พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องไม่ค่อยดีของเนื้อเยื่อไขมัน วันนี้มีเรื่องดีๆ ของเนื้อเยื้อไขมันในทารกมาเล่าสู่กันฟังครับ...

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องไม่ค่อยดีของเนื้อเยื่อไขมัน วันนี้มีเรื่องดีๆ ของเนื้อเยื้อไขมันในทารกมาเล่าสู่กันฟังครับ...

ไขมันของคนเรามี 2 ประเภทได้แก่ ไขมันสีน้ำตาล (brown fat) กับไขมันสีขาว (white fat)...

ไขมันทั้ง 2 ชนิดนี้ทำหน้าที่ต่างกัน และอาจนำไปสู่การรักษาโรคอ้วนได้ในอนาคต

ทีมนักวิจัยชั้นนำจากวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ และสถาบันวิจัยฝรั่งเศส (INSERM) ค้นพบยีนส์ PRDM16 ในหนูทดลอง ยีนส์นี้ทำหน้าที่เปลี่ยนเซลล์ไขมันสีขาวให้กลายเป็นไขมันสีเหลือง

ไขมันสีขาวเป็นไขมันที่พบมากในผู้ใหญ่ ทำหน้าที่สะสมอาหารในรูปน้ำมัน... ไขมันประเภทนี้ทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุงที่ระบาดไปทั่วโลก

ไขมันสีน้ำตาลเป็นไขมันที่พบมากในทารก และหายไปเมื่อโตขึ้น ปกติจะไม่พบในผู้ใหญ่... ไขมันประเภทนี้ทำหน้าที่สร้างกำลังงานในรูปความร้อน

อาจารย์ดอกเตอร์บรูซ ชปีเกลมาน แห่งวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ กล่าวว่า

ไขมันสีขาวที่พบเพิ่มขึ้นตามอายุ ทำหน้าที่สะสมอาหารลูกเดียว ไม่ยอมเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานแบบไขมันสีน้ำตาล แถมยังสร้างฮอร์โมน และสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคอีกหลายชนิด

การค้นพบยีนส์ PRDM16 อาจใช้ในการรักษาโรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุงได้ โดยเปลี่ยนเซลล์ไขมันสีขาวเป็นเซลล์ไขมันสีน้ำตาล เพื่อเพิ่มการเผาผลาญอาหารได้ในอนาคต

ระหว่างที่รอผลการศึกษาเพิ่มเติม... พวกเราคงต้องควบคุมอาหาร โดยเฉพาะการลดอาหารทอด ขนม และเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น น้ำหวาน ฯลฯ พร้อมทั้งออกกำลังเทียบเท่าการเดินเร็วอย่างน้อยวันละ 60 นาทีไปก่อน จึงจะชะลอการเบ่งบานของเจ้าไขมันสีขาวนี้ได้

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และมีไขมันสีขาวแบบพอดี หรืออย่างน้อยก็ไม่เพิ่ม(ไขมันสีขาว)ไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • ผู้เขียนขอปิดส่วนความคิดเห็น และงดตอบปัญหา เพื่อปรับปรุงคำหลัก (key words) บันทึกย้อนหลังไปพลางก่อน

ขอแนะนำ...                                                    

    แหล่งที่มา:                                       

  • Many thanks to Reuters > Fat switch may offer new obesity approach: study > [ Click ] > July 11, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 12 กรกฎาคม 2550.