลแห่งชาติ  ด้านงานวิจัยของคณาจารย์    คณาจารย์ดีเด่น    รางวัลวิจัย นิสิต นศ     รางวัล นิสิต นศ ดีเด่น    
          กพ. ตั้ง งปม. ให้ อจ. ศึกษาศาสตร์ 35 ทุน ไปศึกษาต่อ ตปท.   
           อยากเห็น กศ. ไทย มีโอกาสนำการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม    ไม่ใช่ร่วม     เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน    นัก กศ. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง     นัก กศ. รวมพลังกันแสดง leadership    และเข้าไปเกี่ยวข้องกับ กศ. นอกระบบ รร.   
          หนังสือ Teaching for Successful Intelligence     ไม่ใช่แค่คิดวิเคราะห์เป็น – ชั้นที่ 1    แต่ต้องสร้างสรรค์ – ชั้นที่ 2     สูงสุดคือคิดสู่การปฏิบัติ     หนังสือเล่านิทานมากมาย    

ข้อสังเกตของผม
           ผมตีความหัวข้อการอภิปรายต่างจากคนอื่น    คนอื่นเน้นที่การบอกความหวัง     และบอกโอกาสของคนทางการศึกษา     แต่ผมเน้นที่การพัฒนาการศึกษา หรือการเรียนรู้     ผมเน้นที่ตัวผู้เรียน

วิจารณ์ พานิช
10 ก.ค 50
ปรับปรุง 11 ก.ค. 50